
บ้านสำเร็จรูป กุญแจความสำเร็จ
เทคโนโลยีการก่อสร้างถือเป็นอาวุธสำคัญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ที่ต้องการทั้งคุณภาพและความรวดเร็ว ขณะที่การก่อสร้างในรูปแบบเดิมที่ต้องพึ่งพาช่างฝีมือนั้นมีปัญหามากขึ้น เนื่องจากช่างฝีมือที่มีฝีมือจริงๆ ลดน้อยลง งานที่ได้จึงไม่มีคุณภาพที่ดีพอ ขณะที่ความคาดหวังในเรื่องคุณภาพบ้านของลูกค้านั้นมีมากขึ้น
การนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้จึงเป็นทางออกในการแก้ปัญหาดังกล่าวได้ นอกจากนี้ยังถือเป็นกุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันอีกด้วย
ระบบการก่อสร้างด้วยชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป ของ พฤกษา เริ่มมาตั้งแต่ปี 2536 ด้วยระบบ Tunnel Form ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นระบบ Precast ในปี 2544 ที่ยังผลิตจากหน้างาน จนปี 2547 เป็นระบบ Precast ที่ผลิตจากโรงงาน และได้มีการพัฒนาในกระบวนการปรับปรุงต่อเนื่องจนปัจจุบัน บ้านเกือบทั้งหลังจะเป็นบ้านสำเร็จรูปที่นำโครงสร้างต่างๆ มาประกอบที่หน้างานถึง 90%
อย่างเช่นบันไดบ้านแทนที่จะมาสร้างที่ตัวบ้านเหมือนก่อน ปัจจุบันชิ้นส่วนต่างๆ จะผลิตกันในโรงงานแล้วนำมาประกอบที่บ้านได้ภายในวันเดียวเสร็จ หรือช่องหน้าต่างในอดีตวงกบจะเป็นไม้ซึ่งปัจจุบันหาคุณภาพไม้ที่ดีๆ ได้ยาก จึงมีปัญหายืดหดตัว ทำให้ฝนสาดเข้ามาได้ ปัจจุบันได้พัฒนาเปลี่ยนเป็นอะลูมิเนียมแบบน็อกดาวน์ที่ไม่มีปัญหาเรื่องการยืดหรือหดตัว เป็นต้น
การก่อสร้างบ้านด้วยชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปนั้นมีข้อดีหลายอย่าง เช่น การก่อสร้างมีคุณภาพที่สม่ำเสมอ เพราะกระบวนการผลิตชิ้นงานคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปทุกขั้นตอนถูกควบคุมด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและระบบคอมพิวเตอร์ มีความคงทนแข็งแรง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและความสวยงาม เพราะเป็นระบบการก่อสร้างที่ไม่มีเสาและคาน แต่ใช้ผนังคอนกรีตสำเร็จรูปเป็นตัวรับน้ำหนักแทน ทำให้บ้านมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มีความต้านทานไฟสูง ช่วยป้องกันความร้อนได้ดี มีความทึบเสียงสูง ต้านทานการซึมน้ำสูง สามารถทำการก่อสร้างได้ในทุกพื้นที่ ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างและแรงงาน และลดระยะเวลาการก่อสร้าง
โดยเฉพาะในเรื่องความเร็วซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญในการแข่งขันของธุรกิจในยุคปัจจุบัน
แม้ว่าพฤกษาจะมีการใช้ระบบก่อสร้างบ้านด้วยชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปมานานหลายปี แต่การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 23 ปีมานี่เอง ภายใต้ชื่อโครงการ
“บ้านต้นแบบ” ที่กลายเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทในปัจจุบันโครงการบ้านต้นแบบ ถือเป็นการศึกษาและพัฒนาจากผู้ปฏิบัติจริง โดยบริษัทเปิดเวทีให้มีการแข่งขัน เพื่อค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดในทุกๆ องค์ประกอบของบ้าน ตั้งแต่การออกแบบบ้าน การใช้วัสดุ การทำตลาดและการขาย การก่อสร้าง การบริหารจัดการด้านการก่อสร้าง การบริการลูกค้า ไปจนถึงการโอน การกู้ การตั้งนิติบุคคล
ในทุกองค์ประกอบเหล่านี้แต่ละ SBU (Strategic Business Unit) จะพยายามคิดค้นวิธีการที่ทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีที่สุด โดยมีคณะกรรมการเข้าไปตรวจโครงการให้คะแนน และในแต่ละปีก็จะมีการแจกรางวัลให้กับโครงการที่ชนะเลิศ และรองๆ ลงไป หลังจากนั้น จะถ่ายทอดวิธีการปฏิบัติไปให้โครงการอื่นๆ ได้เรียนรู้และทำตาม
ตั้งแต่ทำโครงการบ้านต้นแบบปีนี้เป็นปีที่ 3 ก่อให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นกว่าเก่า ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา







