
กรณ์แจงรัฐไม่ทิ้งรากหญ้า
กรณ์ชี้แจงรัฐบาลไม่ทิ้งรากหญ้าชี้ให้งบกระทรวงเกษตรฯเพิ่ม40%-ลุยแก้ความเหลื่อมล้ำรายได้ ย้ำงบทหารเท่ากับสมัยรัฐบาลสมัคร
กรณ์ชี้แจงรัฐบาลไม่ทิ้งรากหญ้าชี้ให้งบกระทรวงเกษตรฯเพิ่ม40%-ลุยแก้ความเหลื่อมล้ำรายได้ ย้ำงบทหารเท่ากับสมัยรัฐบาลสมัคร
บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีพ.ศ.2554 จำนวน 2.07 ล้านล้านบาท ในช่วงค่ำส่วนใหญ่เป็นการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ตอบข้อสงสัยของส.ส.ที่ได้มีการถามมาตลอดในช่วงเย็น
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชี้แจงในเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงกลาโหมว่า กระทรวงกลาโหมได้งบประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับสมัยรัฐบาลสมัครสุนทรเวช ปี 2552 ซึ่งถือว่าไม่ได้แตกต่างหรือเพิ่มมากกว่าอดีตแต่อย่างใด
นอกจากนี้รัฐบาลยังไม่ได้ละเลยการกับปัญหาเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องผลผลิตทางการเกษตร เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการจัดสรรงบประมาณพิ่มขึ้นถึง 40 %จากปีก่อน อีกทั้งยังมีงบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งอีก6.2 หมื่นล้านบาท
“รัฐบาลยังพยายามแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชนในประเทศซึ่งผ่านมาสิบปีช่องว่างระหว่างกลุ่มรวยสุดในประเทศ 20% ของประเทศ กับ คนจนสุดในประเทศ 20% ยังไม่ลดช่องว่างลง ซึ่งรัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยการจัดงบประมาณไปในโครงการประกันรายได้ สร้างโอกาสทางรายได้ และในระยะยาวการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมคือการศึกษาที่รัฐบาลจัดงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์” นายกรณ์ กล่าว
นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ชี้แจงถึงการจัดระบบการศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดระบบการศึกษาให้กับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอดควบคู่ไปกับการลดเหตุการณ์ความรุนแรงให้น้อยลง
ทั้งนี้ในเรื่องการจัดการศึกษารัฐบาลได้มีโครงการทำโรงเรียนให้มีคุณภาพ 90 แห่ง ให้มีคุณภาพในเรื่องการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และสารสนเทศ พร้อมกับจะมีการโครงการพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอนจำนวน 6,754 คนให้มีคุณภาพมากขึ้น และมีนโยบายให้คนในพื้นที่สามารถรู้เรื่องภาษาไทยและภาษาท้องถิ่นให้ได้เพิ่มเติมอีก30% และจะทำให้นักเรียน70%สามารสำเร็จการศึกษาในภาคบังคับให้ได้ภายใน 3 ปี
ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านได้มีความเห็นร่วมกันด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2554 จำนวน 63 คนโดยให้พิจารณาภายใน 57 วันและเปิดโอกาสให้ส.ส.แปรญัตติ 30 วันก่อนส่งให้ที่ประชุมสภาฯพิจารณาในวาระ2และ3ต่อไป สำหรับสัดส่วนของคณะกรรมาธิการแบ่งเป็น คณะรัฐมนตรี 15 คน พรรคเพื่อไทย 19 คน พรรคประชาธิปัตย์ 17 คน พรรคภูมิใจไทย 3 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 3 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 3 คน พรรครวมชาติพัฒนา 1 คน พรรคประชาราช 1 คน พรคกิจสังคมและพรรคมาตุภูมิรวมกัน 1 คน







