
ต่างชาติชมไทยดีลดต้นทุนการเงิน
ธปท.ชี้ค่าความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ไทยลดลง 0.21% หนุนต่างชาติขนเงินมาลงทุน ต้นเหตุบาทแข็ง
ธปท.ชี้ค่าความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ไทยลดลง 0.21% หนุนต่างชาติขนเงินมาลงทุน ต้นเหตุบาทแข็ง
นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ต่างชาติมีมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและต่อเศรษฐกิจไทยดีขึ้น โดยนักลงทุนต่างชาติมองไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ดีขึ้น แต่มองไทยดีขึ้นเป็นพิเศษ เห็นได้จากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาค่าประกันความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ (Credit Default Swap : CDS) ของไทยปรับลดลง เมื่อเทียบค่าซีดีเอสของไทย เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 กับวันที่ 22 ก.ค. 2557 ลดลง 0.21% หรือจาก 1.335% เหลือ 1.055% ส่วนมาเลเซียลดลง 0.12% คือจาก 0.971% เหลือ 0.853% และฟิลิปปินส์ลดลง 0.75% จาก 0.952% เหลือ 0.880%
นางรุ่ง กล่าวว่า ค่าซีดีเอสซึ่งเปรียบเหมือนค่าธรรมเนียมในการลงทุนที่ยิ่งลดยิ่งดีนั้น สะท้อนความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นของการเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้ แสดงว่าช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมองการลงทุนในภูมิภาคเอเชียดีขึ้นแต่มองไทยดีขึ้นเป็นพิเศษ ฉะนั้นเป็นธรรมดาที่มุมมองที่ดีจะสะท้อนถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เพราะเงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไล่ปรับลดการลงทุนไปพอสมควร
นอกจากนี้ ช่วงที่ผ่านมานักลงทุนในตลาดโลกเชื่อว่าภูมิภาคเอเชียมีปัจจัยเฉพาะในแต่ละประเทศที่น่าสนใจเข้ามาลงทุน โดยในส่วนของไทยมีทั้งข่าวดี เช่น เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น และคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งจะนำไปสู่การจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูปฯ และคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่งผลออกมาในเชิงบวก
“พอเงินกลับมาลงทุนอีกก็เป็นธรรมดาที่จะไปสะท้อนให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่เงินบาทยังแข็งค่ารองลงจากรูเปียห์ อินโดนีเซีย ไม่ได้แข็งค่าที่สุดในภูมิภาค โดยถ้าเทียบตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 23 ก.ค. เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมาเฉลี่ยประมาณ 3.4%” นางรุ่ง กล่าว
นางรุ่ง กล่าวว่า ค่าเงินบาทยังมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง จากการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งจากปัจจัยภายในและนอกประเทศ แต่ในช่วงนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกประเทศได้มากกว่าที่จะเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในบางช่วงในต่างประเทศ ก็มีผลให้ค่าเงินบาทมีผลเปลี่ยนแปลงได้เร็วบ้างเป็นบางช่วง
ด้านค่าเงินบาทวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ปิดตลาดที่ระดับ 31.83-31.84 บาท/ เหรียญสหรัฐ ใกล้เคียงจากช่วงเช้าที่เปิดตลาด 31.82-31.84 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงวันก่อนหน้าเป็นผลมาจากการทำกำไร ขณะที่ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่วันนี้ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐหลายตัวออกมาดี







