
ปฏิวัติวัฒนธรรมสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ง่าย
วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย ขนาดที่ว่าใช้อำนาจมาออกกฎระเบียบให้อยู่ในกรอบ หรือใช้กำลังทหารควบคุม
โดย...ทีมข่าวทั่วไปโพสต์ทูเดย์
หนึ่งในนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสนใจไม่น้อยก็คือ การ “จัดระเบียบวัฒนธรรม”
หลังรัฐประหารเพียง 2 สัปดาห์เศษ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มปรารภถึงการจัดระเบียบ “พระสงฆ์นอกรีต” ซึ่งประพฤติตัวไม่เหมาะสม โดยระบุว่าเป็นต้นเหตุให้สังคมไทยอ่อนแอ
ถัดมาเวลาใกล้เคียงกัน พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำกับกระทรวงศึกษาธิการอีกว่า จะต้องปรับการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และวิชาหน้าที่พลเมือง เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับเด็กไทย รวมถึงกระตุ้นความรักชาติให้ถูกฝังอยู่ในจิตสำนึกมากขึ้น
การจัดระเบียบวัฒนธรรม ภายใต้ คสช.โมเดลยังถูกสะท้อนผ่าน “ค่านิยมคนไทย 12 ประการ” ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ แถลงออกโทรทัศน์ทุกช่อง ได้แก่
1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์
7.เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย 8.มีระเบียบ วินัย เคารพกฎหมาย 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ 10.ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 11.มีความเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ 12.คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ยังพูดผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติอีกว่า สังคมไทยเต็มไปด้วยปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด รวมถึงปัญหาเด็กแว้น เด็กนักเรียนตีกัน
เสียงตอบรับที่ออกมามีทั้งตลกขบขันในการใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ของท่านผู้นำ แต่ในอีกด้านหนึ่งสวนดุสิตโพลกลับพบว่าค่านิยม “รักชาติ” ที่ถูกเผยแพร่โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับความนิยมจากประชาชนถึง 93% และหน่วยงานอย่างกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงวัฒนธรรม ก็รับลูกที่จะนำทุกค่านิยม และทุกเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปรารภไว้ ไปบรรจุในบทเรียน ก่อนนำไปปฏิบัติทันที!
ขณะที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ (สอช.) เป็นหน่วยงานหลักเร่งประสานกับทุกภาคส่วนราชการ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคเอกชน และโดยเฉพาะสถานศึกษาเพื่อขับเคลื่อน 12 ค่านิยมหลักของคนไทยให้เกิดผล นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน พิธีกร รายการบันเทิง บุคคลสาธารณะ ดารานักแสดง ร่วมกันสร้างค่านิยมไทย 12 ประการ
อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในระยะเวลา 70-80 ปีที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำทหารออกมาประกาศเรื่องการปฏิรูปวัฒนธรรมความเป็นไทย เพราะสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เคยออกนโยบาย “รัฐนิยม” เพื่อปลุกความรักชาติและปรับปรุงวัฒนธรรมมาแล้ว
ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดของรัฐนิยมยุค จอมพล ป. ก็คือการเปลี่ยนชื่อจาก “สยาม” เป็น “ไทย” รวมถึงแต่งเพลงชาติ นอกจากนั้นยังบังคับให้คนไทยต้องสวมหมวกออกจากบ้าน รวมถึงให้แต่งชุดสากลกระทั่งให้ยกเลิกการเคี้ยวหมากให้รำวงมาตรฐาน
วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า นโยบายสร้างชาติยุคจอมพล ป.เอง ไม่ได้ประสบความสำเร็จ และก็กลายเป็นเรื่องตลกที่คนไทยขณะนั้นมอง
“ปัจจุบันก็เช่นกันวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย ขนาดที่ว่าใช้อำนาจมาออกกฎระเบียบให้อยู่ในกรอบ หรือใช้กำลังทหารควบคุม บอกให้ทุกคนหยุด นี่เป็นวิธีคิดแบบเก่าที่แก้ปัญหาซับซ้อนเหล่านี้ได้ยากมาก สังคมปัจจุบันมันไม่ใช่จะสั่งให้ใครทำอะไร แล้วจะทำตามทั้งหมดแล้ว”
วิทยากร บอกว่า ระบบโรงเรียนของบ้านเราเน้นแต่เรื่องวิชาการและวิชาชีพ จนกระทั่งยัดนักเรียนเข้าไปได้ถึง 5,000-6,000 คน/โรงเรียนแต่ละแห่ง ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกทำแบบนี้ ทำให้การปลูกฝังจิตสำนึก หรือการเข้าใจปัญหาต่างๆ ของนักเรียน ไม่สามารถทำได้เลย
“เขามีเวลา 1 ปีเศษ ในการปลูกฝัง หรือปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งมันไม่พออยู่แล้ว เพราะเรื่องพวกนี้มันเรื่องใหญ่ แล้วบ้านเราขยันทำกันทีละจุด หลังจากนี้มันก็ต้องคิดกันมากขึ้น และมันต้องใช้เวลา ไม่ใช่ให้เขาทำอะไรแบบเดิมๆ เชยๆ แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร”วิทยากร ทิ้งท้าย







