
ต้องปลอดภัย
จากกรณีโศกนาฏกรรมเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ที่ถูกขีปนาวุธยิงตกในยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น ล่าสุดยูเครนได้ประกาศให้น่านฟ้าเป็นเขตห้ามบินเหมือนกับเกาหลีเหนือแล้ว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดที่จะต้องไม่มีการเสี่ยงอีก แม้ว่าการบินผ่านยูเครนนั้นจะเป็นเส้นทางที่สั้นและประหยัดต้นทุนให้กับสายการบินที่ให้บริการในเส้นทางยุโรปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ตาม
จากกรณีโศกนาฏกรรมเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ที่ถูกขีปนาวุธยิงตกในยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น ล่าสุดยูเครนได้ประกาศให้น่านฟ้าเป็นเขตห้ามบินเหมือนกับเกาหลีเหนือแล้ว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดที่จะต้องไม่มีการเสี่ยงอีก แม้ว่าการบินผ่านยูเครนนั้นจะเป็นเส้นทางที่สั้นและประหยัดต้นทุนให้กับสายการบินที่ให้บริการในเส้นทางยุโรปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ตาม
นอกจากนั้น ยังมีเสียงเรียกร้องจากหลายสายการบินไปยังองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการบินพลเรือน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ หรือสำนักงานจัดการการบินของสหรัฐ รวมไปถึงสำนักงานด้านความปลอดภัยทางการบินของยุโรปให้มีความชัดเจนมากขึ้นที่จะกำหนดว่าเส้นทางบินไหนอันตราย ไม่สมควรจะทำการบินผ่านบ้าง
ดังที่เคยรับใช้ท่านผู้อ่านไปก่อนหน้านี้ ว่าในช่วงปีที่ผ่านมานี้สถานการณ์การเมืองโลกนั้นเพิ่มดีกรีความร้อนแรงในหลายจุดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นน่านฟ้าด้านตะวันออกของจีน น่านฟ้าเหนือประเทศอิรัก ลิเบีย ซีเรีย แม้กระทั่งอิสราเอล ซึ่งเป็นทั้งดินแดนที่กำลังมีข้อพิพาทความขัดแย้งและมีการสู้รบกันอยู่
ที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับกันว่าเพดานบินของเครื่องบินพาณิชย์นั้นอยู่สูงกว่า 3 หมื่นฟิตเหนือระดับน้ำทะเล และไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีการโจมตีเครื่องบินพลเรือนขึ้นเช่นนี้ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
แต่เหตุการณ์ของเที่ยวบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ 17 นี้ ก็พิสูจน์แล้วครับว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดได้ เครื่องบินพาณิชย์ก็ถูกโจมตีเป็นเป้าหมายจนเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นได้
ดังนั้น เพื่อความมั่นใจของผู้เดินทางทางอากาศทั่วโลกที่นับวันจะมีแต่การเพิ่มปริมาณมากขึ้นนั้น ก็ต้องประกาศและกำหนดให้แน่ชัดว่าเส้นทางบินไหนไม่ควรบินและมีอันตรายอยู่
แต่กระนั้น ผลกระทบที่ตามมาก็คือ ต้นทุนการบินของสายการบินจะต้องแพงขึ้น ดังเช่นเส้นทางบินของเที่ยวบินเอ็มเอช 17 นั้นถ้าหากจะต้องบินอ้อมยูเครนก็จะต้องมีต้นทุนการบินเพิ่มขึ้นอีกราว 1.3 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.16 แสนบาท ซึ่งถ้าคำนวณกับที่นั่งบนเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 ที่ใช้บินนั้น ผู้โดยสารจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกประมาณ 66 เหรียญสหรัฐ/คน
นั่นหมายความว่า จากสถานการณ์ที่ร้อนแรงของการเมืองโลกในหลายจุดนั้น อาจจะทำให้สายการบินต้องเลือกที่จะบินอ้อมมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย และทำให้ต้นทุนการบินสูงมากขึ้น และสุดท้ายก็อาจจะกลับมาตกเป็นภาระของผู้โดยสารที่จะต้องจ่ายค่าบัตรโดยสารแพงขึ้น
น่าจะเป็นสิ่งท้าทายต่ออุตสาหกรรมการบินโลกพอสมควรทีเดียวครับ







