
บิ๊กตู่ยันทำเพื่อชาติไม่ใช้อำนาจพร่ำเพรื่อ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ”
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ซึ่งออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในวันที่ 25 ก.ค. โดยตอนหนึ่งได้ชี้แจงถึงอำนาจของ คสช.ตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ว่า มีความจำเป็นต้องกำหนดอำนาจหน้าที่แต่ละฝ่ายให้ชัดเจน เพราะเป็นการใช้พระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยืนยันจะไม่ใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกต้อง และขอความไว้วางใจกับการใช้อำนาจของ คสช.
“วันนี้ถ้าเราต้องการจะทำลายจริง เราคงลงโทษไปแล้ว ในฐานะเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งมีอำนาจมากมาย แต่เราไม่ได้ใช้ และไม่ว่า คสช.จะมีอำนาจมากเท่าใด หากผู้ใช้อำนาจนั้นใช้ในการกระทำสิ่งดีๆ เกิดประโยชน์กับคนไทยกับประเทศไทย ก็ไม่ต้องกังวลใดๆ ถ้าไว้ใจผู้บริหารประเทศ หรือผู้ที่จะมาอยู่ในกระบวนการใช้อำนาจทุกคน ถ้าหากว่าเข้ามาแล้วไม่ดี ไม่ทำประโยชน์ ไม่โปร่งใส สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา”
หัวหน้า คสช. กล่าวอีกว่า ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว ไม่ได้มุ่งใช้อำนาจในการทำร้ายใคร มุ่งหวังแต่เพียงว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติมั่นคงยั่งยืน ดังนั้นทุกพวกทุกฝ่ายน่าจะร่วมมือกับ คสช.ในการทำงาน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ปกติ ยังปฏิรูปไม่ได้ เพียงแค่ลดความรุนแรงลงมา เนื่องจากปัจจุบันยังมีคนที่ต่อต้านอยู่ มีการสร้างความเข้าใจผิด บิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งในและต่างประเทศ คสช.ได้พยายามที่จะชี้แจง แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีคนที่ไม่เข้าใจอยู่ จึงไม่ทราบว่าแกล้งไม่เข้าใจหรือไม่เข้าใจจริง แต่อยากจะขอร้องให้เลิก เพราะการตรวจสอบในปัจจุบันในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมใครจะผิดจะถูกก็ว่ากันตรงนั้น ถ้าหากไม่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมปกติดำเนินการ คงมีข้อขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก
ทั้งนี้ คสช.จะไม่พยายามทำตามข้อเรียกร้องของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพราะหากเรียกร้องไปและทำตามไปบางอย่างอีกพวกจะบอกว่าไม่ได้ทำ ซึ่งจะต้องสู้ไปอีกเหมือนเดิม ฉะนั้นรอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไปด้วย ผู้กระทำความผิดจริงก็ต้องถูกลงโทษ ถ้าไม่ให้ถูกลงโทษก็ต้องหนีไป ซึ่งจะอยู่ในประเทศไทยไม่ได้ ถ้าจะกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยจะต้องถูกติดตามจับกุมดำเนินคดี ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายราย
สำหรับเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินในระยะที่ 2 เมื่อมีนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็คงปฏิบัติงานในกรอบอำนาจเต็ม คือ การใช้อำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ผ่าน ครม.สภานิติบัญญัติกระบวนการยุติธรรม โดยมีการปฏิรูปในเรื่องที่สำคัญควบคู่ไปด้วย และจะกำหนดให้ผลการปฏิรูปมีผลในทางปฏิบัติในระยะสั้น คือ (ทันที) บางอย่างต้องระยะกลาง (1 ปี) ที่มีรัฐบาลระยะยาวส่งต่อรัฐบาล (ต่อๆ ไป) ให้ต่อเนื่อง
“วันนี้ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันตกลงใจ และมีความเห็นชอบร่วมกัน จะได้หาข้อยุติลงได้ และจะได้ส่งผลร้ายเช่นที่ผ่านมาอีกในอนาคต มิฉะนั้นแล้วการเรียกร้อง ต่อสู้ ล้มตายของประชาชนและเจ้าหน้าที่ และการปฏิบัติงานของ คสช.ก็จะสูญเปล่าไปอีกเหมือนเดิม บ้านเมืองกลับเข้าสู่วงจรเดิม”
อย่างไรก็ตาม การมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อจะทำให้การปฏิรูปสามารถดำเนินการได้อย่างแท้จริง ทุกอย่างมีเวลาที่จำกัด ตามที่ได้ประกาศไว้ในโรดแมป คสช.พยายามทำให้ตามนั้น หากไม่สามารถกำหนดเวลาต่างๆ เพื่อให้เดินได้ตามนั้น จะทำให้การปฏิรูปในเวลาที่มีอยู่ไม่ได้ จะทำให้ยืดยาวออกไปอีก ซึ่งไม่ต้องการที่จะแสวงหาอำนาจเป็นระยะเวลานาน และไม่ได้มุ่งหวังจะมีอำนาจหรือแสวงหาผลประโยชน์ประการใดทั้งสิ้น
ขู่จัดการพวกอ้าง คสช.หาประโยชน์
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวย้ำถึงการไปเรียกร้องผลประโยชน์ในการแต่งตั้งบอร์ด สนช.ว่า ทราบแล้วว่าใครเป็นคนไปเรียกร้อง และกำลังหาวิธีการดำเนินการตามกฎหมาย จึงขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว ส่วนผู้ที่เคยเสียเงินเสียทองให้ไป ให้เรียกคืนโดยทันที มิฉะนั้นอาจจะเสียเงินเปล่า
ทั้งนี้ ขอยืนยัน คนที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.จะมีการตรวจสอบโดยคณะกรรมการของ คสช. ทั้งในด้านประวัติส่วนตัว ผลการปฏิบัติงาน การทุจริตคอร์รัปชั่น การถูกฟ้องร้อง หรืออยู่ในกระบวนการฟ้องร้อง ไม่ใช่ได้รับรายชื่อมาจากผู้ใดแล้วแต่งตั้ง และหากแต่งตั้งไปแล้วตรวจพบมีความผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี ปลดออกเช่นกัน
สำหรับบัตรสนเท่ห์เพื่อโจมตี คสช. กองทัพบก เรื่องการจัดหา จัดซื้ออาวุธนั้น ถือว่าเป็นการใส่ความที่ไม่เป็นธรรม เพราะก่อนซื้ออะไร ได้มีการตรวจสอบมาทั้งสิ้น หน่วยงานของรัฐก็ถามมา คสช.ก็ตอบไป จนบางครั้งทำให้การจัดหาจัดซื้อเกิดความล่าช้าก่อนกำหนด
นอกจากนี้ ยังมีกรณีการเรียกรับผลประโยชน์ในโครงการที่ คสช.ได้อนุมัติไปของทุกกระทรวง โดยอ้างว่าสามารถเคลียร์กับ คสช. เคลียร์กับหัวหน้า คสช.ได้ และมีการแบ่งการเรียกรับผลประโยชน์ให้กับ คสช.อีกด้วยนั้น หากใครพบการกระทำดังกล่าวขอให้แจ้ง คสช.ทราบโดยทันที จะดำเนินการโดยด่วน
“ปัจจุบัน คสช.มีคณะกรรมการตรวจสอบทุกขั้นตอน และแต่ละกระทรวง ทบวง กรม แต่ละระดับก็จะมีความรับผิดชอบตามลำดับชั้นลงไป จะต้องไม่มีเด็ดขาดในเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว







