posttoday
เครื่องเด็กเล่นภัยร้ายใกล้บุตรหลาน

เครื่องเด็กเล่นภัยร้ายใกล้บุตรหลาน

27 พฤษภาคม 2553

มาตรฐานของเครื่องเล่น ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้ดูแลส่วนกลางในชุมชนควรตระหนักให้มาก ไม่เช่นนั้นเหตุไม่คาดฝันอันน่าเศร้าก็จะยังคงเกิดขึ้นต่อไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

มาตรฐานของเครื่องเล่น ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้ดูแลส่วนกลางในชุมชนควรตระหนักให้มาก ไม่เช่นนั้นเหตุไม่คาดฝันอันน่าเศร้าก็จะยังคงเกิดขึ้นต่อไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

เปิดเทอมได้ไม่กี่วัน ก็เกิดอุบัติเหตุในโรงเรียนอีกแล้วจนผู้ปกครองอกสั่นขวัญหาย เกรงว่าเมื่อไหร่หนอ...อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นกับบุตรหลานของตนเอง

จากสถิติพบว่าแต่ละปีมีเด็กบาดเจ็บจากสนามเด็กเล่นในชุมชนและในโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 3 หมื่นรายต่อปี อุปกรณ์เด็กเล่นที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นสาเหตุหลักทำให้เด็กบาดเจ็บและเสียชีวิตมากเหมือนกัน แต่ละปีก็เห็นข่าวเครื่องเล่นล้มทับบ้าง ประตูทับเด็กบ้าง จนกลายเป็นภาพชินตาไปแล้ว

รายล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้น หลานดาราสาวชื่อดังอย่าง “เชอรี่” เข็มอัปสร สิริสุขะ นางเอกละครดังช่อง 3 ที่ต้องประสบเหตุแป้นบาสเกตบอลล้มทับภายในโรงเรียนเด็กผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ คือ ภคพล สิริสุขะ หรือ “เฟิร์ส” อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4/4 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2

 

เครื่องเด็กเล่นภัยร้ายใกล้บุตรหลาน

ระหว่างเฟิร์สออกกำลังกายเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อน 4-5 คน หลังเลิกเรียนที่สนามของโรงเรียน นาทีไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อยู่ๆ โครงเหล็กแป้นบาสล้มลงมาทับใส่ศีรษะและกลางหลังจนสลบ เพื่อนๆ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลขอนแก่น

ผลการเอกซเรย์ตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่ามีเลือดคั่งที่ฐานแกนสมองประมาณ 2.5 เซนติเมตร ต้องผ่าสมองทันที ทางอาจารย์เดินทางไปเยี่ยมจึงแนะนำให้ย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชพฤกษ์ แต่ครอบครัวไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา

มาลัย สิริสุขะ ยายของน้องเฟิร์ส ได้ออกมาเรียกร้องให้ทางโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2 ออกมารับผิดชอบ ไม่ใช่นิ่งเฉย แถมปฏิเสธการรักษาอีกด้วย

เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นกับ ด.ญ.ศรีวรรณ สุนทรมุนี (น้องศรี) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุชนวัฒนา จ.นครสวรรค์ ที่เข้าไปเล่นชิงช้าในสนามเด็กเล่นของเทศบาล แล้วถูกชิงช้าล้มฟาดศีรษะจนกระทั่งเสียชีวิต

กรณี ด.ช.ศศิพงษ์ โฉมตระการ อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเมืองสุพรรณบุรี ก็ถูกคานชิงช้าล้มทับบริเวณศีรษะและเสียชีวิตเช่นเดียวกัน

อุบัติเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งในโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนของรัฐบาล แต่ทำไมถึงไม่ได้รับการแก้ไขสักที ดูที่โรงเรียนเป็นอันดับแรก

มีข้อมูลจากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า มีเด็กบาดเจ็บจากเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นปีละประมาณ 3.4 หมื่นคน

การบาดเจ็บนี้เกิดกับเด็กอายุ 5-12 ปี โดยเกิดจากชิงช้า 33% ในขณะที่การบาดเจ็บที่รุนแรงและพบบ่อย คือกระดูกหักของแขนหรือข้อมือและการบาดเจ็บศีรษะจากการตกหรือกระแทก สถานที่เกิดเหตุพบได้ทั้งในโรงเรียน หมู่บ้านหรือสวนสาธารณะที่มีสนามเด็กเล่นอยู่

ข้อมูลที่ควรรู้คือ พื้นของสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัยต้องเป็นวัสดุอ่อนนิ่ม ดูดซับพลังงาน เช่น พื้นทรายที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร สำหรับเครื่องเล่นสูงไม่เกิน 1.20 เมตร หากเครื่องเล่นสูงเกินกว่าที่กำหนด พื้นทรายต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร

ทั้งนี้ พื้นสนามที่แข็ง เช่น ซีเมนต์ อิฐสนาม ก้อนกรวด ยางมะตอย ทรายอัดแข็ง พื้นหญ้ามีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บศีรษะและเลือดออกในสมอง

เครื่องเล่นที่เป็นชิงช้าหรือเครื่องโยกไกวแกว่งต่างๆ ยังก่อให้เกิดการบาดเจ็บในลักษณะอื่นๆ ได้ด้วย เช่น กระแทกชนที่ใบหน้าและศีรษะของเด็กได้

ฉะนั้น ที่นั่งชิงช้าเป็นจุดกระแทกที่สำคัญจึงควรเป็นวัสดุเบา ยืดหยุ่นและสามารถดูดซับพลังงานได้ดี เช่น ยาง ชิงช้า แต่ละชุดไม่ควรมีที่นั่งเกินสองตัว เพื่อป้องกันผู้เล่นที่ต้องการหยุดเล่น สามารถเดินเบี่ยงออกทางด้านที่ว่างได้ จะได้ไม่ชนกับผู้เล่นอื่นที่กำลังเล่นอยู่ ส่วนเครื่องเล่นแบบไวกิงสามารถก่อเหตุกระแทกรุนแรงได้ ไม่สมควรนำมาเป็นเครื่องเล่นเด็กอย่างเด็ดขาด

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือควรตรวจสอบสภาพเครื่องเล่นหลังติดตั้งแล้วอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก 3 เดือน โดยที่มีความชำนาญโดยตรง และควรมีเอกสารรับรองการใช้งานสนามเด็กเล่น

นอกจากนั้นพื้นสนามที่ปลอดภัยจะต้องปูพื้นด้วยทรายที่หนาอย่างต่ำ 30 เซนติเมตร หรือเป็นพื้นยางสังเคราะห์ที่มีความหนาเหมาะสม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการตกลงมาจากที่สูง หรือหกล้ม จะต้องไม่เป็นพื้นแข็งๆ เช่น พื้นซีเมนต์ พื้นอิฐ กรวด ยางมะตอย หรือทรายอัดแข็ง ซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา หรือศีรษะ

ก่อนที่เด็กจะเล่น ผู้ปกครองควรตรวจดูเครื่องเล่นทุกตัวว่าอยู่ในสภาพแข็งแรงมั่นคงหรือไม่ รวมทั้งดูพื้นผิวด้วย เช่น แผ่นเหล็กโผล่ยื่นมีเสี้ยนไม้ ดูสีที่ใช้ทาด้วยว่าใหม่แต่ไร้คุณภาพ สีหลุด ลอกโดยง่าย หรือเก่าจนสนิมเขรอะ

นอกจากนั้นเครื่องเล่นแต่ละอย่างควรตั้งห่างกันอย่างน้อย 1.80 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กวิ่งชนกันเอง แล้วไปปะทะกัน ส่วนชิงช้าแต่ละตัวจะต้อง

ตั้งห่างกันอย่างน้อย 60 เซนติเมตร และห่างจากโครงเสาด้านข้างราว 75 เซนติเมตร

จากสถิติต่างๆ เชื่อหรือไม่ว่ากระดานลื่น คือเครื่องเล่นสนามเด็กเล่นที่ทำให้เด็กบาดเจ็บมากที่สุด เนื่องจากการพลัดตกลงมาจากที่พักรอด้านบน และตกลงมาขณะปีนขึ้นบันไดด้านหลัง ทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ เลือดออกในสมอง และหลายรายก็ถึงกับเสียชีวิต รองลงมาคือ เครื่องเล่นพลิกคว่ำ เนื่องจากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มั่นคง หรือเพราะใช้งานมานานแล้ว

สำหรับเครื่องเล่นปีนป่ายที่เหมาะสมกับเด็กต้องมีความสูงไม่เกิน 180 เซนติเมตร สำหรับเด็กเกิน 5 ขวบ และสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร สำหรับเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ โดยวัดจากพื้นถึงยอดของเครื่องเล่น หากสูงกว่านี้มีความเสี่ยงสูง

ยังต้องหมั่นดูด้วยว่า เด็กกำลังใช้มือปีนป่าย ไม่ใช่กำลังห้อยหัวแล้วใช้ขาเกี่ยวราวเหล็ก หรือกำลังพยายามเอาศีรษะลอดเข้าไปในช่องว่างระหว่างราวเหล็ก

ทั้งในโรงเรียนและเครื่องเล่นทั่วไปตามชุมชน เมื่อเกิดเหตุแล้วส่วนมากพ่อแม่ผู้ปกครอง จะไม่เอาเรื่องกับผู้ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบ ต่อไปนี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะเด็กไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นมาตรฐานของเครื่องเล่น ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้ดูแลส่วนกลางในชุมชนควรตระหนักให้มาก ไม่เช่นนั้นจะมีข่าวเด็กนักเรียนออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือประตูโรงเรียนล้มทับเสียชีวิตทุกวันไม่รู้จบสิ้น ไม่เป็นลูกหลานเราไม่เข้าใจหรอก!!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท