posttoday
บชน.แถลงผลจับท่านชายกำมะลอ-คดีฉ้อโกง

บชน.แถลงผลจับท่านชายกำมะลอ-คดีฉ้อโกง

25 กรกฎาคม 2557

รอง ผบช.น. แถลงสรุปผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง ทั้งหมด 331 คน รวม 475 หมายจับ

รอง ผบช.น. แถลงสรุปผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง ทั้งหมด 331 คน รวม 475 หมายจับ

เวลา 09.00 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ดูแลงานสืบสวน เรียกประชุมชุดสืบสวน บก.สส. และบก.น.1-9 เพื่อทำพิธีปิดโครงการพัฒนาระบบการจัดเก็บฐานข้อมูลอาชญากรรม AEC และสรุปผลการระดมจับกุมผู้ต้องหา ที่มีหมายจับ ในกลุ่มความผิดฐานฉ้อโกง ในช่วงระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมาโดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 331 คน รวม 475 หมายจับ

พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวว่า จากการรวบรวมแผนประทุษกรรมของคนร้ายในคดีฉ้อโกง จะแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้ 13 ประเภท ประกอบด้วย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ / หลอกขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต / หลอกเช่า ซื้อขายรถ / หลอกไปทำงานต่างประเทศ / ชักชวนร่วมลงทุน / แอบอ้างบุคคลสำคัญวิ่งเต้นล้มคดี / หลอกขายสินค้าปลอม / หลอกเล่นการพนัน แชร์ลูกโซ่ /ค้ำประกันเงินกู้ / ตกพระ ตกทอง / เปิดบริษัทสั่งสินค้าแล้วปิดบริษัทหนี และรูปแบบอื่นๆ

พล.ต.ต.ฐิติราชกล่าวอีกว่า ขณะนี้ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีหมายจับคดีฉ้อโกง รวมทั้งหมด 3,385 หมายจับ มากที่สุดคือพื้นที่ กองยังคับการตำรวจนครบาล 5 จำนวน 675 หมายจับ รองลงมาคือกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 จำนวน 663 หมายจับ

"ส่วนผลการจับกุม ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา พื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 29 คน รวม 93 หมายจับ รองลงมาคือพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จับได้ 34 คน รวม 55 หมายจับ" รอง ผบช.น.กล่าว

พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวต่อว่า ส่วนในวันนี้ ตำรวจได้นำตัว นายศุทธา ทองศรีเกตุ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง โดยมีพฤติกรรมหลอกลวงผู้เสียหายว่ารับติดตั้งแก๊ส LPG และสามารถเปลี่ยนเครื่องยนต์ ได้ แต่เมื่อรับเงินจากผู้เสียหายแล้วจะเชิดหนีไป และอีก 1 ราย คือ นายอนุกร อุดมรัตน์ ผู้ต้องหา ร่วมมือกับนางสำเร็จ อุดมรัตน์ ภรรยา ที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ ไปหลอกลวงผู้เสียหายโดยอ้างตัวว่าเป็น ท่านชายกิตติ และท่านหญิงสำเร็จ สามารถนำทองคำจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ออกมาจำหน่ายได้ในราคาพิเศษ จึงมีผู้เสียหายหลงเชื่อ มอบเงินไปให้กว่า 2 ล้าน 8 แสนบาท เมื่อได้เงินผู้ต้องหาก็จะหลบหนีไป โดยพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคดีมีประวัติเคยก่อคดีมาแล้วหลายครั้ง และเคยถูกดำเนินมาแล้ว แต่เมื่อพ้นโทษก็กลับมากระทำผิดซ้ำ

พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวอีกว่า สรุปว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงนั้น ส่วนใหญ่จะอาศัยความโลภของเหยื่อหรือจังหวะที่เหยื่อไม่ได้สติ หลอกลวงเอาทรัพย์สิน ทำให้หลงเชื่อ จึงฝากเตือนประชาชนว่าหากต้องทำการค้า หรือดำเนินธุรกิจกับบุคคลแปลกหน้า ขอให้ทำการตรวจสอบ ว่าเชื่อถือได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท