posttoday
สองขั้วขัดแย้งพบหน้าจุดเริ่มต้นปรองดอง

สองขั้วขัดแย้งพบหน้าจุดเริ่มต้นปรองดอง

23 กรกฎาคม 2557

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดงาน “มหกรรมการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ” ที่ท้องสนามหลวง

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดงาน “มหกรรมการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ” ที่ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 22-27 ก.ค.นี้ นอกจากกิจกรรมการแสดงดนตรีการเสวนา การฉายภาพยนตร์กลางแปลงแล้วการร่วมเปิดบูธขายสินค้าราคาถูก

ไฮไลต์ของงานนี้อยู่ที่การเชิญแกนนำของทั้งสองขั้วขัดแย้งมาร่วมงานในครั้งนี้พร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) อาทิ จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ธิดา ถาวรเศรษฐ์นพ.เหวง โตจิราการ ส่วนฝั่ง กปปส. อาทิสาทิตย์ วงศ์หนองเตย จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดีสุริยะใส กตะศิลา นิติธร ล้ำเหลือ รวมถึงทุกพรรคการเมืองในประเทศ

สอดรับกับกิจกรรมให้แกนนำทุกฝ่ายมาร่วมกันกล่าวปฏิญาณพร้อมหย่อนหัวใจลงในกล่องดวงใจขนาดใหญ่ รวมเป็นหัวใจดวงเดียวกันเพื่อเดินหน้าประเทศไทยต่อไป และปล่อยลูกโป่งหลากสีที่แทนคำสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่มีสี ไม่มีฝ่าย ไม่มีข้าง

สาทิตย์ กล่าวว่า การสร้างความปรองดองถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่จะสำเร็จได้ต้องรักษาหลักนิติรัฐนิติธรรมไว้ให้ได้ การแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในประเทศไม่อาจไปกำหนดได้ว่าจะใช้เวลา 1-2 ปี เพราะความขัดแย้งสั่งสมมานาน 10 ปี

อย่างไรก็ตาม หัวใจหลักที่ คสช.ต้องดำเนินการให้ชัดเจน คือ การปฏิรูประบบการเลือกตั้ง แก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ถ้าหากทำได้บ้านเมืองก็จะพร้อมเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์

สกลธี ภัททิยกุล อดีตแกนนำ กปปส. มองว่าความพยายามของ คสช.หลายเรื่องได้ผลตอบรับในทิศทางที่ดี แต่อาจยังไม่ตรงจุด เพราะคดีความขัดแย้งที่ผ่านมาก่อน ปี 2553 ยังเคลียร์ไม่ชัดเจนหรือไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งการจัดงานดังกล่าวแม้จะมีการเชิญคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม แต่มองว่าความยุติธรรมยังไม่เกิด จึงอาจจะไม่สามารถทำให้ความปรองดองเกิดขึ้นได้

นิติธร ที่ปรึกษากลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมนี้เป็นเหมือนพื้นที่ให้กลุ่มการเมืองทุกฝ่ายได้เจอหน้ากันในรูปแบบที่ผ่อนคลาย มีโอกาสได้ยิ้มให้กันบ้าง แต่ขั้นตอนหลังจากนี้ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพราะจุดเริ่มต้นของปัญหาเริ่มจากฝ่ายการเมือง ก็ต้องจบด้วยการเมืองโดยมี คสช.เป็นคนกลาง

“สถานการณ์ขณะนี้ประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไว้ใจ คสช. เพราะถ้าหาก คสช.ไม่ได้แก้ไขปัญหาให้สำเร็จ ฝ่ายการเมืองก็จะเข้ามามีอำนาจเช่นเดิม ดังนั้น คสช.จึงมีการบ้านต้องทำให้เกิดความชัดเจนมากที่สุด” นิติธร กล่าว

อีกด้านหนึ่ง วีระกานต์ กล่าวว่า ปัญหาความแตกแยกของคนในประเทศนั้นเกิดจาก 1.กระบวนการยุติธรรมไม่เป็นอย่างที่มันควรจะเป็น 2.ความเห็นแตกต่างเรื่องประชาธิปไตยของคนในชาติ ดังนั้นการปรองดองจะเกิดขึ้นได้ต้องสร้างความยุติธรรม ไม่สองมาตรฐาน จากนั้นค่อยมาพูดกันเรื่องประชาธิปไตย

“ประเทศต้องการการเลือกตั้ง ซึ่งทาง นปช.โฟกัสในเรื่องนี้เป็นหลัก แต่ต้องรอให้ คสช.ใช้เวลาไปแก้ไขปัญหาก่อน เช่น จัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์วินรถตู้ มาเฟียกลุ่มต่างๆ รวมถึงการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชนเสียก่อน จึงจะมาพูดกันเรื่องการเลือกตั้งต่อไป” วีระกานต์ กล่าว

พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เปิดเผยว่าจากนี้เป็นช่วงเวลาที่จะหันหน้ามาคุยกัน การปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่เริ่มเปิดประตูใจด้วยการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้ได้มีโอกาสพูดคุยทักทายก่อนจะเข้าไปคุยกันในสภาปฏิรูปต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับการจัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนนั้นจะค่อยๆ ลดความถี่ลงเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 2 โดยจะไปเน้นที่เนื้อหาสาระ เปิดเวทีให้แต่ละกลุ่มแต่ละฝ่ายมาแสดงความคิดเห็นว่าอยากให้ คสช.ทำอะไร โดยจะมีแม่ทัพภาคเป็นผู้รับผิดชอบ ที่สำคัญก่อนจะมีการเลือกตั้ง จะเชิญนักการเมืองและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาเซ็นเอ็มโอยูทำสัญญาประชาคมว่าจะสานต่อการปฏิรูปประเทศ ส่วนประเด็นการนิรโทษในอนาคตนั้นจะต้องนำไปพูดคุยกันในสภาปฏิรูป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท