posttoday
ตั้งตลาดกลางซื้อขายยางจริง

ตั้งตลาดกลางซื้อขายยางจริง

28 กรกฎาคม 2557

เสนอ กนย.เปิดตลาดกลางซื้อขายยางจริง พร้อมของบ 1 หมื่นล้านเป็นทุน

เสนอ กนย.เปิดตลาดกลางซื้อขายยางจริง พร้อมของบ 1 หมื่นล้านเป็นทุน

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการพัฒนายางพาราทั้งระบบจะเสนอมาตรการแก้ปัญหายางพาราให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธานพิจารณาแก้ปัญหาราคายางเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

ทั้งนี้ มาตรการสำคัญ คือ 1.เสนอให้ คสช.สั่งการให้มีการตั้งตลาดกลางซื้อขายยางพาราแบบซื้อขายจริง โดยรวมเอาตลาดกลางที่รัฐดำเนินการทั้งตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ และตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้มแข็งของภาคเกษตร และในอนาคตอาจจะสามารถกำหนดราคาได้เอง และสามารถแข่งขันกับตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า และดึงผู้ค้าจากทั่วโลกมาซื้อที่ตลาดนี้แทนตลาดกระดาษ

“การสร้างตลาดซื้อขายยางจริงขึ้นมาจะเป็นอนาคตของวงการยางพาราไทย ที่จะทำให้ผู้ใช้ยางทั่วโลกวิ่งมาตลาดนี้ ไม่ต้องผ่านเอเยนต์หรือพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป” แหล่งข่าวเปิดเผย

มาตรการที่ 2 จะเสนอของบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท มาใช้เป็นเงินทุนหมุน เวียนกับสถาบันเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อใช้เป็นทุนในการทำธุรกิจซื้อขายยางมาแปรรูป ซึ่งจะทำให้เกิดการซื้อยางในตลาดเพิ่มขึ้นและนำมาพัฒนาเพิ่มมูลค่า มาตรการที่ 3 การเสนอให้ตั้งสถาบันวิจัยพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อเป็นแหล่งพัฒนาด้านยางพาราทั้งการแปรรูปและการตลาด

นอกจากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมกนย.พิจารณาเร่งรัดการอนุมัติงบประมาณจำนวน 2หมื่นล้านที่ค้างมาจากรัฐบาลที่ผ่านมาคือ 5 พันล้านบาทสำหรับให้สถาบันเกษตรและสหกรณ์ชาวสวนยางกู้ยืมเพื่อปรับปรุงโรงงานเพื่อการแปรรูปยาง และอีก 1.5 หมื่นล้านบาท ที่อนุมัติให้กับเอกชนผู้แปรรูปยางปลายน้ำเพื่อใช้ในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ซึ่งหากทั้งหมดทำพร้อมกันจะทำให้การซื้อขายยางเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ราคายางในตลาดเพิ่มขึ้น

นายเพิก เลิศวังพงศ ประธานชุมนุมชาวสวนยางแห่งประเทศไทย(ชสยท.) ระบุว่าปัจจุบันราคายางต่ำกว่าต้นทุน โดยราคายางดิบอยู่ที่ 55 บาทต่อกิโลกรัม และราคายางแผ่นดิบรมควันอยู่ที่ 59 บาทต่อกก. ซึ่งต่ำกว่าทุนที่ 64 บาทต่อกก. เนื่องจากมีการปล่อยข่าวว่ามียางล้นโลกนับล้านตัน ทั้งที่ปัจจุบันหาซื้อยางพาราในตลาดไม่ได้ แม้กระทั้งภาคเอกชนรายใหญ่ก็ยังยอมรับว่าหาซื้อยางไม่ได้ แต่ถูกขบวนการนายทุนปล่อยข่าวเพื่อทุบราคา ดังนั้นจึงเห็นด้วยหากจะมีการตั้งตลาดกลางซื้อขายยางพาราและมีการส่งมอบจริงเกิดในประเทศไทย เพื่อจะได้วิ่งมาประมูลยางพาราในประเทศ ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาให้ผู้ใช้ทั่วโลกรับรู้และไม่ต้องลุ้นกับการราคาที่เลี่ยงจากการซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้ปัญหายางพาราของไทยที่สะสมมานาน เพราะผู้บริหารและผู้มีอำนาจในการบริหารยางพาราของไทยไม่มีความรู้ทำให้ยางพาราของไทยที่สร้างมูลค่าปีละ 45 แสนล้านบาทไม่มีการดูแลอย่างจริงๆ และช่วยกันแก้ไขให้ชาวสวนยาง ซึ่งหากดูแลดีและพัฒนาได้จะทำให้มูลค่ายางเพิ่มได้ 7 แสนล้านบาท

สำหรับตลาดซื้อขายยางแบบข้อตกลงส่งมอบจริง (Rubber Physical Forward Market) ผู้ขายจะเป็นผู้กำหนดราคาและปริมาณยางที่จะขายโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลาง หากผู้ซื้อและผู้ขายพึงพอใจในราคาที่ซื้อขาย ก็จะทำสัญญาซื้อขายร่วมกันแล้วก็ส่งมอบสินค้าภายในระยะเวลา 7 วัน ภายใต้การกำกับดูแลของตลาดกลางยางพารา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท