posttoday
นิรโทษกรรมที่แท้จริง

นิรโทษกรรมที่แท้จริง

21 กรกฎาคม 2557

ภายหลังการยึดอำนาจ คสช.ได้ออกประกาศและคำสั่งต่อเนื่องกันมารวมแล้วกว่าร้อยฉบับ เนื้อหาในประกาศและคำสั่งเป็นความจำเป็น เพื่อทำให้เกิดความสงบภายในประเทศ

ภายหลังการยึดอำนาจ คสช.ได้ออกประกาศและคำสั่งต่อเนื่องกันมารวมแล้วกว่าร้อยฉบับ เนื้อหาในประกาศและคำสั่งเป็นความจำเป็น เพื่อทำให้เกิดความสงบภายในประเทศ

บางเรื่องท่านทำเป็นประกาศ บางเรื่องท่านก็ออกเป็นคำสั่ง ผมเองยอมรับว่าไม่ทราบความแตกต่างจริงๆ ว่า เรื่องใดจะออกเป็นประกาศ เรื่องใดจะออกเป็นคำสั่ง แต่เท่าที่ลองตรวจสอบดูเนื้อหา ประกาศน่าจะเป็นเรื่องทั่วๆ ไป ที่บังคับใช้เป็นการทั่วไป เช่น การประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ส่วนคำสั่ง น่าจะเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง หรือเฉพาะตัว เช่น การให้มารายงานตัวจะออกเป็นประกาศคงจะไม่ได้ต้องใช้เป็นคำสั่ง แต่เคอร์ฟิว ถ้าจะออกเป็นคำสั่งก็ไม่น่าจะผิดอะไร

ท่านเนติบริกรน่าจะให้ความรู้ในเรื่องนี้ได้

ในบรรดาประกาศและคำสั่งทั้งหลาย ผมสนใจประกาศและคำสั่งเรื่องให้ผู้ครอบครองอาวุธสงครามนำมาคืนภายในเวลาที่กำหนดไว้แล้ว จะไม่ถือเป็นความผิด เพราะมันคือการนิรโทษกรรมที่แท้จริง ยอมรับได้

เรามาดูประกาศและคำสั่งในเรื่องนี้ก่อน

ฉบับแรกเป็นคำสั่งที่ 37/2557 วันที่ 29 พ.ค. 2557 เรื่อง ให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สําหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนําส่งมอบ ภายในวันที่ 10 มิ.ย. 2557

ฉบับที่ 2 ประกาศฉบับที่ 53/2557 วันที่ 3 มิ.ย. 2557 เรื่อง ยกเว้นคนทำผิดที่ถูกจับกุม หรือตกเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นจําเลยก่อนวันที่ 29 พ.ค. 2557 และอยู่ในระหว่างการสอบสวน หรือระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด

ฉบับที่ 3 ประกาศฉบับที่ 59/2557 วันที่ 10 มิ.ย. 2557 ขยายเวลาการส่งมอบอาวุธสงครามถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2557

ฉบับที่ 4 ประกาศฉบับที่ 62/2557 วันที่ 11 มิ.ย. 2557 เรื่อง ให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือที่มีกฎหมายห้ามออกใบอนุญาตนําส่งมอบหมายถึง อาวุธอื่นที่ไม่ใช่อาวุธสงครามก็ให้โอกาสนำมาส่งมอบคืนด้วย เพราะคำสั่งและประกาศเดิมใช้กับอาวุธสงครามเท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมพวกปืนเถื่อน โดยให้นำมาส่งมอบคืนภายในวันที่ 25 มิ.ย. 2557

ฉบับสุดท้าย ประกาศฉบับที่ 84/2557 วันที่ 10 ก.ค. 2557 เรื่อง ให้ผู้ที่ครอบครองอาวุธปืน เสื้อเกราะ หรือเครื่องยุทธภัณฑ์ ของราชการทหาร จากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปี 2553 นำส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ภายในวันที่ 30 ก.ค. 2557

ฉบับสุดท้าย เป็นประกาศที่เจาะจงเฉพาะอาวุธในเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อระหว่างวันที่ 10 เม.ย.19 พ.ค. 2553 ที่บริเวณพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานผ่านฟ้าลีลาศ สี่แยก คอกวัว ถนนดินสอ สะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานเทวกรรมรังรักษ์ ทำเนียบรัฐบาล สามเหลี่ยมดินแดง ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นความรุนแรงที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ต้องใช้กำลังเข้าระงับยับยั้งจนถูกกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ายื้อยุดแย่งชิง เอาอาวุธปืนเล็กยาว เอ็ม 16 อาวุธปืนเล็กยาวแบบ 50 ทราโว่ อาวุธปืนลูกซอง อาวุธปืนพก ปพ.86 ขนาด 11 มม. เสื้อเกราะ และเครื่องยุทธภัณฑ์ ของทางราชการทหาร ไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาวุธปืน เสื้อเกราะและเครื่องยุทธภัณฑ์ดังกล่าว หากผู้ใดมีไว้ใน ครอบครองจะเป็นความผิดตามกฎหมาย

คำสั่งและประกาศทั้ง 5 ฉบับ ใช้บังคับ กับคนทั่วไป ไม่เฉพาะผู้ชุมนุมก่อเหตุเท่านั้น และใช้บังคับถึงตำรวจมะเขือเทศและทหาร แตงโมด้วย

คำสั่งและประกาศทั้ง 5 ฉบับ เป็นเรื่องที่คล้ายๆ กัน น่าจะออกเป็นฉบับเดียว หรือ 2 ฉบับก็น่าจะได้ แต่ที่ต้องออกเป็นหลายฉบับอาจเป็นเหตุผลความจำเป็นในช่วงเวลานั้นๆ หรืออาจเกิดจากในขณะที่ออกคำสั่งหรือประกาศ ยังคิดไม่ถึง จึงต้องประกาศเพิ่มเพื่อให้รอบคอบ

สาระของคำสั่งและประกาศทั้ง 5 ฉบับ จะอยู่ที่การให้ผู้ที่ปฏิบัติตามคือ สมัครใจนำอาวุธมาส่งมอบเอง ภายในกำหนดเวลาไม่ต้องให้ เจ้าหน้าที่ไปไล่จับ ผู้ที่ปฏิบัติตามจะได้รับยกเว้นไม่ต้องรับโทษทางอาญาตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยไม่รวมถึงคนที่ถูกจับกุมก่อนวันประกาศ

คำสั่งหรือประกาศอย่างนี้ คือการนิรโทษกรรม คำสั่งหรือประกาศของ คสช. ทั้ง 5 ฉบับ เป็นกฎหมาย และเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมที่เป็นไปตามหลักสากล ในประเทศที่ยึดหลักนิติธรรม

ผู้ที่สมควรได้รับการนิรโทษกรรม คือคนที่ทำผิดแล้วรู้สำนึกในการกระทำความผิด การที่คนทำผิดสมัครใจยอมนำอาวุธที่ผิดกฎหมาย มาคืนให้ทางราชการ แม้จะเป็นเพราะความเกรงกลัว ก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่าเป็นความสมัครใจรู้สำนึก ในการกระทำความผิด คนเหล่านี้รู้ดีอยู่แล้วก่อนที่จะมีประกาศนิรโทษกรรมให้นำมาคืน การประกาศเป็นเพียงโอกาสให้กลับตัวเป็นคนดี ยอมรับผิดโดยไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปไล่จับ ประกาศ คสช.จึงยกเว้นคนที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมมาก่อนแล้ว

มีประเด็นที่น่าคิดว่า หากคนที่ครอบครองอาวุธเหล่านี้ ไม่ยอมนำมาคืนและถูกจับกุมได้ ในระหว่างเวลาที่กำหนดไว้ให้นำมาคืน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ เช่น เจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นเรื่องอื่น แล้วไปพบอาวุธซุกซ่อนไว้ กรณีอย่างนี้จะได้รับนิรโทษกรรมหรือไม่ เพราะข้อยกเว้นก็ไม่ได้พูดถึง

หากพิจารณาตามหลักการและเหตุผลของการนิรโทษกรรมแล้ว กรณีเช่นนี้คนทำผิดมิได้นำมามอบให้เจ้าหน้าที่ด้วยความสมัครใจ จึงไม่น่าจะได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรม เพราะไม่ได้สำนึกในการกระทำความผิด ไม่ได้มีเจตนาที่จะกลับตัวเป็นคนดี จึงไม่มีเหตุผลที่จะนิรโทษกรรมให้

การนิรโทษกรรม จึงไม่ใช้กับบุคคลที่ไม่ยอมรับผิด ไม่สำนึกผิด ไม่ยอมรับอำนาจตุลาการ หนีคุกหนีคดี กล่าวหากระบวนการยุติธรรมว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมกับตัวเอง คนที่คิดแต่ประโยชน์ตัวเอง ไม่ยอมรับกฎหมายที่ตัวเองเสียประโยชน์ มุ่งแต่จะใช้อำนาจ ใช้เงิน ใช้กำลัง ใช้สมุนบริวาร ใช้ความรุนแรงก่อความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น เพียงเพื่อให้ได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับตนเอง

ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงออกมาเต็มถนนเมื่อ ขี้ข้าทักษิณอดหลับอดนอน เสียบบัตรแทนกัน เพื่อออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้เสร็จทันตอน ตีสี่ เพราะคนปกติทั่วไปไม่อาจยอมรับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคนทำผิดและไม่ ยอมรับผิด แต่กลับยโสโอหังแสดงความอหังการคิดว่าเงินสกปรกที่โกงกินไปจากแผ่นดินไทยจะสามารถซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้

หลักการของการนิรโทษกรรมเป็นหลักธรรมชาติในใจของคนทั่วไปที่ไม่ใช่พวก ปทปรมะ เป็นความเป็นธรรมตามธรรมชาติ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นหลักนิติธรรมนั่นเอง

สำหรับนักโทษที่ถูกตัดสินแล้ว หากสำนึกผิดประพฤติตนเป็นคนดี หรือมีเหตุผลพิเศษ ที่สมควร เขาจะใช้ขออภัยโทษ คือให้อภัยในการกระทำความผิด เหมือนเช่น คุณวีระ สมความคิด เขมรก็ใช้อภัยโทษ ไม่ใช่นิรโทษกรรม

เขมรยังรู้จักหลักนิติธรรมดีกว่า สภาทาส ที่เป็นขี้ข้าของนักโทษสัมภเวสี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท