
ประมงระยองฟ้อง400ล้าน
ร้องค่าเสียหาย‘พีทีทีจีซี’พ่วง6หน่วยงานโวยเยียวยาน้ำมันรั่วเสม็ดไม่เป็นธรรม
ร้องค่าเสียหาย‘พีทีทีจีซี’พ่วง6หน่วยงานโวยเยียวยาน้ำมันรั่วเสม็ดไม่เป็นธรรม
ชาวประมง จ.ระยอง ยื่นฟ้องพีทีทีจีซี และหน่วยงานราชการเป็นเงิน 400 ล้านบาท ชาวบ้านยังเดือดร้อน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมกับศูนย์ข้อมูลชุมชน ตั้งคณะทนายความช่วยเหลือสมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยองและชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่ว เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2556 จำนวน 455 ราย จะยื่นฟ้องบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (พีทีทีจีซี) ในฐานะผู้ก่อมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 6 หน่วยงาน ต่อศาลจังหวัดระยองและศาลปกครองระยองในวันที่ 25 ก.ค. โดยเรียกร้องค่าเสียหายจากการสูญเสียรายได้เป็นเงิน 400 ล้านบาท
นอกจากนี้ เรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ จากปัญหาน้ำมันรั่ว โดยให้พีทีทีจีซีจัดสรรงบประมาณสูงกองทุนคิดเป็น 10% ของกําไรเฉลี่ยต่อปี หรือปีละ 3,000 ล้านบาท
สำหรับหน่วยงานที่ถูกยื่นฟ้อง ประกอบด้วย คณะกรรมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน (กปน.) กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ ผวจ.ระยอง
ทั้งนี้ สาเหตุที่ยื่นฟ้องเนื่องจากตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทผู้สร้างมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการชดเชยเยียวยาอย่างเป็นธรรม และไม่มีมาตรการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ
วันเดียวกัน ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเวทีถอดบทเรียนครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์น้ำมันรั่ว ที่สมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยอง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง โดยนายสุวรรณ นันทศรุต ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า สำหรับการฟื้นฟูได้วางแผนควบคุมระยะยาวจนถึงปี 2560 ซึ่งกรมจะทำการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและวางแนวปะการังเทียม โดย ปตท.จะต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งงบประมาณไว้ที่ 166 ล้านบาท ขณะนี้กรมได้เริ่มการฟื้นฟูบางส่วนไปแล้ว
นายวีรศักดิ์ คงณรงค์ ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็ก บางกระเฌอ กล่าวว่า สมาชิกในกลุ่มได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก บางรายต้องเปลี่ยนอาชีพจากการประมงไปรับจ้างรายวัน เฉลี่ยวันละไม่ถึง 300 บาท ทั้งนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อมูลที่เป็นรูปธรรม ให้ชาวบ้านได้รับรู้ถึงความคืบหน้าของการฟื้นฟูและแก้ไข โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังเกตจากการพบปลาตายไร้สาเหตุและสิ่งมีชีวิตตามหาดบางประเภทไม่เติบโต
นายไพบูลย์ เล็กรัตน์ ชาวประมงพื้นบ้านอีกราย ระบุว่า อัตราค่าชดเชยที่ราชการร่วมกับ ปตท.กำหนดไม่เป็นธรรมต่อชาวบ้าน เพราะไม่เปิดให้ชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบเข้าไปมีส่วนร่วม







