posttoday
สแกนงบกลาง3.แสนล.อัดฉีดความมั่นคง

สแกนงบกลาง3.แสนล.อัดฉีดความมั่นคง

22 กรกฎาคม 2557

หมวดงบประมาณที่น่าสนใจที่สุด หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หมวดงบประมาณที่น่าสนใจที่สุด หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบผ่านกรอบตัวเลขร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 หนีไม่พ้น “งบกลาง” ของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สูงถึง 3.72 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ถึง 5 หมื่นล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2.575 ล้านล้านบาท

ถือว่าเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ยิ่งในสถานการณ์ที่อำนาจเบ็ดเสร็จขึ้นอยู่กับกองทัพและ งบกลางอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร

น่าสังเกตว่า คสช.อาจใช้งบกลางเหล่านี้วางรากฐานการทำงานต่อไป หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกันต้องกันงบส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุน คสช. ให้เป็นแบ็กอัพของรัฐบาลต่อไป โดยเปลี่ยนไปคุมงานความมั่นคงผ่านกลไก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

รวมถึงสำนักข่าวกรองแห่งชาติและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งล้วนขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี และ ใช้งบกลางก้อนนี้ร่วมกัน ดังนั้นการขับเคลื่อนงานความมั่นคงใดๆ ของ คสช.ย่อมผูกโยงกับอำนาจนายกรัฐมนตรีในฐานะคุมงบกลาง

โดยเฉพาะการทำงานการเมืองและงานด้านความมั่นคง ยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การเดินหน้าตามโรดแมป 3 ย่อมต้องการความคล่องตัวสูง

ตัวอย่างเช่น การแต่งตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือการจัดตั้งสภาปฏิรูป รวมถึงการตั้งคณะทำงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปและการจัดกิจกรรมสลายสีเสื้อ ล้วนแล้วแต่ใช้ กอ.รมน.เป็นหลัก โดยมี พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. คุมภาคปฏิบัติการ และมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหมนำการปฏิรูป

แม้จะมีหน่วยงานอื่นร่วมด้วย แต่กลไกหลักในการทำงานพื้นที่ ทำกิจกรรม ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้อำนวยการ กอ.รมน. ซึ่งโดยตำแหน่ง คือ นายกรัฐมนตรี

การปฏิรูปครั้งนี้ กอ.รมน.ใช้กลไก กอ.รมน. ภาค 14 มีผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเวทีทั่วประเทศ เน้นรับฟังความเห็นจาก 5 กลุ่มวิชาชีพ ได้แก่ ภาคประชาชน ข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจ แกนนำทางการเมือง ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคมและอื่นๆ พร้อมกับกำหนดประเด็นไว้ชัดเจน ที่สำคัญกำหนดให้เสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้ ก่อนจะมีการแต่งตั้งสภาปฏิรูป และ สนช. ภายในเดือน ส.ค.

แตกต่างจากแนวทางปฏิรูปในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เกิดปัญหาพึ่งพิงเอ็นจีโอมากไป รวมถึงมีกรอบเวลายาวนานถึง 3 ปี ใช้งบสูงถึงปีละ 200 ล้านบาท รวม 600 ล้านบาท ผ่านระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงแต่งตั้ง อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และ นพ.ประเวศ วะสี มานำการปฏิรูป แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

งบกลางก้อนนี้ยังใช้กับการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาแรงงานข้ามชาติ ปัญหาผู้ลี้ภัย ปัญหาการค้ามนุษย์ และการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งงบประจำหรืองบลับในยุค คสช. ทุกกลุ่มงานจะผ่านมือ กอ.รมน.ทั้งสิ้น

ตัวอย่างชัดเจน คือ การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. และเลขาธิการ คสช.เป็นโต้โผ ได้กำหนดทิศทางมุ่งเน้น “การทหารนำการเมือง”

ทั้งนี้ งบดับไฟใต้ตั้งแต่ปี 2553 จำนวน 16,507 ล้านบาท ปี 2554 จำนวน 19,102 ล้านบาท ปี 2555 จำนวน 16,277 ล้านบาท ปี 2556 จำนวน 21,124 ล้านบาท และปี 2557 จำนวน 25,921 ล้านบาท ดังนั้นงบประมาณดับไฟใต้ ปี 2558 ย่อมไม่ต่ำกว่าปี 2557 อย่างแน่นอน

ดังนั้น ในยุค คสช. งบประมาณด้านความมั่นคงของ กอ.รมน. ย่อมมีอำนาจเต็มในการขอจัดสรร ทั้งงบปกติและงบลับ โดยในปี 2558 ย่อมไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานการทหารและความมั่นคง เพื่อปูทางการบริหารประเทศในยุค 1 ปีหลังจากนี้ให้ราบรื่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท