
ทหารคุมเข้มรับ7วันสุดท้ายรอมฎอน
นราธิวาส-ทหารตั้งด่านตรวจเข้มพื้นที่เขตเมือง 7 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอนหวั่นก่อเหตุป่วนซ้ำ
นราธิวาส-ทหารตั้งด่านตรวจเข้มพื้นที่เขตเมือง 7 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอนหวั่นก่อเหตุป่วนซ้ำ
เมื่อวันที่ 23 ก.ค.57 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้ตั้งด่านตามจุดตรวจต่างๆทั้งขาเข้า และออกเมืองนราธิวาสทั้ง 4 จุดอย่างเข้มงวด ประกอบด้วย 1.ด่านบ้านยะกังคุมถนนสายขาเข้าระหว่างระแงะ – เมือง 2.ด่านบ้านปลักปลาคุมสายข้าเข้าและออกสาย ยี่งอ – เมือง 3.ด่านริมน้ำคุมสายขาเข้า และออกสายตากใบ – เมืองนราธิวาส และ4.จุดตรวจโรงไฟฟ้าเก่าบ้านบาละฮีเลคุมสายชายหาดนราทัศน์ ด้วยการเรียกตรวจตรารถจักรยานยนต์และรถยนต์ทุกคันที่ผ่านไปมา เน้นตรวจสัมภาระต่างๆที่มากับบุคคลในรถที่มาจากต่างถิ่น และคนแปลกหน้าที่ปกปิดใบหน้า สวมหมวก หรือคลุมหัว
ขณะที่ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 33 ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่เขตอำเภอเมืองตั้งจุดตรวจลอยเรียกตรวจตามถนนสายต่างๆ เน้นรถจักรยานยนต์ และกลุ่มวัยรุ่นอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการก่อเหตุความไม่สงบเหมือนในพื้นที่ อ.ระแงะ อีกทั้งเป็นการเพิ่มความเข้มในการ รปภ.พื้นที่ให้กับชาวมุสลิมที่ออกมาปฏิบัติศาสนกิจตามมัสยิดต่างๆในช่วง 7 วัน สุดท้ายของเดือนรอมฎอน ซึ่งจะมีชาวมุสลิมส่วนหนึ่งออกมาใช้ชีวิตที่มัสยิดเพื่อประกอบศาสนกิจอย่างเคร่งครัดตลอดทั้งเดือนรอมฏอน ส่วนในพื้นที่แหล่งชุมชนต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว โดยใช้รถจักยานยนต์ออกลาดตระเวรตลอดเวลา ซึ่งหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นก็จะสามารถสนับสนุนกำลังเพื่อไล่ล่าได้ทันท่วงที
ด้านพ.ต.อ.จิระเดช พระสว่าง ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายที่ลอบวางระเบิดป่วนในพื้นที่ อ.ระแงะ จำนวน 4 จุด เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดจากการขยายผลของผู้ต้องหา จำนวน 2 คน ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ควบคุมตัวไว้ และทำการสอบสวนตามกระบวนการจนให้การรับสารภาพจนมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่พอจะรู้ตัวคนร้ายเพิ่มเติมแล้วว่ามีใครบ้างที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ซึ่งได้สนธิกำลังลงพื้นที่ประกบตามสถานที่ต่างๆไว้แล้ว
อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถจับกุมตัวมาได้ ซึ่งคาดว่าคงไม่นานนักน่าจะได้ตัวผู้ต้องหาเพิ่มมาอีก เพียงแต่ขาดหลักฐานอีกส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ผู้ต้องหาที่คาดว่ามีส่วนร่วมในการก่อเหตุน่าจะมีอีกอย่างน้อย 5 คน แต่ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงและมั่นใจว่ายังไม่ได้หลบหนีออกไปไกลมากนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ให้อดส่องดูแลตามพื้นที่ต่างๆไว้แล้ว และหากปรากฏตัวเมื่อไหร่ ก็จะสามารถรวบตัวมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีได้ทันที.







