
"ปวีณา"นำนศ.สาวแจ้งจับคนขับสองแถวพยายามข่มขืน
ปวีณานำนศ.สาวแจ้งความสน.ลำผักชีโชเฟอร์สองแถว พยายามข่มขืน ด้านตำรวจยื่นศาลมีนบุรีขอหมายจับ
ปวีณานำนศ.สาวแจ้งความสน.ลำผักชีโชเฟอร์สองแถว พยายามข่มขืน ด้านตำรวจยื่นศาลมีนบุรีขอหมายจับ
เวลา11.30 น.วันที่26ก.ค.นางปวีณา หงสกุลประธานมูลนิธิปวีณาหง สกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย นายแสง (นามสมมุติ) บิดานางรัตน์ (นามสมมุติ) มารดาและ น.ส.เจน (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี นศ.มหาวิทยาลัยชื่อดังผู้เสียหายถูกคนร้ายขับรถสองแถวพยายามข่มขืน เดินทางไปที่ สน.ลำผักชีเพื่อติดตามคดีน.ส.เจน (นามสมมุติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งถูกคนขับรถสองแถวแดงซึ่งวิ่งระหว่างหัวตะ เข้ – ฮอนด้าได้ขับรถพา น.ส.เจน (นามสมมุติ) ออกนอกเส้นทางและพยายามข่มขืน แต่มีพลเมืองดีมาช่วยไว้ทัน เหตุเกิดเมื่อวันที่18ก.ค.ที่ผ่านมา และหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความต่อพ.ต.ท.ฉัตรชัยพวงวิกสิตรัตน์ พนส.ผนพ.สน.ลำผักชี ไว้แล้วและด้านผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อช่วยเร่งรัดทางด้านคดีโดยเร็ว เนื่องจากเกรงว่าผู้กระทำผิดรายนี้จะไปก่อเหตุกับบุคคลอื่นซ้ำอีก
น.ส.เจน (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี นศ.มหาวิทยาลัยชื่อดัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่18 กรกฎาคม 2557 หลังเลิกเรียนได้ไปซื้อของกับเพื่อนจน กระทั่งเวลาประมาณ3 ทุ่ม ก็ได้เดินทางเพื่อกลับเข้าบ้าน โดยนั่งรถสองแถวแดง สาย 1269ซึ่งจะวิ่งผ่านหัวตะเข้ – ฮอนด้าซึ่งมีนักศึกษาหญิงนั่งอยู่เพียง 2 คน ระหว่างที่รถสองแถววิ่งมาถึงก่อนที่จะเข้าซอยฮอนด้าแขวงลำปลาทิวนักเรียนหญิงคนที่นั่ง มาด้วยได้ลงก่อน เหลือตนเพียงคนเดียวนั่งอยู่ จากนั้นคนขันรถสองแถวแดง ก็พาวิ่งออกนอกเส้นทางน.ส.เจน (นามสมมุติ)พยายามกดอ๊อดเป็น 10 ๆ ครั้ง เพื่อให้คนขับรถสองแถวแดงจอด โดยคิดว่าคนขับไม่รู้ว่าตนยังนั่งอยู่บนรถแต่คนขับรถสองแถวแดง กลับวิ่งรถเร็วขึ้นเลื่อยๆ จนทำให้ตนตกใจและกลัวมาก เห็นท่าไม่ดีแล้ว เมื่อรถสองแถวแดง วิ่งมาถึงบริเวณช่วงลงสะพานลำ ปลาเน่ารถชะลอความเร็ว ตนจึงตัดสินใจกระโดดลงจากรถ แต่เสียหลักล้ม ไหล่ แขน ขา กระแทกพื้น จนเป็นบาดแผล คนขับรถเห็น จึงได้ถอยรถสองแถวกลับมา แล้วลงมาจากประตูด้านซ้าย ฉุดกระซากให้ตนขึ้นรถ และจับหน้าอก ลวนลามไปทั่ว เมื่อตนขัดขืนไม่ยอมที่จะขึ้นรถไป คนขับรถสองแถวแดง ขู่ว่าถ้ามึงไม่ขึ้นรถ กูจะฆ่ามึงให้ตายตนได้ร้องขอความช่วยเหลือแต่บริเวณนั้น สองข้างทางเป็นป่า ซึ่งไม่มีบ้านคนจังหวะนั้น มีคน ขับ จยย.ผ่านมา 2 คัน เห็นเหตุการณ์จึงได้กลับรถ จยย.ย้อนมาช่วยตนคนขับรถสองแถวแดงจึงรีบขับรถหนีไป
ภายหลังรับเรื่องราวร้องทุกข์นางปวีณา ได้ประสานไปยังพ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สน.ลำผักชี ให้เร่งดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ได้สอบปากคำพยานทั้ง 2 รายที่ขับ จยย. ให้การช่วยเหลือผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติมและส่งตัวผู้เสียหายตรวจร่างกาย ที่มีร่องรอยบาดแผลตามหัวไหล่ ข้อศอก และขาทั้งสองข้าง และผู้เสียหายสามารถจำหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขออนุมัติหมายจับคนร้ายศาลมีนบุรี เลขที่680 / 2557 ลงวันที่25ก.ค. 2557
นางปวีณา กล่าวว่า คดีเช่นนี้ถือว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องมีการเร่งรัดในการจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วซึ่งไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างวันนั้นโชคดีที่มีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือทัน มิฉะนั้นน้องเจน (นามสมมุติ)คงตกเป็นเหยื่อของคนร้ายอย่างแน่นอน ต้องขอขอบคุณพลเมืองดีทั้ง 2 ราย ที่ได้ช่วยเหลือสังคม และขอเชิญชวนประชาชนช่วยกับสอดส่องดูแลสังคม เพื่อไม่ให้คนดีๆต้องตกเป็นเหยื่อในรูปแบบต่างๆ หากพบช่วยแจ้งเบาะแสยังสถานีตำรวจ หรือ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี สายด่วน1134 ชื่อผู้ต้องหา นายศตวรรธ แก้วสุขโข อายุ 21 ปี ข้อหา อนาจาร กักขังหน่วงเหนี่ยว







