
ค้านพาสสปอร์ตความดีวัดคุณค่ากันอย่างไร
เพียงชั่วข้ามคืนไอเดียการจัดทำสมุดพกความดี หรือพาสปอร์ตความดีของนักเรียนทุกระดับชั้นที่ สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
เพียงชั่วข้ามคืนไอเดียการจัดทำสมุดพกความดี หรือพาสปอร์ตความดีของนักเรียนทุกระดับชั้นที่ สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมานำเสนอ เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง
เกิดคำถามขึ้นมาว่า “อะไรคือมาตรฐานของความดี” และการจดบันทึกในลักษณะนี้จะเป็นเรื่องที่ทบทวนดีแล้วหรือไม่ ว่าเหมาะสำหรับเด็กวัยมัธยมและเป็นเรื่องที่น่าจะเหมาะสำหรับชั้นเด็กเล็กระดับอนุบาลมากกว่า และเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่นามธรรมจับต้องไม่ได้ หรือสามารถปั้นแต่งให้เกินจริงขึ้นมาได้หรือไม่
ไอเดียที่กล่าวมาไม่ใช่เรื่องใหม่ แนวคิดที่คล้ายคลึงกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วสมัย พนิตา กำภู ณ อยุธยา นั่งเก้าอี้ปลัด ศธ. โดยแนวคิด “สมุดความดี” เคยถูกนำเสนอให้จัดทำสมุดบันทึกความดีสำหรับลูกเสือ กระทั่งเรื่องนี้เคยเป็นงานหนึ่งที่พนิตาฝากฝังให้สุทธศรีเดินหน้าต่อหลังเข้ารับตำแหน่ง มีการจัดพิมพ์ออกมาแล้วประมาณ 1 แสนเล่ม
เดิมทีแนวคิดเรื่องสมุดความดีได้รับคำอธิบายถึงจุดประสงค์ว่าช่วยทำให้เด็กหันมาทำความดีมากขึ้น เพราะมีการจดจารึกการทำความดีของเด็กให้สามารถนำสมุดเล่มนี้ไปใช้ประกอบการพิจารณาเข้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ สถาบันอุดมศึกษาบางแห่งมีโควตาในส่วนของเด็กดีมีที่เรียน โดยใช้หลักฐานที่ได้รับการบันทึกและรับรองจากครูใหญ่หรือผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งในการพิจารณา
ทั้งนี้ รายละเอียดสมุดบันทึกความดีของลูกเสือและเนตรนารีมีหัวข้อเป็นตัวอย่างการกระทำความดีต่อครอบครัว บุพการี ต่อสาธารณะและสังคม มีรางวัลแห่งการทำความดีแบ่งเป็น 3 ระดับ เพื่อประดับเข็มลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์ พร้อมเกียรติบัตร ระบุผลอย่างชัดเจน
พรทิพย์ เย็นจะบก อาจารย์ภาควิชานิเทศศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า หากทุกระดับชั้นจะนำแนวคิดเรื่องสมุดพก หรือพาสปอร์ตความดี ไปเห็นส่วนหนึ่งของคะแนนย่อมนำไปสู่ความยุ่งยากในหลายด้าน เพราะการพยายามตีความ ความดีซึ่งเป็นนามธรรม มันไม่ง่ายต่อการวัดค่าอยู่ในตัวเอง จะทำให้เกิดมาตรฐานที่ไม่เท่ากัน
อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีหากเป็นความดีของลูกเสือ ซึ่งเป็นการเรียนในระยะสั้นและมีวินัยกำกับไว้ชัดเจน มีตัววัด ตัวบ่งชี้ความเป็นจิตอาสาได้ แต่หากจะใช้กับการเรียนทั่วไป การเรียนการสอนทั้งหมดจะต้องเปลี่ยนโครงสร้างตัวเองก่อน
“เด็กจะเขียนบรรยายในสมุดว่าทำอะไรได้ ระบบการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนแปลงก่อน โครงสร้างการศึกษาที่เรามีต้องสอนให้เด็ก รู้จักคิด วิเคราะห์ และเขียนตอบแบบบรรยาย จนเด็กเข้มแข็งพอที่จะเขียนความคิดของตัวเองได้ จึงค่อยมีการพูดถึงแนวคิดนี้ ซึ่งยังมีรายละเอียดอื่นอีกมากมายและยังมีแนวทางอื่นๆ ที่ควรจะใช้เพื่อการเรียนการสอนจริยธรรมที่เหมาะสมกว่าอีกมาก” พรทิพย์ กล่าว
วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แนวคิดดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีและมีอยู่แล้วในนครปฐมโมเดล ที่ให้นักเรียนทำคุณงามความดีมาเป็นส่วนหนึ่ง ประกอบกับผลการเรียนที่ดีจะได้สิทธิในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นของการวัดความดีตามแนวคิดนี้ต้องเป็นรูปธรรม เป็นกิจกรรมที่เป็นรูปแบบจิตอาสา ที่มีการปฏิบัติจริงและเป็นส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น
“เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไปและนำแนวทางที่มีอยู่แล้วหรือกำลังมาใช้อยู่ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในรูปแบบทรานสคริปต์ความดีมาพิจารณาอย่างรอบคอบและหาความเป็นไปได้ที่ใช้ได้จริง ก่อนหน้านี้เคยมีทรานสคริปต์คุณธรรมประกอบการรับสมัครคัดเลือกมาแล้วอาจจะต้องดูจากที่ใช้มาแล้วว่าได้ผลแค่ไหน มีด้านบวก ด้านลบอย่างไร” วรากรณ์ กล่าว
มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า แม้สมุดพกความดีจะเป็นเจตนาที่ดี แต่ในทางปฏิบัติจะเกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น เรื่องคุณค่าของความดีที่มีคุณค่าไม่เท่ากัน เพราะเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับผู้อำนวยการโรงเรียน กลายเป็นช่องว่างทางการตีความ หรือการทำดีเอาหน้า แนวคิดนี้จึงไม่ได้แก้ปัญหาจริยธรรม หรือเป็นหลักประกันได้ว่าแนวคิดนี้จะทำให้เด็กมีคุณธรรมที่ดีขึ้น







