posttoday
ธนาคารนวัตกรรม

ธนาคารนวัตกรรม

23 กรกฎาคม 2557

เมื่อพูดถึง วทน. (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม) อย่างในฉบับที่ผ่านมา ทำให้ผู้เขียนอดวกกลับไปหาเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ เพราะเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญานั้นเกี่ยวพันกับ วทน.อย่างแยกไม่ออก และเป็นเรื่องที่ต้องมีการลงทุน และใช้งบประมาณค่อนข้างมาก และหากใช้ให้เป็นและถูกทางก็จะทำให้เศรษฐกิจก้าวกระโดดไปได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

เมื่อพูดถึง วทน. (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม) อย่างในฉบับที่ผ่านมา ทำให้ผู้เขียนอดวกกลับไปหาเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ เพราะเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญานั้นเกี่ยวพันกับ วทน.อย่างแยกไม่ออก และเป็นเรื่องที่ต้องมีการลงทุน และใช้งบประมาณค่อนข้างมาก และหากใช้ให้เป็นและถูกทางก็จะทำให้เศรษฐกิจก้าวกระโดดไปได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

แน่นอนว่าสำหรับนักการเมืองแล้วมักจะชอบใช้งบประมาณไปในการก่อสร้าง โดยเฉพาะในโครงสร้างพื้นฐานหรือสิ่งก่อสร้างใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟรางคู่ การขยายสนามบิน การป้องกันน้ำท่วม ฯลฯ เนื่องจากเป็นรูปธรรมและประเมินราคาได้ อย่าว่าแต่ประเทศไทยเลย แม้แต่ในอังกฤษก็มีข่าวที่ลงในหนังสือพิมพ์ The Guardian เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ว่า นายกฯ อังกฤษได้ประกาศใช้เงินงบประมาณถึงสามหมื่นหกพันล้านปอนด์ในการสร้างถนน สนามบิน (Airport Terminals) ป้องกันน้ำท่วม และกังหันลม เนื่องจากว่าการเชื่อมโยงงบประมาณก่อสร้างก้อนใหญ่ๆ กับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจส่วนมากจะเห็นได้ชัดและอธิบายได้ง่ายกว่าการใช้งบประมาณก้อนโตไปลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า Software การออกแบบ หรือสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จึงเป็นเรื่องธรรมดามากที่นักการเมืองจะไม่ให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้เขียนยกตัวอย่าง นายกฯ อังกฤษเมื่อตอนต้น ไม่ได้หมายความว่าอังกฤษซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ให้ความสนใจในทรัพย์สินทางปัญญา ตรงกันข้ามบริษัทต่างๆ ในอังกฤษกลับเป็นผู้ให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมาก จะเห็นได้ว่าตัวเลขที่บริษัทต่างๆ ลงทุนนั้นเป็นการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญา (Knowledge Assets) ในปี 2011 ถึงหนึ่งแสนสามหมื่นแปดพันล้านปอนด์ เมื่อเทียบกับการลงทุนในสิ่งก่อสร้าง เครื่องจักรเครื่องยนต์แล้วสูงกว่ากันถึงประมาณ 35% (การลงทุนในสิ่งก่อสร้าง เครื่องจักรเครื่องยนต์ มีประมาณเก้าหมื่นล้านปอนด์) ซึ่งต่างกับประเทศไทยที่เอกชนลงทุนใน Knowledge Assets น้อยมาก และน้อยกว่างบโฆษณาประชาสัมพันธ์เสียด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่การลงทุนใน Knowledge Assets หรือที่เรียกทั่วๆ ไปว่าทรัพย์สินทางปัญญา เกิดผลลัพธ์หรือรายได้เร็วกว่าการใช้จ่ายลงทุนแบบเดิมๆ

โดยเฉพาะสถาบันการเงินต่างๆ ธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยมาก ส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีหรือไม่มีวิธีที่เชื่อถือได้ในการประเมินมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าพูดถึงทรัพย์สินทางปัญญากับนายธนาคารหรือสถาบันการเงินในต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงโทรศัพทท์มือถือมากกว่าระบบเบรกใต้พื้นรถไฟ (นำมาจากคำพูดของ David Martin ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา และเป็น Chief Executive ของบริษัท M.CAM ซึ่งเป็นบริษัทที่รับประกัน (Underwrite) การกู้ยืมเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา) แต่ถ้าเป็นในประเทศไทยอาจจะยิ่งกว่านั้น เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยังเรียกไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นสิทธิบัตร อะไรเป็นลิขสิทธิ์ ถ้าจะเปรียบเทียบรถไฟกับ Smart Phone ข้างต้น ก็จะไม่ทราบเลยว่าที่จริงแล้วสิทธิบัตรที่เกิดจากรถไฟนั้นมีมากมายและซับซ้อนกว่า Smart Phone ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่สถาบันการเงินของไทยจะสามารถประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาได้ และเมื่อไม่สามารถประเมินได้บริษัทที่เริ่มตั้งทางด้านนี้ (Start up) จะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายๆ เหมือนกรณีของการสร้างบ้านจัดสรรทั้งหลาย

การตั้งธนาคารนวัตกรรม (Innovation Bank) ก็เป็นทางออกทางหนึ่ง หากรัฐบาลเห็นความสำคัญและต้องการให้ความช่วยเหลือกับบริษัท Start up ที่มีศักยภาพ ในอังกฤษก็มีแนวคิดดังกล่าว โดย Big Innovation Center กำลังพิจารณาจะนำบริษัทใหญ่ๆ เช่น ธนาคาร Barclays บริษัท GlaxoSmithKline บริษัท BAE system และมหาวิทยาลัย (Universities Consorteum) ซึ่งประกอบด้วย Oxford, Cambridge และ University College London มารวมตัวกันเพื่อเริ่ม (Kick Start) งานนวัตกรรมใหญ่ๆ จึงต้องการให้มีธนาคารให้กู้เงินแก่บริษัทที่มีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องคำประกัน แต่ก็รู้สึกว่าธนาคารอังกฤษเองให้ความสนใจน้อย ซึ่งที่จริงแล้วในอังกฤษยังดีกว่าประเทศไทยที่เขามีทั้ง Angle’s fund, Venture Capital และยังมีบริษัทที่ทำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ค้ำประกันการกู้ยืมเพื่อไปทำเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา (Underwrite) โดยได้รับเงินจากผู้ให้กู้ยืม (โดยทั่วไปคือธนาคาร) และส่วนใหญ่รวมถึงการขายทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆ ด้วยถ้าบริษัทที่กู้ยืมไปต้องปิดตัวลง

แต่ในกรณีของไทยเราไม่มีบริษัทเช่นนี้ แม้แต่บริษัทเดียวธนาคารก็ไม่ให้ความสนใจ ดังนั้นธนาคารนวัตกรรมจึงน่าจะเป็นคำตอบที่ดี ในเมื่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็มีแล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ ก็มีแล้ว ทำไมจะมีธนาคารนวัตกรรมหรือธนาคารสงเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญาบ้างไม่ได้ ถ้าจะทำให้เศรษฐกิจของไทยก้าวกระโดดไปข้างหน้าได้สำเร็จ หลังจากที่ถอยหลังไปหลายปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท