
ไทยแจงอียูยันคุมอำนาจเพื่อประคองปชต.
ปลัด กต. แจงอียูยันคสช.คุมอำนาจเพื่อประคองประชาธิปไตย
ปลัด กต. แจงอียูยันคสช.คุมอำนาจเพื่อประคองประชาธิปไตย
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รมว.ต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-สหภาพยุโรป(อียู) ระหว่างวันที่ 22-23 ก.ค. ได้เริ่มต้นภารกิจด้วยการเข้าหารือกับนายเดวิด โอซิลลิแวน ปลัดกระทรวงต่างประเทศอียู พร้อมทั้งรับประทานอาหารกลางวันและหารือกับสมาชิกรัฐสภายุโรป จากนั้น ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นาย Jose Manuel Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่รัฐมนตรีอาเซียนที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุม
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงานดังกล่าวว่า การเดินทางมาร่วมประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเพราะเป็นครั้งแรกที่ส่วนตัวได้เดินทางเยือนยุโรป ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีท่าทีค่อนข้างแรงต่อไทยหลังเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. และมีโอกาสได้พบกับทั้งฝ่ายอียูที่เป็นผู้นำเสนอนโยบาย รวมถึงพบปะกับสมาชิกอียูแต่ละประเทศไปพร้อมๆกัน
ซึ่งในส่วนของไทยก็เป็นเช่นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยพูดไว้ คือ “เราเข้าใจได้ว่าเขาต้องยึดหลักการและมีบรรทัดฐานในการดำเนินความสัมพันธ์ แต่ก็อยากให้เขาเข้าใจ ให้เวลาและให้พื้นที่กับไทยในการแก้ไขปัญหาภายในของเราเองด้วย เพราะไม่มีใครจะแก้ไขปัญหาภายในของไทยได้นอกจากคนไทยด้วยกันเอง”
ทั้งนี้ ในการพูดคุยกับปลัดกระทรวงต่างประเทศอียูได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างตรงไปตรงมาว่าคิดและมองไทยอย่างไร ซึ่งส่วนตัวตนได้ชี้แจงไปว่าจะมองโดยเอาหลักการเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจแท้จริงด้วยว่าสถานการณ์ในแต่ละประเทศเป็นอย่างไร และไทยยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตยแต่เส้นทางประชาธิปไตยของแต่ละประเทศไม่ใช่เส้นตรงเสมอไป ดังนั้น จะใช้บรรทัดฐานหรือมองด้วยอุดมคติที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของแต่ละประเทศไม่ได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นในไทยไม่ใช่การล้มประชาธิปไตย แต่เป็นการประคับประคองประชาธิปไตยในไทยให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ขณะนี้ไทยกำลังมุ่งมั่นเดินตามโรดแมปที่ได้ประกาศไว้ มีการประกาศใช้ธรรมนูญชั่วคราวและจะเดินหน้าตามขั้นตอนอื่นๆ ต่อไป จึงไม่อยากให้ด่วนสรุป แต่ให้ดูตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อให้ไทยกลับสู่การมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน
“เป็นเรื่องดีที่อย่างน้อยเขาเปิดกว้างที่จะรับฟังความเห็น ที่สำคัญเขาบอกว่าเห็นความสำคัญของไทยที่เป็นหุ้นส่วนสำคัญของอียูในภูมิภาค อียูยืนยันว่ามองไทยเป็นมิตรประเทศ โดยท่าทีที่ผ่านมาเขาถือว่าเบาบางที่สุดและไม่ได้มีอะไรที่ถือเป็นการคว่ำบาตร ทั้งยังตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันต้องเดินหน้าต่อไป แต่ภายใต้กฎหมายเขามีข้อจำกัดว่าจะต้องดำเนินความสัมพันธ์ในระดับใด เขาจะพยามมองไปข้างหน้า และคาดหวังว่าไทยจะกลับสู่ประชาธิปไตยและมีการเลือกตั้งโดยเร็ว และอยากเห็นกระบวนการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยจะติดตามมาตรการต่างๆ ของไทยหากมีท่าทีดีขึ้นก็จะทบทวนมาตรการต่างๆ ของเขา” นายสีหศักดิ์กล่าว
สำหรับการหารือกับสมาชิกรัฐสภายุโรป ทุกท่านเป็นผู้ที่ดูแลและติดตามความสัมพันธ์กับอาเซียนอยู่แล้วจึงเข้าใจถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ในไทยเป็นอย่างดี มีการสอบถามถึงบทบาทขององค์กรอิสระ บางท่านบอกว่าทราบดีว่าก่อนเกิดเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. ทางเลือกมีไม่มาก และมองไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญสำหรับอียู จึงได้ขอให้ช่วยอธิบายต่อสมาชิกรัฐสภายุโรปได้เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงในไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ ส่วนตัวถือโอกาสชี้แจงสถานการณ์ในไทย โดยย้ำว่าสถานการณ์ในประเทศบีบบังคับให้เกิดเหตุการณ์วันที่ 22 ก.ค.ขึ้น ไม่เช่นนั้นอาจจะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคโดยรวม และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว จึงควรมองไปข้างหน้า โดยย้ำว่าไทยมุ่งมั่นเดินหน้ากลับสู่ประชาธิปไตยเห็นได้จากที่มีการประกาศธรรมนูญการปกครองแล้ว
ทั้งนี้ แม้หลายประเทศตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดไทยไม่จัดการเลือกตั้งให้เร็วขึ้น แต่ปัญหาของไทยไม่ได้แก้ไขด้วยการเลือกตั้งเท่านั้น แต่อยู่ที่ทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยของไทยเข้มแข็งขึ้น ปัจจุบันเศรษฐกิจที่ชะงักงันมาหลายเดือนก็ค่อยๆ คลี่คลาย ที่สุดแล้วผลประโยชน์ระยะยาวของอียูจึงอยู่ที่การที่ไทยกลับสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน เพราะอย่างไรไทยก็ไม่หยุดนิ่งในการขับเคลื่อนและแสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ และยังเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค







