
ปฏิรูปพลังงาน
การออกมาเปิดเผยของอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่าจะเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตัดสินใจกำหนดแนวทางในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ ด้วยการเปิดสัมปทานรอบใหม่ครั้งที่ 21 และการแก้ปัญหาเรื่องการสัมปทานการขุดเจาะก๊าชในแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ถือเป็นเรื่องที่คนไทยควรให้ความสนใจว่า คสช.จะตัดสินใจวางรากฐานด้านพลังงานของประเทศอย่างไร
การออกมาเปิดเผยของอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่าจะเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตัดสินใจกำหนดแนวทางในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ ด้วยการเปิดสัมปทานรอบใหม่ครั้งที่ 21 และการแก้ปัญหาเรื่องการสัมปทานการขุดเจาะก๊าชในแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ถือเป็นเรื่องที่คนไทยควรให้ความสนใจว่า คสช.จะตัดสินใจวางรากฐานด้านพลังงานของประเทศอย่างไร
นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของประเทศ หาก คสช.จะใช้ห้วงเวลาที่ปลอดจากผลประโยชน์เคลือบแฝงทางการเมืองมาปฏิรูปและจัดการกับผลประโยชน์ในธุรกิจพลังงานที่เป็นทรัพยากรของชาติให้เกิดความเป็นธรรมต่อรัฐและประชาชนผู้ใช้บริการ
ต้องยอมรับว่า การเปิดสัมปทานทางด้านพลังงานโดยวิธีและฝีมือของนักการเมืองนั้น มักจะมีผลประโยชน์ของประเทศตกหล่นรายทางอยู่จำนวนมาก แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนกลับมีน้อย แม้นักการเมืองเหล่านั้นจะเป็นตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็ตาม
หาก คสช.ผู้ประกาศเจตนารมณ์ต่อสาธารณะว่าต้องการเข้ามาปฏิรูป จัดระเบียบประเทศ โดยมิได้มุ่งหวังผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับ คสช. ก็จะต้องอาศัยห้วงเวลานี้ดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และภาคประชาชน มาร่วมกันเสนอความคิด แนวทางการจัดการด้านพลังงานของประเทศที่มีผลกระทบโดยตรงกับประชาชนอย่างเปิดเผย และคัดเลือกเอาแนวทางที่ดีที่สุดมาเป็นรูปแบบในการจัดการกับทรัพยากรของประเทศ
เราเชื่อว่า ภายใต้การดำเนินการแบบมีส่วนร่วมที่หลากหลายของคนในชาติ จะช่วยเป็นเกราะกำบังให้ คสช.สามารถปฏิรูปพลังงานของประเทศได้อย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ จะมีคุณูปการแก่ประเทศในระยะยาวอย่างแน่นอน
แนวทางดังกล่าวย่อมดีกว่าปล่อยให้การตัดสินใจทางนโยบายในการเปิดสัมปทานพลังงานของประเทศอยู่ในมือของฝ่ายการเมือง
แม้ปัจจุบันจะมีข้อถกเถียงในสังคมเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในเรื่องแนวทางและวิธีการปฏิรูป การเปิดสัมปทานพลังงานเพื่อให้เกิดประโยชน์และเป็นธรรมกับผู้บริโภค แต่นั่นคือการตื่นรู้และการก้าวเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการจัดการภาครัฐที่ควรสนับสนุน
คสช.จะต้องใช้โอกาสนี้ระดมความรู้ของแต่ละภาคส่วนมาตัดสินใจกำหนดโรดแมปความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ มิให้ตกอยู่ในมือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือนำทรัพยากรของประเทศไปแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ทางการเมือง จนเกิดการผูกขาดและทำให้ประชาชนทั้งประเทศต้องเดือดร้อนในระยะยาว







