
ฮารีรายอเดือดชานแดนใต้แรงต่อเนื่อง
วันตรุษอิดิลฟิตรี หรือฮารีรายอในภาษามลายู เพื่อให้มุสลิมเฉลิมฉลอง หลังจากปฏิบัติศาสนกิจถือศีลอดมาตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
วันตรุษอิดิลฟิตรี หรือฮารีรายอในภาษามลายู เพื่อให้มุสลิมเฉลิมฉลอง หลังจากปฏิบัติศาสนกิจถือศีลอดมาตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม มีการร่วมละหมาด ฟังการบรรยายธรรม แสดงความยินดีและขออภัยต่อกัน การบริจาคทานแก่ผู้ยากไร้ นอกจากนี้ยังเป็นวันรวมญาติพี่น้อง การเยี่ยมเยียนมิตรสหาย ถือเป็นวันมงคลอันเปี่ยมสุข
แต่สำหรับพื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงกลางดึกวันที่ 27 ก.ค.หลังจุฬาราชมนตรีประกาศวันอิดิลฟิตรี ก็เกิดเหตุลอบวางระเบิดใกล้มัสยิดดารนอิบาดะห์ หมู่ 5 บ้านตะโละบาลา ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ลอบทำร้ายทหารพรานสังกัดร้อย ทพ.4413 ที่มาดูแลความปลอดภัย แรงระเบิดทำให้ ด.ญ.อิติมา สะเจะ อายุ 10 ขวบ ที่วิ่งเล่นอยู่บริเวณดังกล่าวเสียชีวิต ประชาชนบาดเจ็บ 5 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารพรานบาดเจ็บ 2 นาย
ต่อมาช่วงใกล้เที่ยงวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งเป็นวันฮารีรายอ ก็เกิดเหตุคนร้ายซุ่มยิงรถ ส.ต.ต.อัสมิง ยูโซ๊ะ ตำรวจ สภ.โกตาบารู จ.ยะลา ขณะเดินทางไปเยี่ยมญาติในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีพื้นที่ติดกัน
คนร้ายจำนวนหนึ่งกราดยิงถล่ม ส.ต.ต.อัสมิง ได้รับบาดเจ็บ ขณะนั้น ร.ต.นครินทร์ สุขุมราช หัวหน้าชุด ร้อย ร.15133 ซึ่งตั้งฐานอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร ได้ยินเสียงปืน จึงนำกำลังทหารพราน ร้อย ทพ.4910 ซึ่งอยู่ในฐานเดียวกัน 24 นาย ออกไปตรวจสอบ พบกับกลุ่มคนร้ายที่กำลังจะหลบหนี จึงเปิดฉากยิงนานกว่า 5 นาที คนร้ายเสียชีวิต 3 คน
โดยคนร้ายที่เสียชีวิตทั้ง 3 หนึ่งในนั้นคือ อับดุลเลาะ ยูนุ๊ อายุ 34 ปี แกนนำระดับสั่งการในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมี ซัฟวาน สาและ มือประกอบระเบิดคนสำคัญ และอีกคนคือ อับดุลรอพะ สาและรู
ส่วนเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย คือ ส.ต.ต.อัสมิง ส่วน จ.ส.อ.ชัยณรงค์ วงษารัตน์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. สนธิกำลังตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครรักษาดินแดน ติดตามกลุ่มคนร้าย โดยตรวจค้นบ้านต้องสงสัยในหมู่บ้านจำนวนหลายจุด แต่ไม่พบเบาะแสร่องรอย
ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานและรู้ตัวกลุ่มที่ก่อเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา แล้ว เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการก่อเหตุชิงพื้นที่ในช่วงสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน
พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า กำลังสอบสวนว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุที่เบตงเกิดจากความผิดพลาดของคนหรือระบบ แต่ส่วนหนึ่งเป็นความประมาท เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เกิดเหตุมานาน ทำให้เจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติ ขณะนี้ได้สั่งให้ทุกส่วนเข้าไปดูแลให้เกิดความมั่นคงมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว
“ผู้ก่อความรุนแรงมีเป้าหมายทำลายเขตเศรษฐกิจและเป้าหมายอ่อนแอ โดยเฉพาะชุมชนชาวไทยพุทธบางส่วน รวมไปถึงมัสยิด ไม่คำนึงถึงหลักศาสนา” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
ด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังคาร์บอมบ์ที่ อ.เบตง สกุล เล็งลัคน์กุล รองประธานหอการค้าจังหวัดยะลา ประจำพื้นที่ อ.เบตง กล่าวว่า นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางประมาณ 20% จากยอดจองเข้าพักกว่า 8,000 คน คาดว่าเสียรายได้ประมาณ 20 ล้านบาท ผลกระทบความเชื่อมั่นคงเป็นระยะสั้นๆ
ณพพงศ์ ธีระวร ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าวว่า 10 ปีที่ผ่านมา กองทัพและ คสช.มีข้อมูลมากพอที่จะตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมได้แล้ว ขอให้ คสช.ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปแบบใหม่และมีแนวทางที่ชัดเจน มีความหวังมากกว่าที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังถือว่ามีความสำคัญต่อการค้าการลงทุน ศรัณย์ วังสัตตบงกช ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ช่วงวันที่ 13 ส.ค.นี้ หอการค้านราธิวาสจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ และคณะกรรมการหอการค้ากลุ่มจังหวัด 3 กลุ่มในภาคใต้ พร้อมกับกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยเตรียมข้อมูลการพัฒนา อาทิ โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทยมาเลเซียแห่งที่ 2 ที่ อ.สุไหงโกลก การฟื้นการเดินรถไฟ จากสถานีสุไหงโกลก เข้าไปยังเขตมาเลเซีย เพื่อให้ อ.สุไหงโกลก เป็นประตูเศรษฐกิจชายแดน







