posttoday
ควรเคารพการตัดสินใจของคนไทย

ควรเคารพการตัดสินใจของคนไทย

24 กรกฎาคม 2557

นโยบายของไทยต้องถือเอาผลประโยชน์ของชาติและความอยู่รอดปลอดภัยของชาติ ซึ่งต้องบริหารให้ได้ดุลกันระหว่างความมั่นคงภายในและความมั่นคงภายนอก เรื่องนี้สำคัญมาก เหมือนกับคนจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเดือดร้อนก็มาจากปัจจัยภายนอกและภายในของตัวเราเอง ความอยู่รอด (Self Survival) ของประเทศเป็นสิทธิพื้นฐาน ได้รับการรับรองโดยสากล

นโยบายของไทยต้องถือเอาผลประโยชน์ของชาติและความอยู่รอดปลอดภัยของชาติ ซึ่งต้องบริหารให้ได้ดุลกันระหว่างความมั่นคงภายในและความมั่นคงภายนอก เรื่องนี้สำคัญมาก เหมือนกับคนจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเดือดร้อนก็มาจากปัจจัยภายนอกและภายในของตัวเราเอง ความอยู่รอด (Self Survival) ของประเทศเป็นสิทธิพื้นฐาน ได้รับการรับรองโดยสากล

แกนหลักด้านการต่างประเทศ คือการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมหาอำนาจ เพราะมหาอำนาจเปลี่ยนแปลงโลกได้ และมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เวลานี้เรากับเพื่อนบ้านและอาเซียนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน บุคคลสำคัญของเพื่อนบ้านทยอยเข้าพบกับหัวหน้า คสช.

ไทยในฐานะประเทศเล็กๆ ไม่อาจที่จะเป็นศัตรูกับใคร โดยเฉพาะกับมหาอำนาจ เช่น สหรัฐ ไทยไม่เคยคิดร้ายกับอเมริกา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมให้อเมริกาทุกอย่าง ขณะเดียวกันรัฐบาลอเมริกาควรเข้าใจด้วยว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ 911 ประธานาธิบดีบุชได้ออกกฎหมาย Patriot Act จำกัดสิทธิเสรีภาพของคนอเมริกันหลายอย่าง คนอเมริกันก็ยอม เหมือนกับที่สหรัฐอ้างเหตุผลและความจำเป็นในการบุกอิรัก ล้มรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ประชาชนอเมริกันสนับสนุนรัฐบาลของเขาในการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น เพื่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของตนเอง

เรารู้สึกเจ็บปวดที่อเมริกามากล่าวหาเรา แต่เราก็มีเหตุผลและความจำเป็นของเรา ไทยยังมีมิตรที่เข้าใจเราอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะ จีน รัสเซีย อินเดีย ประเทศในเอเชีย จีนยืนยันว่า จะไม่แทรกแซงกิจการภายในของไทย และเชิญ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ไปเยือนจีนในปี 2558 เพื่อฉลอง 40 ปี ครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยจีน ท่านทูตอินเดียเข้าพบกับหัวหน้า คสช. แสดงความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย และแสดงความเชื่อมั่นในโรดแมปของ คสช. สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าใครเป็นมิตรแท้ของไทยยามไทยมีปัญหา

ไม่ใช่ว่าคนอเมริกันทั้งหมดจะเห็นด้วยกับท่าทีของรัฐบาลวอชิงตัน เพราะฝรั่งอเมริกันอย่างนายโจเซฟ คริทซ์ ที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท “คริทซ์ แอนด์ เซเรบิน” ได้เขียนจดหมายตอบโต้ นายจอห์น แคร์รี่ โดยอธิบายตอนหนึ่งว่า เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การทำรัฐประหารครั้งนี้เป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งคนรวยและจน คนเมืองและชนบท เขาเตือนว่า หากสหรัฐสนับสนุนกลุ่มอำนาจเก่าต่อไปอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศ เพราะเป็นที่แน่ชัดว่ากลุ่มอำนาจเก่าขาดการสนับสนุนจากคนไทยแล้ว หากสหรัฐยังเข้าข้างกลุ่มอำนาจเก่าต่อไป จะทำให้คนไทยที่นิยมชมชอบสหรัฐหันมาต่อต้านได้ เขาย้ำว่า สหรัฐต้องไม่เข้าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย เขาเชื่อว่า ท้ายที่สุดกองทัพจะคืนอำนาจให้กับประชาชนเองเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

นักธุรกิจอเมริกากลุ่มหนึ่งบอกชัดเจนว่า รัฐประหารไทยเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ฝรั่งตะวันตกไม่เคยศึกษาเรื่องของไทยให้ลึกซึ้ง ก็จะไม่มีวันเข้าใจ เป็นรัฐประหารที่ไม่มีที่ไหนในโลกเหมือน หากนักการเมืองอเมริกาใช้อำนาจรัฐโกงกินบ้านเมืองในสหรัฐเช่นนี้ คนอเมริกันจะไม่ยอมเด็ดขาด คนอเมริกันก็ต้องออกมาเหมือนกัน

แม้แต่ “ไฟแนนเชียล ไทมส์” ของอังกฤษ ที่สำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในไทย พบว่า มีผลบวกแบบก้าวกระโดดทั่วประเทศ และชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างสมบูรณ์หลัง คสช.ยึดอำนาจ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าบ้านเมืองจะมีเสถียรภาพดีขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้า เพิ่มจากระดับ 27.7% ในเดือน ก.พ. 2557 เป็น 71% ในเดือน มิ.ย. และ 56% คาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเทียบกับ 18.9% ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับ “อาเซียน คอนฟิเดนเชียล” ที่เปิดเผยผลการสำรวจว่า ระดับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นอย่างทั่วถึงทั่วประเทศ มีความแตกต่างระหว่าง กทม.กับต่างจังหวัดน้อยมาก แม้ว่าคน กทม.มองการรัฐประหารในทางที่ดีกว่าคนต่างจังหวัดทั่วประเทศก็ตาม เศรษฐกิจของประเทศเริ่มกลับสู่ภาวะมีเสถียรภาพ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการยุติโครงการจำนำข้าวซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และยุติโครงการประชานิยมหลายโครงการ ผลการสำรวจพบว่าคนไทยจำนวนมากให้การยอมรับต่อการทำรัฐประหารและการทำงานของ คสช.

บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี ที่ทำโรดโชว์ลูกค้านักลงทุนสหรัฐ ออกบทวิเคราะห์สรุปว่า จากการสุ่มตัวอย่างโดยการพบนักลงทุนอเมริกา 20 ราย เมื่อต้นเดือน ก.ค. ทุกคนต่างแปลกใจที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างแรงหลังรัฐประหาร สถานการณ์ดูดีเกินจริง แต่จะรอดูต่อไปจนกว่าตลาดจะกลับสู่สภาพจริง รอให้ดัชนีลดลงต่ำกว่า 1,400 จุด จึงจะกลับมาช้อนซื้อ คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นกลับมาในครึ่งหลังของปี 2557 เพราะจุดเลวร้ายที่สุดทางการเมืองได้ผ่านพ้นไปแล้ว

ฝรั่งคนสำคัญของโลก เช่น นายจอห์น ดับเบิลยู. แอช ประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) สถานการณ์ของไทยต้องได้รับการแก้ไขโดยประชาชนชาวไทยนางซูซานา มัลคอร์รา หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ นายมาร์ติน ซาจดิค ประธานคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ได้เปิดเผยผ่านผู้แทนไทยว่า พร้อมสนับสนุนไทยในการกลับคืนสู่ประชาธิปไตย แต่ขึ้นอยู่กับความต้องการของไทย การแก้ไขปัญหาต้องมาจากในประเทศ และคนไทยต้องหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง

สรุปได้ว่า ฝรั่งทั้งสามเห็นตรงกันว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องภายในของไทย จะเอาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับคนไทยที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง คนนอกเพียงแต่ให้กำลังใจหรือเป็นกองเชียร์เท่านั้น จะมาทำเป็นเจ้ากี้เจ้าการรู้ดีกว่าคนไทยได้อย่างไร

หากผู้ปกครองสามารถบริหารบ้านเมืองทำให้ผู้ถูกปกครองมีความสุข “ประชาชนปราศจากความหิวโหย ปราศจากความหวาดกลัว มีเสรีภาพ” ไม่ว่าจะเรียกระบอบการปกครองนั้นว่าอะไร นั่นคือระบอบการปกครองที่ดีที่สุดที่นักรัฐศาสตร์อยากจะเห็น ตราบใดที่ คสช.ทำให้ประชาชนพอใจ ประชาชนย่อมให้โอกาสเสมอ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน