
แผนลงทุนเร่งด่วน 7.4 แสนล.
สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นอกจากรถไฟทางคู่ 6 เส้นทางหลักแล้ว ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งให้เร่งรถไฟทางคู่แบบขนาดทางมาตรฐาน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (ไฮสปีดเทรนเดิม) ใน 2 เส้นทาง วงเงิน 741,460 ล้านบาท และโครงข่ายถนนสายหลักเชื่อมเมืองหลัก กทม.และปริมณฑล โดยให้เร่งลงทุนภายในปีนี้ หรืออย่างช้าปี 2558
สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นอกจากรถไฟทางคู่ 6 เส้นทางหลักแล้ว ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งให้เร่งรถไฟทางคู่แบบขนาดทางมาตรฐาน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (ไฮสปีดเทรนเดิม) ใน 2 เส้นทาง วงเงิน 741,460 ล้านบาท และโครงข่ายถนนสายหลักเชื่อมเมืองหลัก กทม.และปริมณฑล โดยให้เร่งลงทุนภายในปีนี้ หรืออย่างช้าปี 2558
รถไฟทางคู่รางมาตรฐาน หรือรางขนาด 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็ว 160 กม./ชม. ที่ประชุมเห็นชอบที่ 2 เส้นทาง คือ สายหนองคายโคราชสระบุรีแหลมฉบังมาบตาพุด ระยะทาง 737 กม. วงเงิน 392,570 ล้านบาท
สายเชียงของเด่นชัยบ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. วงเงิน 348,890 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้างปี 2558–2564 จะใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร ใช้ความเร็ว 160 กม./ชม. และขนสินค้าใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศจีนตอนใต้ โดยจะว่าจ้างศึกษาเพื่อปรับแบบและกำหนดแผนการก่อสร้าง จากเดิมที่มีการศึกษาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ทำให้ค่าก่อสร้างจากเดิม กม.ละ 500–600 ล้านบาท เหลือเพียง 350–400 ล้านบาท
“ทางคู่แบบมาตรฐาน คือรถไฟความเร็วสูงเดิม แต่ปรับลดขนาดความเร็วจากเดิมมากกว่า 200 กม./ชม. เหลือเพียง 160 กม./ชม. จึงไม่เรียกว่ารถไฟความเร็วสูง แต่อนาคตจะเพิ่มความเร็วเปลี่ยนไปเป็นรถไฟความเร็วสูงได้” ปลัดกระทรวงคมนาคม ชี้แจง
สร้อยทิพย์ กล่าวว่า ระยะเร่งด่วนนอกจากการขยายทางคู่แล้ว จะมีการจัดหัวรถจักร ขบวนรถใหม่ และปรับเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณไปใช้ระบบอัตโนมัติ ในส่วนของหัวรถจักรที่มีการจัดหาแล้ว 20 หัว จะส่งมอบภายในเดือน ส.ค.นี้ และจัดหาเพิ่มเติมใหม่อีก 50 หัว และส่วนที่จะซ่อมหัวรถจักรเดิม 56 หัว จะเปลี่ยนเป็นจัดซื้อใหม่ 36 หัวแทน รวมจะมีหัวรถจักรใหม่ทั้งสิ้น 106 หัว
นอกจากนี้ จะพัฒนาทางหลวง 4 ช่องจราจร ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 4 กระบี่อ.ห้วยยอด ทางหลวงหมายเลข 12 กาฬสินธุ์อ.สมเด็จ ตอน 2 ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรีอ.ปักธงชัย ทางหลวงหมายเลข 314 อ.บางปะกงฉะเชิงเทรา ตอน 2 ทางหลวงหมายเลข 3138 อ.บ้านบึงอ.บ้านค่าย ตอน 3
บูรณะทางหลวงสายหลักที่เชื่อมระหว่างภาค ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายพัทยามาบตาพุด ทางหลวงที่สนับสนุนการเกษตรและการท่องเที่ยว รวมทั้งพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า
สร้อยทิพย์ กล่าวว่า เนื่องจากโครงการเร่งด่วนจะเน้นเชื่อมโยงโครงข่ายประตูการค้าระหว่างประเทศ จึงต้องลงทุนด่านการค้าตามแนวชายแดน
ประกอบด้วย ด่านแม่สอด จ.ตาก ด่านแม่สาย ด่านเชียงแสน ด่านเชียงของ จ.เชียงราย ด่านบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว ด่านคลองใหญ่ จ.ตราด ด่านสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ด่านมุกดาหาร ด่านนครพนม และด่านหนองคาย ด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา และด่านสุไหงโกลก จ.นราธิวาส จัดทำศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าด้วย
ส่วนเส้นทางฉะเชิงเทราคลองสิบเก้าแก่งคอย วงเงินรวม 1.13 หมื่นล้านบาท รอเพียงคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบความโปร่งใสพร้อมเดินหน้าประกวดราคาแบบอีออกชั่น
จักรพร อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการสถาบันก่อสร้างแห่งประเทศไทย ประเมินว่า การที่ คสช.ได้อนุมัติงบลงทุนมูลค่า 2.4 ล้านล้านบาท จะทำให้ภาคการก่อสร้างนั้นกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากเจอกับวิกฤตทางการเมืองมานานกว่า 6 เดือน โดยเฉพาะบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่จะมีงานก่อสร้างล้นมือ ทำให้หลายบริษัทต้องแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานโดยการนำระบบสำเร็จรูปมาใช้ในระบบงานก่อสร้างมากขึ้น
“สถาบันประเมินว่ามูลค่างานก่อสร้างในประเทศไทยปีหน้าจะเริ่มแตะ 1 ล้านล้านบาท จากเมื่อหลายปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 8 แสนล้านบาท และเคยสูงสุดในช่วงก่อนวิกฤตปี 2540 ที่กว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งในช่วงนั้นมีแรงงานที่อยู่ในภาคก่อสร้างสูงถึง 4 ล้านคน ตอนนี้แม้ตัวเลขการก่อสร้างจะอยู่ใกล้เคียงเดิมแล้ว แต่แรงงานภาคก่อสร้างกลับลดลงเหลือ 2.32.4 ล้านคน หายไปจากเดิมกว่าครึ่ง เนื่องจากแรงงานย้ายไปอยู่ภาคบริการ รับจ้าง ภาคการเกษตรมากกว่าภาคก่อสร้าง” จักรพร กล่าว







