
สวนเกษตร CP ความรับผิดชอบอยู่ที่ไหน
ประเทศไทยยามนี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คสช.กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อคืนความสุขให้ประชาชนและประเทศไทยและคนไทยจำนวนมาก
ประเทศไทยยามนี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คสช.กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อคืนความสุขให้ประชาชนและประเทศไทยและคนไทยจำนวนมาก
ภารกิจของ คสช.คงจะเน้นหนักไปที่หน่วยงานภาครัฐ ส่วนธุรกิจภาคเอกชน แม้จะมีกฎหมายบัญญัติให้ค้าขายด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา แต่เอกชนบางกลุ่มก็ยังใช้วิธีการเดิมๆ ในการแสวงหากำไรโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรม และอาจถึงขั้นหลอกลวงฉ้อฉล
บริษัท CP หรือชื่อเต็มๆ ว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ใช้ชื่อย่อ CPF มีเครือข่ายครอบคลุมกลไกการผลิตอาหารอย่างครบวงจร
ด้วยความเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งต้องประกอบธุรกิจอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล CP จึงสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาล แต่กลับปรากฏข่าวว่า CP ใช้เงินซื้อสื่อ ทำให้สื่อเกรงใจ ไม่กล้านำเสนอข่าวที่จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของ CPF และ “ท่านประธาน”
ในยุคที่สังคมโลกให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตที่แม้จะเป็นอาหารของมนุษย์ ก็ไม่ควรถูกทรมาน การเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่จึงต้องไม่เป็นการทรมานสัตว์ CPF โฆษณาอย่างสวยหรูว่า เป็นบริษัทที่มีบรรษัทภิบาล คือการดูแลเลี้ยงหมูไก่ ให้มีสภาพที่ไม่เป็นการทรมานสัตว์ แต่ถ้ายังจำกันได้ เมื่อ 3040 ปีก่อน CP ฆ่าลูกไก่ประมาณ 2 ล้านตัว โดยนำไปทิ้งทะเลเพื่อให้ปริมาณไก่มีน้อย ราคาจะได้สูงขึ้น
ท่านประธานของ CP ตั้งทฤษฎี 2 สูง โดยสนับสนุนให้ขึ้นค่าแรง เมื่อรายจ่ายมากขึ้นก็ให้หารายได้เพิ่ม บอกว่า จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ปัจจุบัน สูงแรกคือค่าแรงเพิ่มขึ้นไปแล้วโดยรัฐบาลประชานิยม ทำให้ของอุปโภคบริโภคแพงทั้งแผ่นดิน แต่รายได้สูงที่สองของชาวบ้านสูงตามไม่ทัน แม้คนงานที่ได้ค่าแรงเพิ่ม แต่ชีวิตความเป็นอยู่กลับแย่ลง เพราะค่าแรงที่เพิ่มขึ้นไม่ทันกับค่าใช้จ่ายรอบตัวที่สูงขึ้น
เจ้าสัว CP ออกตัวสนับสนุนโครงการรับจำนำข้าวอย่างเต็มที่ ถึงขนาดออกทีวีบอกว่า ถ้ารัฐบาลไม่ทำ CP ทำเองก็ได้ คงเป็นเพราะ CP ต้องการการผูกขาด แต่เมื่อการรับจำนำข้าวเกิดอภิมหาทุจริต ทำให้ประเทศเสียหาย56 แสนล้านบาท เจ้าสัว CP หายหน้าไปเลย
CP ทำธุรกิจโทรคมนาคม เดิมทำธุรกิจกับ Orange แห่งฝรั่งเศส ทำได้ไม่นาน Orange ม้วนเสื่อกลับบ้าน CP ตั้ง True มาทำกิจการต่อ แล้วต้องการซื้อ HUTCH สัญชาติฮ่องกง แต่ใช้วิธีการดำเนินคดีอาญากับผู้บริหาร โดยอาศัยบารมีที่ปรึกษาที่เป็นอดีตนายตำรวจ แล้วเจรจาขอซื้อ HUTCH จนสำเร็จ
ยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่ CP อาศัยชื่อเสียงและใช้ความเป็นเจ้าพ่อธุรกิจเกษตรครบวงจร ชักชวนให้ประชาชนลงทุนให้ CP บริหารจัดการ ตั้งแต่ต้นน้ำคือการปลูก การดูแลรักษา จนถึงการตลาด เป็นการทำธุรกิจเสมือนจับเสือมือเปล่า ใช้เงินชาวบ้านในการทำธุรกิจ ถ้ากำไร CP ก็ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ถ้าขาดทุนก็ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
สวนเกษตรปราจีนบุรี ไฮการ์เด้น ที่ อ.กบินทร์บุรี เป็นโครงการของ CP โดย CP Land บริษัทลูกสายตรงของ CP เปิดโครงการอย่างยิ่งใหญ่อลังการตั้งแต่ประมาณปี 2535 เป็นโครงการสวนเกษตรที่ปลูกทุเรียนและมังคุด ราชาและราชินีผลไม้ไทย แปลงละ 3 ไร่ ปลูกทุเรียน 2 ไร่ มังคุด 1 ไร่
CP โฆษณาอย่างสวยหรูว่า ได้จ้างนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรตรวจสอบคุณภาพของพื้นดินแล้ว มีความเหมาะสมที่จะปลูกทุเรียนและมังคุด สำหรับการดำเนินงานปลูกและดูแล มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการที่จะดูแลอย่างใกล้ชิด โดยใช้เครื่องมืออุปกรณ์ด้านการเกษตรที่ทันสมัย การจัดควบคุมดูแลด้วยระบบเทคโนโลยีอันทันสมัยจากต่างประเทศ เช่น ระบบ Irrigation system จากประเทศอิสราเอล จึงรับประกันว่าจะได้ผลผลิตที่ดี ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป
CP จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน ได้จัดทำตารางผลตอบแทน 15 ปี หลังจากหักค่าที่ดิน ค่าจ้างบริหารจัดการที่ต้องจ่ายให้กับ CP แล้ว ผู้ซื้อจะมีกำไรรวมประมาณ 1.7 ล้านบาท จากการลงทุนค่าที่ดินและค่าจ้างบริหารจัดการประมาณล้านกว่าบาท โดยเมื่อครบ 15 ปี ได้รับกำไรแล้ว ที่ดินพร้อมทุเรียนและมังคุดก็ยังเป็นของผู้ซื้อ ถึงเวลานั้นจะตกลงกันอย่างไรค่อยว่ากันใหม่
นอกจากการบริหารจัดการสวนแล้ว CP ยังโฆษณาว่า จะจัดให้มีคลับเฮาส์สำหรับให้ผู้ซื้อไปพักผ่อนนอนดูต้นไม้ของตนเองด้วยความสุขใจในวัยเกษียณ
ถ้าฟังการโฆษณาอันสวยหรูแล้ว ยากที่จะปฏิเสธ ด้วยเหตุผลสำคัญที่ CP คือยักษ์ใหญ่ในวงการเกษตร เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ควบคุมธุรกิจการเกษตรครบวงจร จึงมีผู้ซื้อที่ดินในโครงการจำนวนไม่น้อย ด้วยความฝันว่า CP จะทำให้ฝันของคนเมืองที่อยากมีสวนทุเรียนมังคุด ไว้ในยามเกษียณ
ปรากฏว่าทุกคนฝันสลาย เมื่อ CP แจ้งว่า ที่ดินไม่เหมาะจะปลูกทุเรียน มังคุด แต่ CP จะดูแลต่อไปให้ตามสัญญา โดยเปลี่ยนจากปลูกทุเรียนมังคุด เป็นส้มโอ
ฝันเปลี่ยนไปครับ ตั้งใจซื้อทุเรียน แต่ได้ต้นส้มโอแทน
แล้วที่โฆษณาไว้ว่า จ้างนักวิชาการตรวจสอบสภาพดินแล้ว ว่าเหมาะสมกับการปลูกทุเรียนมังคุด แท้จริงมันคืออะไร มีการตรวจสอบจริงหรือไม่ ตรวจสอบที่พื้นที่จริงหรือเอาดินไปตรวจสอบที่ห้องทดลอง แล้วที่บอกว่า ระบบ Irrigation system จากประเทศอิสราเอล มันคืออะไร
การบริหารจัดการ CP ดำเนินการเองทั้งหมด ผู้ซื้อไม่มีโอกาสทราบได้เลยว่า ผลผลิตในแต่ละปีได้เท่าไร ค่าใช้จ่ายเท่าไร CP ขายอย่างไร ขายได้เท่าไร
เคยได้ยินแต่ผู้จัดการสวนบอกว่า คัดเอาทุเรียนดีๆ ไปให้เจ้าสัวชิมดูว่า อร่อยสมราคาคุยไหม
เมื่อเกิดปัญหาจน CP ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ว่า มันคือความล้มเหลว ผลตอบแทนแม้แต่บาทเดียวก็ไม่ได้ มีแต่จะขอเก็บค่าบริหารจัดการเพิ่ม จนเมื่อครบ 15 ปี ผู้ซื้อไม่ได้รับผลตอบแทนเลย ที่ดินก็ไม่รู้ว่ามีต้นอะไรที่ CP ปลูกไว้ให้ ผู้ซื้อได้รวมตัวกันเรียกร้องความรับผิดชอบจาก CP
คำตอบคือ เป็นเรื่องของธุรกิจ CP ลืมสิ่งที่ได้โฆษณาเอาไว้ทั้งหมด ในวันนี้ CP เสนอที่จะซื้อที่ดินคืนในราคาเดิมเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยให้ค่าตอบแทน 1.5 แสนบาท ที่ผู้ซื้อออกเงินทุนให้ CP เอาไปทดลองทำธุรกิจเป็นเวลา 15 ปี
ผู้ซื้อคงจะสุดซึ้งจนน้ำตาไหล ยิ่งมีข่าวว่า CP ไปลงทุนซื้อหุ้นกับบริษัท อิโตชูของญี่ปุ่นเป็นเงิน 3.2 หมื่นล้านบาท เจ้าสัวยังฝากบอกคนไทยด้วยว่า CP ยึดนโยบาย 3 ประโยชน์ คือ ประโยชน์ต่อประเทศ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์บริษัท
ผู้ซื้อสวนเกษตรคงจะแอบซึ้งใจกับค่าตอบแทนที่ CP ให้กับคนไทย
ผมอดคิดถึงกรณีการซื้อ HUTCH ไม่ได้ว่า CP ตั้งใจทำให้โครงการสวนเกษตรล้มเหลวเพื่อจะได้ซื้อคืนในราคาถูกๆ หรือเปล่า
3 ประโยชน์ของ CP จากปากเจ้าสัว ก็คงเป็นเพียงคำพูดหรูๆ ให้ดูดีเพื่อการตลาดเท่านั้น
กลวิธีของนักธุรกิจยากที่จะหยั่งถึงจริงๆ







