posttoday
เรื่องชั่วคราว

เรื่องชั่วคราว

26 กรกฎาคม 2557

เรื่องที่จะคุยนั้นต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่จำต้องกดลงสู่พื้นที่น้อย เอาพอเป็นสังเขป แล้วค่อยขยายความกัน

เรื่องที่จะคุยนั้นต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่จำต้องกดลงสู่พื้นที่น้อย เอาพอเป็นสังเขป แล้วค่อยขยายความกันในวาระอันเหมาะสมต่อไป อยากจะบอกง่ายๆ ว่า สิ่งอันเป็นชั่วคราว ก็ต้องให้เป็นชั่วคราว จะนำมาใช้เป็นการถาวรเลยนั้น คงจะลำบาก ยกเว้นแต่มีประเด็นและนัยอันควรจะได้ใช้เป็นการถาวร จึงจะตัดสินใจนำมาใช้เป็นการถาวรได้ เช่นที่จะยกตัวอย่างในวันนี้ถึงมาตรา 5 แห่งรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ความว่า

“มาตรา 5 เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทําการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ประเพณีการปกครองดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้”

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการวินิจฉัยกรณีใดตามความในวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวงงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด หรือเมื่อมีกรณีที่เกิดขึ้นนอกวงงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา หรือศาลปกครองสูงสุดจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้ แต่สําหรับศาลฎีกาและศาลปกครองสูงสุดให้กระทําได้เฉพาะเมื่อมีมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด และเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี

ในบรรดารัฐธรรมนูญทั้ง 19 ฉบับของประเทศไทยเรา รวมถึงฉบับชั่วคราว 2557 นี้ด้วย ฉบับปัจจุบัน ชั่วคราว 2557 นี้ เป็นฉบับแรกที่เขียน “แต่” หลังจากการบัญญัติเรื่องประเพณี โดยระบุว่า “แต่ประเพณีการปกครองดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้” ซึ่งบ้างก็อาจจะมองว่าเป็นนวัตกรรม บ้างก็อาจจะเห็นว่าเพื่อให้อะไรต่อมิอะไรไม่กระฉอกออกไปจากรัฐธรรมนูญนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่มีหลายท่านพูดถึงเรื่อง “การปฏิวัติซ้อน” หรือการต่อต้านต่างๆ

ประโยคก่อนหน้า “แต่” ของมาตรา 5 มักจะปรากฏในรัฐธรรมนูญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติรัฐประหาร แต่ในที่สุดก็ได้ถูกนำมาบัญญัติไว้ในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งผู้คนจำนวนหนึ่งเชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญประชาชนอย่างแท้จริง และสืบต่อมาไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นฉบับแรกที่ผ่านประชามติ (แต่ก็เป็นฉบับที่ไม่พ้นเรื่องปฏิวัติรัฐประหาร) ในมาตราเดียวกัน ก็คงจะเป็นที่ยอมรับได้ในระดับหนึ่งว่าควรจะมีไว้ในรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ดี รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 นี้แตกต่างไปจากทุกๆ ฉบับตรงสองจุดใหญ่ๆ หนึ่ง มีคำว่า “กระทำการ” มาไว้ในเรื่องประเพณีด้วย นอกเหนือจากการวินิจฉัยแล้ว สอง เอาประเพณีที่เป็นเรื่องกว้างกว่ามาอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่แคบกว่าในประโยคหลัง “แต่” หากสิ่งนี้ถูกใช้โดยนักอรรถศาสตร์นิยมเถรตรง (pure semanticist) อาจจะเกิดปัญหาได้ โดยเฉพาะกับรัฐธรรมนูญถาวร เพราะการอันใดก็แล้วแต่จะไม่อาจล่วงพ้นไปจากรัฐธรรมนูญอันเป็นลายลักษณ์อักษรได้เลย อันเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักแห่งรัฐธรรมนูญ หรือรัฐธรรมนิยม (constitutionalism) อย่างสิ้นเชิง

อันที่จริง การตีความกฎหมาย องค์กรไหน องคาพยพใด ก็สามารถที่จะตีความกันไปได้ แต่เมื่อเป็นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในประเทศที่มีศาลเฉพาะ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ การตีความสุดท้ายก็จะต้องเป็นศาลดังกล่าว ยิ่งเมื่อสิ้นสุดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เข้าสู่ประเพณี ยิ่งต้องให้ผู้รับผิดชอบการตีความรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการพิจารณา วาระชั่วคราวจะแบบไหนก็พอทำเนา แต่เมื่อเป็นวาระถาวรแล้ว ยังไงก็ได้ คงจะไม่ได้ ลองพิจารณากันดูครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท