
ขอภาษีบาป2%พัฒนาท่องเที่ยว
ดันตั้งอนุกรรมการ ชงสนช.แก้กฎหมาย เล็ง5พื้นที่นำร่อง
ดันตั้งอนุกรรมการ ชงสนช.แก้กฎหมาย เล็ง5พื้นที่นำร่อง
ท.ท.ช.ไฟเขียวรีดภาษีบาป 2% มูลค่า 4,000 ล้านบาท เข้ากองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ที่มี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ผ่านความเห็นชอบให้จัดเก็บเงิน 2% จากภาษีที่จัดเก็บจากสุราและยาสูบ หรือประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท/ปี จัดตั้งกองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อใช้งบประมาณดังกล่าวสำหรับฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทย รองรับการเติบโตทางการท่องเที่ยวในอนาคต
ทั้งนี้ จะมีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาดำเนินการเรื่องนี้เพื่อนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาในลำดับต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ผ่านความเห็นชอบให้กำหนดเขตพัฒนาการท่องเที่ยวนำร่อง 5 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ 1.กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ครอบ คลุมพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง
2.กลุ่มท่องเที่ยวแอคทีฟ บีช ครอบ คลุมพื้นที่ 4 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด 3.กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ครอบคลุม 5 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
4.กลุ่มท่องเที่ยวรอยัล โคสต์ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดในภาคกลางและภาคใต้ ได้แก่ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง 5.กลุ่มท่องเที่ยวอันดามัน ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ จ.กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล
สำหรับแนวทางการปรับปรุง พ.ร.บ.นโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ ได้เพิ่มองค์ประกอบของคณะกรรมการ เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) เป็นต้น เพื่อให้การวางแผนทำงานมีความครอบ คลุมยิ่งขึ้น
นายสุวัตร กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี 2558 เน้นส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (อาเซียน คอนเนกทิวิตี้) พร้อมส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยการทำโครงการท่องเที่ยวนอกฤดูกาล และโครงการวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา การพัฒนาข้อมูลเพื่อวิเคราะห์การทำตลาด เป็นต้น







