
บรรษัทข้ามชาติ
อาจไม่ถึงกับแปลกใจที่เราจะรับรู้ว่ารายได้ 1 ปี ของบริษัท ซัมซุง มียอดสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP ของมาเลเซียทั้งประเทศในปี 2013
อาจไม่ถึงกับแปลกใจที่เราจะรับรู้ว่ารายได้ 1 ปี ของบริษัท ซัมซุง มียอดสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP ของมาเลเซียทั้งประเทศในปี 2013
ซัมซุงมีพนักงานทั่วโลก (ไม่นับลูกจ้างชั่วคราว) 427,000 คน ในขณะที่มาเลเซียมีประชากร 30,018,242 คน หรือ 30 ล้านคน แปลว่าทั้งสินค้าและบริการที่คน 30 ล้านคน ในมาเลเซียทำ ตั้งแต่ปลูกข้าว ปาล์ม น้ำมัน ยางพารา หาปูปลา ทำการประมง บริหารกิจการธนาคาร สถาบันการเงิน ผลิตรถโปรตอน ตัดถนน สร้างสะพาน ทำท่าเรือ จ้างข้าราชการทำงาน ทำส่งออก และสารพัดที่อาจคำนวณเป็นผลผลิตที่ตีราคากันได้ เอามานับหมด ก็นับได้ที่ 312,433 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังไม่มากเท่ารายได้ต่อปีของซัมซุงบริษัทเดียว หรือ 327,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ลองเทียบปากีสถาน ซึ่งมีประชากร 179 ล้านคน ในปี 2013 ที่ผ่านมาอีกสักตัวอย่าง IMF รายงานว่า GDP ปากีสถานปีนี้มีมูลค่า 238,737 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อเทียบกับบริษัท Total ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจขุดเจาะแก๊สและน้ำมันของฝรั่งเศส ซึ่งมีพนักงานอยู่เพียง 111,000 คนแล้ว ปรากฏว่าบริษัท Total มีรายได้ปีเดียวกันนี้ที่ 240,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
รถเต่าโฟล์คสวาเกนกรุ๊ปของเยอรมนี กำเนิดมาในยุคนาซีครองอำนาจ ฮิตเลอร์ต้องการรถที่จะให้ประชาชนและกองทัพสามารถใช้ได้ทนทาน แต่ราคาถูกเท่ารถมอเตอร์ไซค์สมัยนั้น มีสมรรถนะดี ดูแลง่าย จึงให้เฟอร์ดินาน ปอร์เช่ ออกแบบรถเต่าทองคันแรกมาเป็นต้นแบบ ว่าแล้วก็ปั๊มผลิตออกมายกใหญ่
ด้วยการวางเครื่องยนต์ไว้ท้ายรถ ไม่มีหม้อน้ำให้เติม เพราะระบายความร้อนด้วยอากาศ เก็บกระเป๋าเดินทางและยางอะไหล่ไว้ใต้กระโปรงหน้า บัดนี้โฟล์คสวาเกน กรุ๊ป มีพนักงาน 502,000 คน ย่อมกว่า ซัมซุงไม่มากและขยายการครองหุ้นจากเพียงรถ โฟล์คตู้และเต่าทองรุ่นต่างๆ ที่เรารู้จักไปจนถึงออดี้ ลัมบอกินี ซีท เบนท์เลย์ สโกด้า และรถหัวลาก ตลอดจนรถบัสอย่างสแกนเนีย โฟล์คมีรายได้ปี 2013 ที่ 254,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แซง GDP ประเทศฟินแลนด์ ที่เป็นเจ้าแห่งอุตสาหกรรมกระดาษคุณภาพเยี่ยม อุตสาหกรรมป่าไม้ชั้นยอด มือถือ Nokia และเป็นผู้คิดค้นเกมสุดฮิตแองกรี้เบิร์ด ประเทศฟินแลนด์มีประชากร 5 ล้านคน 80% ของประชากรใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำ มีมาตรฐานการศึกษาดีเยี่ยมระดับโลก
คราวนี้ดูอิสราเอลบ้าง...ดินแดนของชาวยิวผู้ขยันหมั่นเพียร ประกอบกับมีเลือดรักชาติรักพวกพ้องอย่างเข้มข้น 8 ล้านคนนี้ ได้ชื่อว่ามีช่างออกแบบเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดของโลก ชาวยิวเป็นนักคิดผู้ผลิตนวัตกรรมต่างๆ สารพัดออกแบบ Software ออกแบบอาวุธ ออกแบบแฟชั่น ออกแบบการจัดการด้านการเกษตร อิสราเอลยังเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงและส่งออกแซลมอน ส่งออกไม้ดอก ผักต่างๆ เข้าสู่ห้องนอนและห้องครัวของยุโรปมานานแล้ว แปลว่าทั้งขยันและมีนวัตกรรม รวมทั้งมีเส้นสายทางการเมือง ทางการเงิน และทางด้านเพชรพลอยเครื่องประดับที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก
อิสราเอลมี GDP ปี 2013 ที่ 291,500 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าเทียบรายได้ของบริษัทรัฐวิสาหกิจของจีน China State Grid Corporation หรือบริษัทการไฟฟ้าภูมิภาคของจีนแล้ว บริษัทนี้ของจีนบริษัทเดียวมีรายได้ 290,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีเดียวกัน
ไทยเรามี GDP ปี 2013 ที่ 387,156 ล้านเหรียญสหรัฐ นับว่าทำได้ดีทีเดียวเมื่อเทียบกับชาติต่างๆ ทั่วไป แม้ว่าเราจะไม่ค่อยรู้จริงๆ ว่าตามประวัติศาสตร์อันแท้จริงแล้ว คนไทยมาจากไหนแน่ๆ แต่ที่พอจะรู้อยู่แล้วคือ ไม่ได้มาจากแถบภูเขาอัลไต เพราะพิสูจน์กันแล้วว่าแถวนั้นไม่เคยมีอารยธรรมมนุษย์อยู่มาก่อนอย่างที่เราถูกพร่ำสอนตอนเรียนประถม รวมทั้งปีนี้เราเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่า ตกลงเราเป็นประเทศผู้มีน้ำมันส่งออกมากหรือเปล่ากันแน่ รู้เพียงว่าแก๊สกำลังจะหมดจากอ่าวไทยในช่วงชีวิตพวกเรานี่แหละ และแม้ว่าการชุมนุมทางการเมืองของเราจะยืดเยื้อ ขย่มเขย่ากันเองมาต่อเนื่องเกือบ 10 ปี และแม้เวลานี้ปั๊มน้ำมันที่เห็นเยอะที่สุดในไทยก็อยู่ในเครือ ปตท. (ซึ่งรวมบางจาก) แล้วก็ตาม
แต่รายได้ต่อปีของบริษัท เชลล์ หรือน้ำมัน ตราหอยของดัตช์ก็ดี หรือรายได้ของ Exxon หรือ Esso ที่เราเคยรู้จักก็ดี หรือรายได้ของ Sinopec ค่ายน้ำมันของจีน หรือของบีพีค่ายน้ำมันของอังกฤษ เพียงรายใดรายหนึ่งก็มีรายได้บริษัทในปี 2013 ปีเดียวมากกว่า GDP ที่เราทั้งรัฐและเอกชนทุกคนทำกันมาทั้งประเทศ
โลกกำลังเรียนรู้ว่ารัฐบาลประเทศต่างๆ จะยังคงมีตัวตนอยู่ต่อไป แต่ผู้ที่จะปลุกและปั่นกระแสเศรษฐกิจโลกอันแท้จริงได้นั้น อยู่ที่ภาคเอกชนที่มีพลังข้ามชาติต่างหาก ใช้คนน้อยกว่า ขยันน้อยกว่า แต่แม่นยำกว่า กำกับดูแลเป็น ไม่ทำกิจกรรมที่ไม่มีประสิทธิภาพ ค้นหานวัตกรรมและการสื่อสารต่อตลาดที่เข้มแข็ง จนสามารถเป็นผู้สร้างกระแสนิยมต่างหาก...ที่ครองฤทธิ์อันทรงพลังทางเศรษฐกิจ
เหลือแต่ว่า...รัฐต้องช่วยให้เอกชนมีบทเล่นอย่างสร้างสรรค์ในการร่วมพลังปฏิรูปในสังคม







