
ท่องเที่ยวทรุด...เอกชนอ้อนรัฐโปะเงินช่วย
...ทีมข่าวภูมิภาค
เอกชนเรียกร้องรัฐบาลเร่งออกมาตรการเยียวยาธุรกิจท่องเที่ยวซบเซาหนัก ต่างชาติหนีและกรุ๊ปทัวร์ยกเลิกห้องพัก หลังจากม็อบเสื้อแดงเผาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
นายเสมอ จินดาพงษ์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งจัดการการเมืองให้นิ่งเร็วที่สุด พร้อมกับเร่งสร้างภาพลักษณ์ประเทศใหม่ ตลอดทั้งโครงการไทยเที่ยวไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสายตาชาวโลกว่า ประเทศไทยคืนสู่ภาวะปกติแล้ว
นายเสมอ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางด้านการเมือง เมื่อวันที่ 10 เม.ย. จนถึงปัจจุบัน ยอดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวใน จ.นครราชสีมา ลดลงถึง 80% หรือสูญเสียรายได้ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท
นายเสนีย์ ภูวเศรษฐถาวร นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประสานกับธนาคารพาณิชย์เพื่อให้มีการชะลอการชำระหนี้เงินกู้ไปอีก 12 ปี
เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเริ่มขาดสภาพคล่อง หลังยอดจองห้องพักเหลือไม่ถึง 20% แม้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงนักท่องเที่ยวน้อยหรือโลว์ซีซัน แต่ตามปกติแล้วจะต้องมีปริมาณนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 5060% แต่หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวหนีออกนอกประเทศหมด
นายมนู ธารพิพิธชัย นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหินชะอำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ยอดของนักท่องเที่ยวลดลงถึง 4050% แม้ว่าหัวหินจะโชคดีกว่าพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง มีกลุ่มเป้าหมายหลักในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูง แต่ปัญหาก็คือแทบไม่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเข้ามาพักเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมาเลย เนื่องจากปัญหาบ้านเมืองอย่างที่ทราบกัน
“
ดังนั้นรัฐบาลเองจะต้องเน้นย้ำให้ภาครัฐจัดจัดสรรงบประมาณการประชุมในประเทศอย่างจริงจัง รวมทั้งต้องมีมาตรการเพื่อพยุงเศรษฐกิจให้อยู่รอด เช่น การชะลอการชำระหนี้สิน หรือลดดอกเบี้ยสินเชื่อต่างๆ และลดหย่อนภาษีทุกประเภท การลดค่าธรรมเนียมด้านการท่องเที่ยว อาทิ ค่าธรรมเนียมสนามบิน หรือแม้กระทั่งการทำวีซ่าต่างๆ เป็นต้น” นายมนู กล่าวนายสาธิต บุญทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน กล่าวว่า ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการโรงแรม และสถานที่พักต่างๆ ต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากยอดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติลดลงมากกว่า 80% ส่วนร้านขายของที่ระลึกใน จ.น่าน เช่น ร้านโอท็อป และร้านค้าต่างๆ ในตัวเมืองน่าน ก็มียอดการจำหน่ายสินค้าลดลงกว่า 50% สาเหตุเกิดจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองของกลุ่ม นปช.ที่กรุงเทพฯ และตามภูมิภาคต่างๆ
ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวและกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ ไม่มั่นใจที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย เนื่องจากความไม่ปลอดภัย







