
คสช.สั่งยกโทษ‘พัชรวาท’คดีสลายม็อบเสื้อเหลือง
ป.ป.ช.ก้มหน้ารับทราบคำสั่ง คสช.นิรโทษ “พัชรวาท” คืนตำแหน่ง ผบ.ตร.
ป.ป.ช.ก้มหน้ารับทราบคำสั่ง คสช.นิรโทษ “พัชรวาท” คืนตำแหน่ง ผบ.ตร.
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 93/2557 เรื่อง ยกโทษปลดออกจากราชการ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกและหัวหน้า คสช.
ทั้งนี้ ในคำสั่งดังกล่าวของ คสช. ระบุว่า เนื่องจากศาลปกครองกลาง วันที่ 28 ก.พ. 2557 ให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับแจ้งมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2552 และวันที่ 15 ม.ค. 2553 ที่ให้สั่งยกโทษปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากราชการ ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ดังนั้นเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครอง หัวหน้า คสช. ในฐานะผู้ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งให้ยกโทษปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากราชการ
สำหรับ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นน้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. โดยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญาฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เมื่อปี 2552 ร่วมกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จากกรณีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า คำสั่งของ คสช.ที่ออกมาไม่มีผลใดๆ ต่อ ป.ป.ช. เพราะหน้าที่ของ ป.ป.ช.เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ได้มีมติชี้มูลความผิดแก่ พล.ต.อ.พัชรวาท เมื่อปี 2552 และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทางวินัย ดังนั้น ป.ป.ช.คงจะทำได้เพียงรับทราบคำสั่งของ คสช.เท่านั้น และไม่สามารถไปดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดได้
ขณะที่ พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องของ พล.ต.อ.พัชรวาท ถูกส่งไปยังกองวินัยแล้ว เพื่อพิจารณาดูหลักเกณฑ์ สวัสดิการย้อนหลัง ว่าจะดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร แต่ส่วนตัวมองว่า พล.ต.อ.พัชรวาท จะได้เงินเดือนในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งบำเหน็จบำนาญ







