สุดทึ่ง!งานศิลป์พิสดารที่"วัดปริวาสราชสงคราม"
งานศิลปะไม่มีขอบเขตสิ้นสุด ไม่มีกฎเกณฑ์ จะแปลกพิสดาร จะใส่การ์ตูนลงไป หรือเอาตัวละครยุคเก่ายุคใหม่มารวมกัน
โดย อินทรชัย พาณิชกุล / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ในวันที่แดดร้อนอบอ้าว ลมแม่น้ำพัดมาเอื่อยเฉื่อย
แต่ดูเหมือนว่าบรรยากาศที่วัดปริวาสราชสงคราม ย่านพระราม 3 ยังคงมีชีวิตชีวา ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
นอกจากการมากราบไหว้สักการะหลวงพ่อวงษ์ (พระครูขันตยาภิราม) อริยสงฆ์ผู้เปี่ยมเมตตา บูชาวัตถุมงคลยอดนิยมอย่าง "เสือ" ให้แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงทำบุญทำทานด้วยการให้อาหารปลาที่วังปลาแล้ว
วันนี้ หลายคนกำลังตื่นตาตื่นใจกับผลงานศิลปะอันอันงดงามวิจิตรพิสดารที่ปรากฏอยู่รายรอบบริเวณพระอุโบสถ
นั่นคือ "ประติมากรรมปูนปั้นเบญจรงค์"
ที่น่าทึ่งสุดๆก็ตรงที่เป็นงานศิลปะนานาชาติร่วมสมัย ประกอบด้วยภาพเทพเจ้า เทวดานางฟ้า ฤาษี ยักษ์มาร สรรพสัตว์ต่างๆ จนถึงตัวละครสำคัญในมหากาพย์ชื่อดังอย่างรามเกียรติ์ สามก๊ก มังกรหยก คาวบอย ไวกิ้ง คิงอาร์เธอร์ ฟาโรห์ ซามูไร อินเดียนแดง นักรบเผ่ามาไซ ยันเดวิด เบ็คแฮม
ถึงบรรทัดนี้ ใครบางคนถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
"ขอเรียกว่าศิลปะฟ้องยุค โดยให้รูปปั้นเป็นสัญลักษณ์บันทึกเหตุการณ์ของยุคสมัย สื่อความหมายว่า คน ไม่ว่าจะเชื้อชาติ ศาสนาใดก็ตาม ก็สามารถจะนับถือและอุ้มชูศาสนาพุทธได้"
เป็นคำบอกเล่าของ พระครูพิศาลพัฒนพิธาน (สมชาย ฉันทสโร) เจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม
สังเกตเห็นได้ว่าแม้รอบบริเวณพระอุโบสถกำลังก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ แต่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างชาติพากันชี้มือชี้ไม้ ถ่ายรูปกันอย่างตื่นเต้น
นาทีนี้ สุรินทร์ ภาณุมาศ ประติมากร ผู้ควบคุมการสร้างสรรค์งานศิลปะภายในพระอุโบสถ ยืนกอดอกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ
"เรามีช่างหลักคอยวางคอนเซปต์ ดีไซน์ตัวละครอยู่ 5-6 คน ขณะที่ช่างฝีมือ ปั้น ลงลายละเอียด เก็บงานอีกกว่า 30 คน ระดมมือดีมาจากทั่วประเทศเลยครับ"
ภายใต้แนวคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ยึดติดกฎเกณฑ์ ปลดปล่อยความคิด จินตนาการได้อิสรเสรี เสน่ห์ของศิลปะนานาชาติทั้งหมดที่เห็นนี้จึงอยู่ตรง "ความหลากหลายทว่าลงตัว"
เรียกว่า "ศิลป์สามัคคี" ก็คงไม่เวอร์เกินไปนัก
