posttoday
นักวิชาการฟันธงข้อหาก่อการร้ายทำแม้วสิ้นฤทธิ์

นักวิชาการฟันธงข้อหาก่อการร้ายทำแม้วสิ้นฤทธิ์

28 พฤษภาคม 2553

 

การที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ข้อหาก่อการร้าย หลายคนสงสัยถึงหมายจับดังกล่าวว่า จะทำให้สถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศเปลี่ยนไปหรือไม่ประการใด เกี่ยวกับเรื่องนี้นักวิชาการหลายคนเห็นตรงกันว่าจะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เคลื่อนไหวในต่างประเทศด้วยความยากลำบากมากยิ่งขึ้น

“ข้อกล่าวหาก่อการร้ายเป็นเรื่องที่ทุกประเทศ ที่ทำพันธสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยให้การยอมรับ และเชื่อว่าการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีง่ายขึ้น เพราะความผิดฐานก่อการร้ายเป็นความผิดสากล ที่ทุกประเทศต้องให้ความร่วมมืออยู่แล้วปฏิเสธได้ยาก” ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว

ทวีเกียรติ อธิบายอีกว่า คดีก่อการร้ายดังกล่าวอาจจะมีจุดอ่อนคือเป็นการก่อการร้ายในประเทศไทยไม่ใช่ไปก่อการร้ายที่อื่น แต่การที่ข่าวออกไปทั่วโลกเชื่อว่าต่างชาติจะเข้าใจมากขึ้น โดยหากมีการเสนอหลักฐานว่ามีการสั่งการที่ชัดเจนอย่างไรบ้าง ทั้งนี้คำว่า “ก่อการร้ายสากล” คือการที่ผู้ก่อการร้ายอยู่ประเทศหนึ่ง แต่ได้ทำให้อีกประเทศหนึ่งเดือดร้อน หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับหลายประเทศ

“ความผิดฐานการก่อการร้าย (Terrorist) เป็นที่ต้องห้ามทุกประเทศอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับประเทศอื่นๆ จะยอมรับมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นหากมีหลักฐานทื่ทำให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งการอยู่นอกประเทศแล้วทำให้ประเทศไทยเดือดร้อน มีการไหลของเงินมาด้วยหรือไม่ หากเป็นไปตามนี้ทุกประเทศต้องร่วมมือกันปราบปราม เพราะพฤติการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าข่ายการก่อการร้ายอยู่แน่นอน” ทวีเกียรติ กล่าว

มาตาลักษณ์ ออรุ่งโรจน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่า กรณีก่อการร้ายเป็นความผิดสากลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135 ดังนั้นถือว่าสามารถนำลงโทษตามกฎหมายไทยได้ ส่วนขั้นตอนติดตามการนำ พ.ต.ท.ทักษิณ มาลงโทษต้องใช้กฎหมายหลักๆ ได้แก่ กฎหมายความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา กฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยขั้นตอนต้องผ่านอัยการที่ต้องดำเนินการทางการทูตเพื่อขอให้ประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปพำนักอยู่ส่งมอบตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ให้

ในกรณีประเทศนั้นเป็นคู่สัญญาในอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศนั้นๆ ก็สามารถปฏิบัติตามได้ แต่หากไม่ได้เป็นคู่สัญญาก็จะใช้หลักต่างตอบแทนว่าเราเคยมีการปฏิบัติต่อประเทศเหล่านั้นหรือไม่ เคยร่วมมือเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้หรือไม่ อย่างไรก็ตามอาจจะไม่มีบทลงโทษหากประเทศหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม

“ตามหลักการในแง่ดีเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายแล้ว อาจจะทำให้การทำหน้าที่ของอัยการสะดวกชัดเจนมากขึ้น เพราะหากไม่มีการชี้ชัดแบบนี้ อัยการก็ไม่มีอำนาจจะเข้าไปจัดการได้ แต่จะทำได้จริงหรือไม่ต้องดูว่านานาชาติจะให้ความร่วมมือหรือไม่”

สำหรับกฎหมายการต่อต้านการก่อการร้ายสากลนั้น เท่าที่ทราบประเทศไทยยังไม่ได้เป็นสมาชิก ซึ่งอาจจะยังไม่ได้ปฏิบัติกฎหมายฉบับนี้อย่างชัดเจน แต่เราสามารถใช้กฎหมายที่เรามีอยู่แล้วได้ อย่างไรก็ตามโดยหลักการถือว่าองค์ประกอบตรงกับนิยามก่อการร้ายสากล แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องนิยามอยู่บ้างที่จะเป็นปัญหาในการบังคับใช้ของเรา เช่นคำว่า “ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง” ว่าจะมีการตีความอย่างไร แต่กรณีที่เกิดขึ้นอาจจะเห็นได้ชัดว่ามีความเสียหาย เพราะมีการเผาทำลาย ส่งผลกระทบต่อทางสังคมและเศรษฐกิจอยู่แล้ว

ขณะที่สุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มองว่าประเด็นสำคัญต้องติดตามว่าต่างประเทศจะยอมรับหมายจับนี้หรือไม่ หรือยังมองว่าเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งในเชิงของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะยึดผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลัก ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศจะมองอย่างไร อย่างเช่น หากมอนเตเนโกรยังมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพลเมืองอยู่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมายังไม่มีการก่อการร้ายแบบ พ.ต.ท.ทักษิณ มีแต่เป็นการก่อการร้ายแบบมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งเข้ากับบริบทที่ต่างชาติยอมรับมากกว่าในรูปแบบสงครามต่อต้านการก่อการร้าย แต่บริบทของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้ากับบริบทของต่างประเทศหรือไม่ต้องพูดคุยกัน โดยสิ่งที่ประเทศไทยทำได้ คือ การให้ความมั่นใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำให้กรุงเทพฯ เป็นทะเลเพลิงอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าสถานทูตจะมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตหลายประเทศยังปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ ทั้งที่ประกาศต่อต้านการก่อการร้ายอาจจะแสดงว่า เขามองเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ เพราะเป็นศาลไทยที่ออกหมายจับ

“ผมเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ก่อการร้าย 100% แต่ประเทศอื่นๆ ไม่รู้จะเชื่อหรือไม่ ดังนั้นรัฐต้องประโคมข่าวให้นานาชาติรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และต้องทำให้ประเทศเหล่านั้นเชื่อถือ ถ้าเราไม่ได้รับความร่วมมือ เราก็ไม่สามารถให้ความร่วมมือได้เช่นกัน” สุรัตน์ กล่าว

นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ กล่าวว่า การออกหมายจับในคดีก่อการร้าย มีความแตกต่างกับการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ใน 4 คดีก่อนหน้านี้ คือคดีที่ดินรัชดาฯ คดีแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต คดีหวยบนดินและคดีเอ็กซิมแบงก์ แม้คดีตามกฎหมายอาญาเหมือนกันเพียงแต่ใน 4 คดีก่อนหน้าเป็นคดีในความผิดค่อนข้างเทคนิค ซึ่งอาจจะทำให้การอธิบายความให้รัฐบาลประเทศต่างๆ เข้าใจเป็นไปได้ยาก แต่ในข้อกล่าวหาก่อการร้ายหากมีหลักฐานที่ระบุความผิดได้ชัดเจน หรือมีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มากกว่านี้ ก็น่าจะทำให้การทำงานของอัยการมีความง่ายมากขึ้น เพราะจะทำให้การระบุถึงความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีน้ำหนักมากขึ้น

ส่วนจะทำให้กระบวนการได้ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เร็วขึ้นหรือไม่ ศิริศักดิ์ บอกว่า เบื้องต้น คงจะต้องเป็นแต่ละกรณีไป และจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลายๆ รูปแบบ อีกทั้งในหลักสากลเองในเรื่องการกระทำที่ถือว่าเข้าข่ายการก่อการร้ายก็ยังคงไม่ได้มีข้อตกลงที่เป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างจริงจัง และยังไม่ได้มีการให้คำนิยามว่าควรจะต้องเป็นอย่างไร เป็นแต่เพียงว่าให้ถือพฤติกรรมบางอย่างที่ค่อนข้างจะยอมรับกันว่า น่าจะเข้าข่ายการก่อการร้าย เช่น การข่มขู่ การทำให้ประชาชนหวาดกลัว ซึ่งหากสามารถพิสูจน์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมเข้าข่ายนิยามดังกล่าวได้ ก็น่าจะทำให้ประเทศที่เราไปติดต่อให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไม่ผลีผลามที่จะปฏิเสธคำร้องขอของทางการไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท