
มาร์คลั่นพร้อมรับผิดชอบเหตุกระชับพื้นที่
อภิสิทธิ์ชี้แจงกล่างสภาพร้อมแสดงความรับผิดชอบในเหตุการณ์เจ้าหน้าที่เข้ากระชับพื้นที่ แต่ต้องรอผลพิสูน์ก่อน
อภิสิทธิ์ชี้แจงกล่างสภาพร้อมแสดงความรับผิดชอบในเหตุการณ์เจ้าหน้าที่เข้ากระชับพื้นที่ แต่ต้องรอผลพิสูน์ก่อน
บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีพ.ศ.2554 จำนวน 2.07 ล้านล้านบาท ปรากฎว่าการอภิปรายของส.ส.ฝ่ายค้านยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมสลับกับการอภิปรายในเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อครั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณี 7 ตุลาคม 2551 ว่า รัฐบาลขณะนั้นต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองขึ้นมากล่าวอ้าง แต่มาการชุมนุมครั้งนี้ มีคนตาย 88 ราย บาดเจ็บกว่าสองพันคน สูญหายอีกเยอะ ทราบว่าเบื้องต้นหาย 25 รายแล้ว ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตต้องได้รับการพิสูจน์ว่า คนตายมีอาชีพอะไร จะไปเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายได้หรือไม่ จะได้พิสูจน์กันให้ชัด
“นายกฯต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองเพื่อลดอุณหภูมิ นายกฯเป็นคนเดียวที่จะถอดสลักได้ ในพรรคประชาธิปัตย์ก็มีผู้ใหญ่หลายคนที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่เคารพ สามารถเข้ามาทำหน้าที่แทนได้ ถ้านายกฯถอยออกมา จะทำให้กรรมการที่ฝ่ายต่างๆตั้งขึ้น ทำงานไดอย่างอิสระ และสบายใจ” นายชวลิต กล่าว
นายชวลิต กล่าวว่า กรณีวัดปทุมวนารามมีพยานยืนยันชื่อ นายเพิ่มสุข ใจเย็น ชาวเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งอยู่ในวัดปทุมฯตอนเกิดเหตุ ซึ่งนายเพิ่มสุข ระบุว่า ถูกจ้องยิง จึงต้องหนีสุดชีวิต สุดท้ายกระสุนโดนขา ต่อมาจึงได้ยินเสียงว่า มีการยิงพยาบาลที่เข้าไปช่วยคนเจ็บ ทั้งนี้ นายเพิ่มสุข ยังรถบุว่า บิดาเป็นทหารยศร้อยเอกอยู่ที่ค่ายสระบุรี จึงเห็นทหารตั้งแต่เด็ก และยืนยันกับตนว่า ปืนที่ยิงมา เป็นฝ่ายทหารที่ยิง ซึ่งพยานคนนี้ก็จะต้องไปให้การกับกรรมการอิสระที่นายกฯจะตั้ง
ด้าน นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า การยกคำพูดของตนกรณี 7 ตุลา 51 มา เทียบกับกรณีนี้ ความจริงมีเงื่อนไขต่างกัน ซึ่งกรณีนี้ตนได้ดำเนินการแล้ว แต่กรณีนี้มีบางกลุ่มแทรกแซงโดยใช้อาวุธ รัฐบาลก็คิดถึงการดำเนินการให้สูญเสียน้อยที่สุด ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไปโดยตอนนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ร่วมตรวจสอบกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เข้ามาพิจารณาแล้วโดยเฉพาะกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นถอดถอนตนและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ กล่าวว่า การรับผิดชอบทางเมือง ต้องรอผลพิสูจน์ก่อน หลักคิดของรัฐบาลนั้น ไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสีย ส่วนข้อเรียกร้องที่จะเอาคนในพรรคมาเป็นนายกแทนตนนั้น พรรคประชาธิปัตย์มีระบบที่แตกต่างจากพรรคอื่น หัวหน้าพรรคไม่ได้ผูกขาด ต้องฟังเสียงของสมาชิก หากเป็นความต้องการของสมาชิกในพรรค ก็ไม่มีอุปสรรค ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่มีการแทรกแซง
ส่วนที่ผู้ชุมนุมกลับบ้านไปและให้ข้อมูล ก็ต้องเข้าใจว่า เขามีอารมณ์ความรู้สึก ข้อมูลที่เขาได้รับ ก็ได้รับจากเวทีมาอย่างตลอดสองเดือน ฉะนั้นไม่แปลกว่า จะมีความเชื่อว่า น่าจะเป็นทหารยิง แต่ขอยืนยันว่า ภาครัฐไม่เคยมีแนวคิดแบบนั้นเลย ตอนนั้นที่องค์กรเอกชนเสนอเขตอภัยทาน รัฐบาลก็เห็นด้วย แต่เสนอให้อยู่ห่างจากพื้นที่ชุมนุม เพราะเกรงว่า จะมีคนอื่นปะปนกับเด็ก สตรี คนชรา ผู้บริสุทธิ์ ซึ่งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามนั้น