"ตั้งแต่หลังคาโบสถ์ ผนัง ซุ้มประตู หน้าต่าง เสา บันได และกำแพงทั้งสี่ด้านของอุโบสถที่เรียกว่า "คต" เราใส่ตัวละคร ใส่ศิลปะยุคเก่ายุคใหม่ ทั้งไทย จีน บาหลี แขก ทุกคนสามารถมาสักการะบูชาได้หมด ไม่ว่าเชื้อชาติศาสนาใดก็ตาม"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระยะ ชายชราคนหนึ่งชี้ให้ภรรยาของเขาดูรูปปั้นอินเดียนแดงชักม้า ไม่ไกลกันคือนักรบไวกิ้งถือขวานเล่มโต เอ้า นั่นเทพกวนอูกำลังเหาะเหินเหนือซุ้มประตูโบสถ์ นั่น จิวแป๊ะทง เฒ่าทารกจากเรื่องมังกรหยกกำลังยิ้มร่าเคียงข้างเหล่านางฟ้าเทวดา พระราชาฝรั่งผมทองยืนอยู่ใกล้ชิดติดกันกับเง็กเซียนฮ่องเต้ คิวปิดกามเทพติดปีกลอยละล่อง เทพเจ้าฮินดู แดจังกึม สัตว์มหัศจรรย์ในป่าหิมพานต์ และคาวบอยหนุ่มปืนคู่
พูดง่ายๆมากันครบครันโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น เชื้อชาติ ศาสนา
"งานศิลปะไม่มีขอบเขตสิ้นสุด ไม่มีกฎเกณฑ์ จะแปลกพิสดาร จะใส่การ์ตูนลงไป หรือเอาตัวละครยุคเก่ายุคใหม่มารวมกันไม่ผิดหรอก อยากให้มีรสชาติ ดึงดูดใจ คนดูก็วิจารณ์กันไป"เขาหัวเราะ
ความโดดเด่นพิเศษอีกอย่างอยู่ตรงการใช้เทคนิคที่เรียกว่า "ประติมากรรมปูนปั้นเบญจรงค์" ซึ่งเป็นงานปูนปั้นแบบโบราณ ผ่านกรรมวิธีที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ นั่นคือปูนตำหรือปูนโบราณ ประกอบกับความสวยงามของเครื่องถ้วยเบญจรงค์ที่มีสีสันหลากหลาย
จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิตจากการเดินสายสร้างฝากฝีไม้ลายมือไว้ยังวัดวาอารามทั่วประเทศ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ เช่น วัดอนาลโย จ.พะเยา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม จ.ลำพูน วัดคลองขวาง อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์ วัดทรายทองสันตาราม จ.นครศรีธรรมราช เป็นต้น
สุรินทร์ยอมรับว่างานครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
"อาจจะเป็นงานสุดท้าย ทิ้งทวนเลยก็ว่าได้ ผมรับงานมา 100 ทำให้ 1,000 เลย ใจเราเป็นช่าง เรามุ่งมั่นว่าต้องทำสำเร็จให้จงได้ ต้องทำให้คงทน ให้สวย ให้คนชื่นชม และศึกษาเล่าเรียนต่อไปได้ด้วย อยากให้ศิลปะที่เราจรรโลงไหลออกจากสมองลงสู่แผ่นดินให้คนรุ่นหลังต่อไป"
ความฝันของช่างปูนปั้นประดับเบญจรงค์วัย 62 คนนี้คือ อยากให้วัดนี้เป็นหนึ่งในวัดของประเทศไทยที่มีงานประติมากรรมสวยงดงามที่สุด คนมาดูเยอะที่สุด
"ทุกวันนี้มันอิ่มใจที่ได้สอนลูกศิษย์ ได้สร้างงานศิลปะ เวลาคนมาเที่ยวดูงาน ชื่นชม ถ่ายรูป มันมีความสุข ดีใจที่งานศิลปะไทยของพวกเรามันเชิดหน้าชูตา"
ลองแวะไปเสพงานศิลป์อันวิจิตรพิสดารกันดู สำหรับศิลปะนานาชาติร่วมสมัยจากประติมากรรมปูนปั้นเบญจรงค์ของวัดปริวาสราชสงคราม พระราม 3 กทม.
งดงามยากจะลืมเลือนจริงๆ


