
หมดยุคจำนำข้าวขายนาทิ้ง
ผู้เช่านาเจ็บสาหัสจ่ายล่วงหน้าเจ๊งยับคสช.เดินหน้าลดต้นทุนผลิต5ปัจจัยหลัก
ผู้เช่านาเจ็บสาหัสจ่ายล่วงหน้าเจ๊งยับคสช.เดินหน้าลดต้นทุนผลิต5ปัจจัยหลัก
หมดยุคจำนำข้าวชาวนาแห่ขายที่ คนเช่านาสาหัส จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าขาดทุนยับ
นายสมาน บัวจ้อย ชาวนาทุ่งลอ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เปิดเผยว่า การ ยุติโครงการรับจำนำข้าวส่งผลกระทบ ต่อราคาซื้อขายที่นา ซึ่งแม้จะยอมลด ราคาลงมาถึง 50% เหลือไร่ละไม่ถึง 2 แสนบาทก็ยังไม่มีผู้ซื้อ ต่างกับช่วงนโยบายจำนำข้าว ซึ่งราคาที่นาพุ่งสูงขึ้นถึงไร่ละ 24 แสนบาท ก็มีคนแย่งซื้อ เพราะมีโครงการจำนำของรัฐบาลมาทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการทำนาอย่างเป็นกอบเป็นกำ
“ภายหลังเกิดผลกระทบหลายอย่างกับชาวนา ทั้งการได้รับเงินจำนำข้าวล่าช้า การยุตินโยบายจำนำข้าวหรือรับประกันผลผลิตข้าวทำให้เกษตรกรไม่มีรายได้ หลายคนมองว่าการทำนาเริ่มขาดทุน ทำให้ราคาที่นาลดลงอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่ ทุ่งลอขณะนี้แม้จะยอมขาดทุนขายไร่ละ 1.7 แสนบาทก็ไม่มีใครซื้อ ลดลงมาอีกจนเหลือเพียงเหลือไร่ละ 1 แสนบาท ก็ยังขายไม่ได้เลย เพราะข้าวราคาตกต่ำ” นายสมาน กล่าว
ด้าน นายสมชาย เข็มเพชร นายกสมาคมเกษตรกร จ.พะเยา กล่าวว่า กลุ่มชาวนาที่ไม่มีที่ดินของตัวเองต้องเช่าที่ดินทำนาก็ประสบปัญหาอย่างหนักเช่นกัน เพราะช่วงที่ข้าวมีราคาดีจากนโยบายรับจำนำข้าว ทำให้เจ้าของที่ดินปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นและยังปรับวิธีการเช่า โดยให้ ชาวนาทำสัญญาและจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 35 ปี ซึ่งชาวนารายย่อยเช่าที่นารายละประมาณ 10 ไร่ และมีส่วนน้อยที่เช่ามากนับร้อยไร่ ต้องจ่ายค่าเช่าเฉลี่ย รายละ 13.5 แสนบาท ซึ่งนับว่าสูงมาก
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ราคาเช่าที่นาช่วงก่อนนโยบายรับจำนำข้าวอัตราเช่าที่ไร่ละ 1,000-1,500 บาท สูงสุดที่นาใกล้ น้ำไม่เกินไร่ละ 2,000 บาท แต่นโยบายจำนำข้าวทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัว ส่งผลให้ราคาเช่าที่นาสูงขึ้นถึงไร่ละ 3,500 บาท
“ขณะนี้กลุ่มที่เช่าปีต่อปีไม่มีที่ทำนาอีกแล้ว หากเช่าจะทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิต เมื่อรวมค่าเช่ากับค่าทำนาตลอดฤดูกาล/ไร่ ไม่ต่ำกว่า 7,000-8,000 บาท จึงไม่อาจเช่าที่นาทำนาต่อไปได้ แต่ในรายที่ทำสัญญาเช่า 35 ปี ตอนนี้อาการหนักมาก เพราะเงินที่จ่ายไปแล้วถือเป็นต้นทุนที่ต้องแบกรับ กล่าวได้ว่าขาดทุนล่วงหน้าไปแล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำ ให้ชาวนาต้องแบกรับภาระหนี้สินเพิ่ม ขึ้นอีก ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ต้องรอฟังนโยบายของผู้บริหารประเทศอีกครั้ง” นายสมชาย กล่าว
ด้าน นายพินิจ หาญพาณิชย์ ผวจ.สมุทรปราการ ได้ประชุมคณะกรรมการ ติดตามและกำกับการลดต้นทุนการผลิต ของจังหวัด โดยจะใช้นโยบาย 5 ลด ตาม แนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ทั้งนี้ นโยบาย 5 ลดประกอบด้วย 1.ลดค่าปุ๋ย กระสอบสอบละ 50 บาท 2.ลดค่าสารเคมีปราบศัตรูพืช แกลลอน ละ 40 บาท โดยจะให้กระทรวงพาณิชย์ควบคุมและขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการลดราคา 3.ลดค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยหน่วยงานรัฐจะลดกิโลกรัมละ 4 บาท และขอความร่วมมือภาคเอกชนลดราคากิโลกรัมละ 6 บาท 4.ลดค่ารถเกี่ยวข้าวลงไร่ละ 50 บาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะ ติดตามควบคุมราคารถเกี่ยวข้าวให้เป็นรูปธรรม 5.ลดค่าเช่านาลงไร่ละ 200 บาท โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยควบคุมค่าเช่าให้เกิดความเป็นธรรมกับ ทุกฝ่าย







