posttoday
รธน.ฉบับแม่น้ำ 5 สายคุมเข้มไม่ให้เสียของ

รธน.ฉบับแม่น้ำ 5 สายคุมเข้มไม่ให้เสียของ

24 กรกฎาคม 2557

ภายหลังรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวประกาศใช้ นำมาซึ่งข้อข้องใจในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการคงอำนาจ คสช.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ภายหลังรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวประกาศใช้ นำมาซึ่งข้อข้องใจในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการคงอำนาจ คสช. การจำกัดสิทธินักการเมืองเข้าร่วมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือแม้แต่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. พรเพชร วิชิตชลชัย ที่ปรึกษาหัวหน้า คสช. วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย ได้ร่วมกันแถลงชี้แจงปมข้อข้องใจสำคัญๆ

วิษณุ กล่าวว่า ช่วงเวลา 1 ปีจากนี้ไปจะต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าสิ่งที่อุตส่าห์ลงแรงทำมาในช่วง 2 เดือนนั้นเสียของหรือสูญเปล่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ 19 จึงจำเป็นต้องวางหลักการที่อาจดูเข้มงวดกวดขัน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเหมือนต้นทางหรือต้นสายแม่น้ำ 5 สาย ที่จะไหลพรั่งพรูจากนี้

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญนี้คงสถานะ คสช.ให้มีอำนาจ แต่ไม่มีบทบัญญัติใดให้ คสช.สามารถปลดนายกฯ ได้ตามคำร่ำลือ ไม่มีการบัญญัติให้ คสช.เป็นพี่เลี้ยงหรือเปลือกหอยของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มีให้ คสช.มีอำนาจบังคับบัญชา ครม. หรือข้าราชการประจำใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ให้ คสช.มีอยู่เพื่อช่วยดูแลแบ่งเบาภาระ ครม.ด้านความมั่นคง การรักษาความสงบเพื่อ ครม.จะได้บริหารราชการแผ่นดินโดยไม่วอกแวกกับปัญหาที่อาจจะแทรกซ้อนเข้ามาในช่วงเวลา 1 ปีนี้

สำหรับประเด็นที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ คือ มาตรา 44 ซึ่งระบุให้อำนาจหัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช.มีอำนาจสั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่ง หรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย

วิษณุ ชี้แจงว่า การกำหนดให้ คสช.อาจใช้อำนาจพิเศษ หากจำเป็นต้องใช้อำนาจเพื่อการสร้างสรรค์ แม้เป็นอำนาจเชิงนิติบัญญัติ แต่เชื่อว่าจะไม่มีการใช้พร่ำเพรื่อ และไม่กระทำการนอกรัฐธรรมนูญ ส่วนศาลต่างๆ ศาลทหาร และองค์กรอิสระต่างๆ ยังอยู่ไปตามปกติ เรื่องของการใช้อำนาจพิเศษเป็นผลที่ตามมาจากการคง คสช.ไว้ หาก คสช.ไม่มีแล้วก็ไม่มีความจำเป็น การที่ให้มี คสช.อยู่ก็เพื่อให้ทำหน้าที่บางอย่างที่ ครม.อาจจะกระทำได้ลำบาก

อีกทั้งแบบแผนของการมีมาตรา 44 นี้มีมาในอดีตทุกครั้งที่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยมองว่าการที่องค์กรยึดอำนาจยังคงต้องอยู่ต่อ แล้วในบางสถานการณ์ก็ไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ ลงท้ายก็ต้องเกิดการยึดอำนาจซ้อนขึ้นมาอีก

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามในอนาคตว่า คสช.จะใช้ประกาศิตนี้ในทางสร้างสรรค์หรือทำลาย ส่งเสริมหรือกำราบ เป็นเหมือนดาบที่มีสองคม เพราะ คสช.อยู่ภายใต้การจับตาดูของทุกฝ่ายอยู่แล้ว และวิธีใช้อำนาจในมาตรา 44 คงไม่ใช่อำนาจประจำวัน หรือนึกจะใช้ก็ใช้ได้ หากไม่เขียนไว้ก็ไม่ได้ เพราะบางเรื่องกฎหมายที่มีอยู่ไม่เพียงพอ แต่มีแล้วจะใช้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง 2 เดือนที่ผ่านมา คสช.มีอำนาจล้นพ้นมากกว่ามาตรา 44 แต่ไม่ใช้

พรเพชร ยืนยันว่า มาตรา 44 ไม่ได้ให้อำนาจ คสช.ในการแทรกแซงฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายตุลาการ รวมทั้งไม่มีอำนาจไปสั่งการรัฐบาลหรือ สนช.แต่อย่างใด หากกระบวนการของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติต้องใช้ระยะเวลานาน หัวหน้า คสช.ก็อาจจะออกคำสั่งหรือประกาศเพื่อที่จะแก้ไขเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง อย่างไรก็ตาม คงไม่ไปไกลถึงขนาดจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ไปยุ่งเกี่ยวกับคดีอาญาปกติ

กก.บห.พรรคเป็น สนช.ไม่ได้

สำหรับคุณสมบัติ สนช. ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง เป็นเวลา 3 ปี จึงห้ามเฉพาะผู้ที่เป็นหัวหน้า รองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค แต่ไม่ห้ามผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนสภาปฏิรูปแห่งชาติมีสมาชิกไม่เกิน 250 คน มาจากการสรรหาจากจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ 1 คน รวมเป็น 77 คน โดยคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดเสนอชื่อจังหวัดละ 5 คน แล้วให้ คสช.เลือกเหลือจังหวัดละ 1 คน ส่วนที่เหลือ 173 คน มาจากบุคคล 11 ด้าน ด้านละ 1 คณะ โดยใช้วิธีการเสนอชื่อจากสมาคม มหาวิทยาลัย หรือองค์กรต่างๆ ไม่ใช่การมาขอสมัครเอง ผู้ที่อยากเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติต้องมีองค์กรให้การรับรองและเสนอชื่อขึ้นมา และไม่มีข้อห้ามนักการเมือง

ยกร่าง รธน.ถาวรภายใน 4 เดือน

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มี 36 คน ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาที่ถูกกำหนดต้องยกร่างให้เสร็จภายใน 4 เดือน แต่ถ้าทำไม่เสร็จก็มีบทลงโทษ นอกจากนี้ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง เป็นเวลา 3 ปี และห้ามผู้เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองในอนาคตเป็นเวลา 2 ปี

เปิดช่องประชามติ รธน.ถาวร

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ปิดทางการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะสามารถพิจารณาทำได้ตามสมควรในอนาคต และเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้รับการลงพระปรมาภิไธยแล้วกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ถือว่าสิ้นสุดหน้าที่ หากกำหนดหรือบังคับว่าต้องทำประชามติ อาจทำให้ใช้เวลายืดยาวเนิ่นนานออกไป ส่งผลให้กระบวนการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปีที่กำหนด อาจจะต้องใช้เวลาอีก 4-6 เดือน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท