posttoday
ปิดภารกิจไล่"ปู"หมดเงิน260ล้าน

ปิดภารกิจไล่"ปู"หมดเงิน260ล้าน

20 กรกฎาคม 2557

หมดม็อบมาเป็นหนี้หัวโต รายจ่ายที่หมดไปประมาณ 260 กว่าล้าน แล้วเราได้รับบริจาคจริงไม่ถึง 50 ล้าน

โดย...เอกชัย จั่นทอง/นิติพันธุ์ สุขอรุณ

ช่วงที่ผ่านมาท่ามกลางมวลชนเข้าร่วมชุมนุมกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ปรากฏว่ามีพระภิกษุรูปหนึ่งร่วมขบวนอยู่ด้วย ซ้ำยังมีบทบาทโดดเด่นในฐานะแกนนำ พระภิกษุรูปนั้นคือ หลวงปู่พุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

โพสต์ทูเดย์มีนัดกราบนมัสการสัมภาษณ์พิเศษหลวงปู่พุทธะอิสระ ทีมข่าวเดินทางมุ่งหน้าไปวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ใช้เวลา 1 ชม.เต็มบนถนนหลวงก่อนถึงจุดหมาย สถานที่พูดคุยเป็นกระท่อมปลายนาหลังเล็กในเขตวัดอ้อน้อย เพิงหลังคามุงด้วยจากเพียงกันแดดฝนปลูกกลางบ่อน้ำ ไม่มีหน้าต่างมองได้รอบแบบ 360 องศา ล้อมด้วยธรรมชาติของทุ่งนาสีเขียว ยอดหญ้าเอนตามแรงลม เคล้าเสียงปลาตวัดตัวกินอาหาร ก่อนเริ่มบทสนทนาด้วยความอิ่มเอมใจจากธรรมชาติ

ภาพขึ้นเวทีจับไมค์ตะโกนถามผู้ชุมนุมว่า “สู้ไม่สู้” ของหลวงปู่พุทธะอิสระกลายเป็นความทรงจำทางการเมือง แต่ ณ วันที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาเคลียร์ทุกอย่าง พร้อมกับประกาศขอทำทุกอย่างเพื่อคืนความสุขให้คนไทย ทำให้หลวงปู่พุทธะอิสระกลับมาจำวัดดั่งเดิมสืบทอดพระพุทธศาสนา ซึ่งโพสต์ทูเดย์ได้มีโอกาสสนทนากับหลวงปู่ถึงกิจวัตรประจำวันหลังจากเสร็จภารกิจทางการเมือง

หลวงปู่เล่าถึงการประกอบกิจวัตรหลังจากยุติการชุมนุมว่า ทุกวันนี้ตื่นเช้า 03.00 น. จากนั้นเวลา 04.30 น. สวดมนต์ก่อนออกบิณฑบาต ถึงเวลาเพลก็ฉันเพล ถ้าก่อนเพลไม่มีงานอะไรก็ปลูกผัก คุมก่อสร้างดูปั้นหุ่น และทำนาช่วงบ่าย บางทีก็มีญาติโยมแวะมาพูดคุย ในช่วง 6 โมงเย็นจะสวดมนต์ สอนพระนั่งสมาธิเจริญภาวนา เข้านอนตอนประมาณ 5 ทุ่ม

“ทุกวันนี้เขียนหนังสือ บวกกับคิดแก้ปัญหาต่างๆ ภายในวัดและบ้านเมืองควบคู่กันไป”

นอกจากนี้ ยังทำโครงการทวงคืนผืนป่าร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาคเหนือ และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทำสังคมต้นแบบในการช่วยกันอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยเดือนหน้าจะไปปลูกป่าที่ จ.นครสวรรค์ และลพบุรี

ปิดภารกิจไล่"ปู"หมดเงิน260ล้าน

ไม่เคยทิ้งมวลชนแม้จะเป็นหนี้

สำหรับเรื่องความปลอดภัยภายหลังยุติการชุมนุมและกลับมาจำวัด หลวงปู่พุทธะอิสระยอมรับว่า ช่วงกลับมาวัดใหม่ๆ ต้องระมัดระวังเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงหลังนี้ได้เปิดโปงประเด็นทุจริต มันทำให้คนระดับใหญ่เสียผลประโยชน์

“6-7 เดือนในการชุมนุมได้ความประทับใจ ที่ลูกหลาน พี่น้องที่รักชาติจริงๆ ที่ทุกคนเสียสละโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน และทุกคนยอมตายพร้อมกับเรา ได้เห็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ดิ้นรนสุดชีวิตที่จะปกป้องผลประโยชน์และทรัพย์สิน อำนาจของตน ได้เห็นภาพว่าเขาจับอาวุธได้มากมาย และได้เห็นว่าคนที่รักชาติจริงๆ นั้นต้องยอมเสียอะไรไปบ้าง เพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่ารักชาติ อย่างเช่น ฉันต้องเป็นหนี้ ตั้งแต่ตอนอยู่ชุมนุม จนเดี๋ยวนี้เจ้าหนี้ไม่อยากเจอหน้ามันแล้ว ต่อราย 5 ล้าน 10 ล้าน มาเจอหน้าบอกมึงไม่ต้องมาให้กูเห็นหน้าบ่อย กูไม่มีตังค์จ่ายมึง” หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวไปพร้อมเสียงหัวเราะ

ในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมาของ กปปส.แจ้งวัฒนะ มีผู้บาดเจ็บและถูกตำรวจจับกุม ตรงนี้หลวงปู่ยืนยันว่า ยังคงดำเนินการติดตามช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เงินไปประมาณ 8 ล้านกว่าบาทเพื่อช่วยเหลือการ์ด แต่ยังไม่รวมเรื่องประกันตัว คดีความ รักษาตัวผู้บาดเจ็บ

“อาตมาไม่ได้ทิ้งคนเหล่านั้น หมดม็อบมาเป็นหนี้หัวโต รายจ่ายที่หมดไปประมาณ 260 กว่าล้านตลอดช่วงการชุมนุม แล้วเราได้รับการบริจาคจริงไม่ถึง 50 ล้านบาท ไม่เหมือนลุงกำนันที่ได้เป็นแสนเป็นล้าน”

ทุกวันนี้ก็เทศนาสอน หาเงินจ่าย เดี๋ยววันอาทิตย์นี้จะไปหาเงินแถวแจ้งวัฒนะ ถ้าหลวงปู่ไม่ออกไปทำเวทีชุมนุมที่แจ้งวัฒนะ จะมีเงินหมุนใช้ในวัดวันละ 5-6 ล้าน เพราะหลวงปู่ขายสินค้า ขายของ มีเงินพอหมุนเวียนใช้ได้ แต่ไปอยู่เวทีเงินไม่มี เงินบริจาคต่อวันแสนกว่าบาท บางวัน 5 หมื่น แต่รายจ่ายวันละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

“ที่นอนให้น้ำเกลือนั่นตรอมใจนะ ไม่ใช่อะไร (หัวเราะ) ค่าเต้น ค่าโต๊ะ ค่าอุปกรณ์ ก็ยืมเงินจากวัดไป” หลวงปู่ระบุ

แม้การชุมนุมจะยุติมาเกือบ 2 เดือนแล้ว กลุ่มเวทีอื่นของ กปปส.กระจัดกระจายไปตามวิถีชีวิตเฉกเช่นสถานการณ์ปกติ แต่กลุ่มเวทีแจ้งวัฒนะยังคงเหนียวแน่น มีการทำกิจกรรมต่างๆ มีหลักยึดโยงของศาสนา ทำให้กลุ่มนี้เสมือนซักซ้อมว่าพร้อมตลอดเวลาหากมีเรียกชุมนุม โดยหลวงปู่พุทธะอิสระพูดอย่างมีอารมณ์ขันว่า “เราไม่ได้ซักซ้อมอะไร แต่เราก็บอกนะว่า พี่น้องเราต้องช่วย คสช. ช่วยชาติบ้านเมือง ทำตนให้เป็นสังคมต้นแบบ คือ นัดกันไปปลูกป่า เก็บขยะ ลอกคลอง ไม่ใช่การซักซ้อมพร้อมชุมนุม เราก็เป็นกำลังผลักดันหนุนให้ คสช.ทำงานได้สมบูรณ์แบบ เป็นหูเป็นตาเป็นแขนเป็นขาให้ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร”

หลวงปู่เผยความในใจว่า ถ้าบ้านเมืองกลับมาสู่สันติสุข คนดีไม่โดนรังแก คอร์รัปชั่นไม่มีในบ้านเมือง ทุกคนอยู่กันอย่างปรองดอง แผ่นดินสงบสุข ถึงตอนนั้นก็จะเดินไปหาพระสงฆ์ให้ตั้งศาลสงฆ์ขึ้นมา เพื่อชำระอธิกรณ์หรือดำเนินการทางพระธรรมวินัยทางศาสนากับหลวงปู่ เบื้องต้นได้นัดกับพระวินยาธิการหรือตำรวจพระไว้แล้ว รอให้ทำกิจกรรมบ้านเมืองสันติสุขก่อน

“สึกเป็นสึกไม่ต้องกังวล เพราะบอกเอาไว้แล้ว สมมติถ้าต้องสึก ก็นุ่งขาวห่มขาว รับใช้วัดไม่เสียใจ กลับภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ แล้วถ้าหากว่ามันทำได้ขนาดนั้นก็ถือว่าเราได้สั่งสมบารมีสุดยอดแล้ว เพราะผลลัพธ์ที่เราทำให้กับบ้านเมืองขนาดนี้ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น แม่ยังบอกว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ควรทำ และเป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายตระกูลทองประเสริฐต้องทำ แม่ก็พร้อมสนับสนุน ไม่ได้เสียใจ” หลวงปู่พุทธะอิสระ ลั่นวาจาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ปิดภารกิจไล่"ปู"หมดเงิน260ล้าน

หวัง คสช.ปราบทุจริตสร้างชาติ

เกี่ยวกับการทำงานของ คสช. หลวงปู่พุทธะอิสระบอกว่า รู้สึกพอใจกับการเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศของ คสช. แต่อยากบอกว่าการปราบทุจริตเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต้องเข้ามาทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ ถ้าไม่แก้ปัญหา ปัญหาเดิมๆ ก็จะกลับมาอีก

“ที่ปัญหามันเกิดขึ้นกับบ้านเมืองทุกวันนี้และในอดีตที่ผ่านมา ไม่ใช่ประชาชนทำให้เกิดปัญหา แต่มันคือนักการเมืองกับข้าราชการ ข้าราชการเลวร้ายทุจริตได้ก็เพราะว่านักการเมืองคอยสนับสนุน มันเกื้อหนุนกัน มันก็เลยเป็นภาพว่าปัญหาทุกอย่างไม่ได้รับการแก้ไข แล้วยังปล่อยให้พวกนี้จมปลัก ดำรงอยู่ มีอำนาจบาตรใหญ่

“ทุกคนมีสิทธิเข้ามาช่วยบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่าใหม่ สำคัญว่าเป็นที่ยอมรับของสังคมได้ไหม และสังคมที่ว่าเป็นสังคมของผู้ที่เห็นถูกเป็นถูก เห็นผิดเป็นผิด ถ้าเห็นถูกเป็นผิด เห็นผิดเป็นถูก สังคมแบบนี้ก็ไม่น่าจะใช้ได้ รวมทั้งนักการเมืองที่เข้ามาในกระบวนการสังคมแบบนี้ก็ไม่น่าจะใช้ได้ เพราะน่าจะมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือมีเลศนัยบางอย่าง ซึ่งถ้า|เป็นไปได้ควรมีกระบวนการสแกนกันก่อนดีไหม”

หลวงปู่คาดหวังกับการทำงานของ คสช.ว่า หวังว่า คสช.จะจัดระเบียบบ้านเมืองให้ได้เหมือนกับระเบียบทหาร คือเอาระบบทหารมาจัดระเบียบให้บ้านเมือง ให้เหมาะสม ให้บ้านเมืองกลับมาเป็นเมืองสวรรค์ เมืองศิวิไลซ์ ให้ทุกคนอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย และมีความเท่าเทียมกัน

“ต่างชาติไม่ได้อยากมาดูตึกสูง แต่อยากมาดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และความมีน้ำใจของคนไทย เขาอยากมาสัมผัส และฉันเชื่อว่า คสช.มีแนวคิดอย่างนี้ พร้อมคาดหวังพยายามผลักดันให้สำเร็จ ทุกคนที่มาวัดต้องกลับไปเป็นสังคมต้นแบบ หรือบุคคลต้นแบบให้สังคมดู เพื่อช่วยให้บ้านเมืองกลับไปอยู่ในสภาวะที่มีขื่อมีแป แล้วก็มีเส้นแบ่งระหว่างสังคมให้ชัดเจน และเคารพเส้นแบ่งนั้น เหมือนกับที่เขาจัดระเบียบโบ๊เบ๊ จัดระเบียบขายสลากกินแบ่งรัฐบาล”

ความขัดแย้งอย่างฝังรากลึกทำให้เกิดการมองว่าทหารเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์บ้านเมืองให้รอดพ้นจากการนองเลือด จนเริ่มมีการเปรียบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาห้ามไว้ ซึ่งหลวงปู่ให้ความคิดเห็นต่อประเด็นนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวทำไม่ได้ เป็นอัศวินไม่ได้ ก่อนหน้านี้ทุกคนที่พยายามตำหนิทหาร ส่วนตัวก็ออกมาปกป้องพวกตลอดและบอกไปว่าอย่าไปตำหนิทหาร เพราะอย่างน้อยต้องเหลือทหารไว้

ทว่า ตามโรดแมปที่ คสช.วางไว้แน่นอนว่าต้องมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เข้ามาบริหารประเทศตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งหลวงปู่พุทธะอิสระคิดว่า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะว่ามีความเป็นกลาง เข้าได้กับทุกกลุ่มและมีนิสัยประนีประนอม แต่คิดว่าเมื่อมีรัฐบาลแล้วทาง คสช.ก็ยังไม่ควรสลายตัว โดยควรไปทำหน้าที่เป็นสภาความมั่นคงแห่งรัฐ เพื่อดูแลพิทักษ์รัฐธรรมนูญกับสถาบันหลัก

ทั้งนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระมีความกังวลในคณะทำงานของ คสช. โดยฝากเตือนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “บางคนเข้ามาเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง บางคนเข้ามาเพราะว่าความซื่อตรง ซื่อสัตย์ ที่อยากจะช่วยเหลือบ้านเมืองจริงๆ อยากช่วยให้ คสช.นำพาประเทศไปสู่เป้าหมาย

“ฉันก็กังวลว่ามีคนประจบ โดยไม่ผ่านกระบวนการไตร่ตรอง มันจะทำให้เกิดความเสียหาย แต่ถามว่าใครบ้าง ก็ไม่อยากไปชี้ เราก็หวังว่าการให้สติเตือน ก็เพื่อให้เขาระวังมากขึ้น เรียกว่าฟังหูไว้หู ไม่ใช่ฟัง 2 หู ถามว่ามีใครบ้าง ก็มีทั้งสีเขียว สีปกติ เอาไว้ให้ผลงานออกมาก่อน อยากให้ คสช.ทำงานประสบความสำเร็จอย่างที่ คสช.ตั้งใจไว้”หลวงปู่พุทธะอิสระ ทิ้งท้าย

ปิดภารกิจไล่"ปู"หมดเงิน260ล้าน

ปฏิรูปประเทศไม่ง่าย!ห้ามใจร้อน-อย่าผลีผลาม

ระยะเวลาเกือบ 2 เดือน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ได้สยบความเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มการเมือง ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ สลายขั้วอำนาจการเมือง โยกย้ายข้าราชการระดับสูง กวาดล้างปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำประเทศสู่การปฏิรูปครั้งใหญ่

หนึ่งในกลุ่มการเมืองและเป็นบุคคลที่พยายามผลักดันให้เกิดการปฏิรูปประเทศมาโดยตลอดอย่าง หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้มีมุมมองต่อการทำงานของ คสช.ในการปฏิรูปประเทศไว้อย่างน่าสนใจ ทั้งการออกปากสนับสนุน คสช.อย่างเต็มที่ และแสดงความห่วงใยในบางประเด็น

หลวงปู่พุทธะอิสระ บอกว่า การที่ คสช.ระดมความคิดเห็นประชาชนทุกภาคส่วนเป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นความพยายามจะปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ แต่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายดังเช่นการสร้างกรุงโรม ย่อมไม่ได้สร้างให้เสร็จได้ภายในวันเดียว

“เห็นด้วยกับแนวทางของ คสช.ที่จะจัดระเบียบสังคม ปฏิรูปกระบวนการของข้าราชการและจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ทั้งหมดจะทำได้จริงเป็นรูปธรรมหรือไม่ ต้องตามดู เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ฉันบอกกับคุณประยุทธ์ไปว่า จะทำคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยข้าราชการ แล้วถ้าข้าราชการยังมีหัวใจเป็นทาสของนักการเมือง ไม่มีสิทธิทำได้ ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย การใช้เวลาแค่ 1-2 ปี ยากในการแก้ปัญหา ยกเว้น 5-10 ปีขึ้นไป”หลวงปู่ กล่าว

ปิดภารกิจไล่"ปู"หมดเงิน260ล้าน

สำหรับแนวทางที่หลวงปู่พุทธะอิสระเห็นว่าจะทำให้การปฏิรูปประเทศเดินหน้าไปได้ การปฏิรูปที่ควรจะเป็น คือ ต้องทำให้กฎหมายกลับมาเป็นกฎหมาย ทำให้บ้านเมืองสะอาดมากขึ้น ทำให้เส้นแบ่งของสังคมแต่ละภาคส่วนชัดเจนมากขึ้น อย่าปล่อยให้ใครมาล้ำเส้นเหมือนกับหลายปีที่ผ่านมา

“ณ เวลานี้ คสช.ทำงานได้มากพอสมควร ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมชัดเจน คือ การไปทวงคืนผืนป่า อันนี้ชอบใจมาก เรารู้สึกว่ามันเป็นผลประโยชน์ของชาติที่ชัดเจนที่จับต้องได้ อันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามทำให้ถูกกฎหมาย แม้จะไม่ถูกใจใครก็ตาม ต้องเอากฎหมายเป็นเกณฑ์ ฉะนั้นกฎหมายปฏิรูปที่ดินยังต้องตามต่อไป เพราะว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 11 มีธนาคารที่ดิน คือจะต้องจัดสรรที่ดินให้กับคนยากคนจน”

“ฉันเป็นคนตัวตั้งตัวตีที่ จ.เชียงใหม่ บอกโครงการเลยว่าคนที่อยู่ป่าต้นน้ำจะมีหน้าที่อนุรักษ์ป่า และกลางน้ำ ปลายน้ำต้องมีหน้าที่สนับสนุนคนต้นน้ำให้ได้รับค่าเลี้ยงบุตร ค่ายังชีพ ค่ารักษาพยาบาล แม้กระทั่งการประกอบอาชีพ รวมทั้งตลาดสินค้ากลาง ที่คนกลางน้ำกับปลายน้ำจะได้รับประโยชน์ ต้องให้การดูแลคนเหล่านี้ด้วย”

นอกจากนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระเล็งเห็นอีกว่า การเปิดโอกาสให้แต่ละภาคส่วนได้เสนอความคิดเห็นปฏิรูปประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยในที่นี้หลวงปู่พุทธะอิสระได้เสนอโมเดลตั้ง “สภาสถาบันการเมือง” ที่จะเป็นการตั้งสภาที่รวบรวมประชาชนจากหลากหลายอาชีพ ทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมือง ตรวจสอบนโยบายประชานิยม

“วันก่อนไปเสวนากับมหาวิทยาลัยราชภัฏและนักศึกษาจาก 5 สถาบันมารวมกัน ก็บอกเขาไปว่าต้องมีสภานี้ ซึ่งทุกคนก็เห็นชอบด้วย แล้วก็พร้อมที่จะสนับสนุน แล้วก็ฝากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไป เดี๋ยวจะโทรไปเช็กว่าแบบฟอร์มที่ให้ไปเสนอไปทาง คสช.ยัง เราก็ไม่อยากจะไปข้ามขั้น ไม่อยากใช้อภิสิทธิ์ชนอะไร เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามระบบ”หลวงปู่ กล่าวเน้นเสียง

หลวงปู่พุทธะอิสระแสดงความคิดเห็นอีกว่า แม้ในอนาคตจะมีรัฐธรรมนูญและจัดตั้งรัฐบาลแล้ว แต่ควรให้ คสช.ทำงานต่อไปเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนรัฐบาล โดยรัฐบาลจะต้องทำหน้าที่ไปตามกรอบรัฐธรรมนูญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน และต้องไม่ใช้ประชานิยมเป็นนโยบายหลัก

“อยากให้ประชาชนคนไทยทุกคนยอมรับว่า บ้านเมืองเราต้องมีกระบวนการปฏิรูป และที่เราสู้กันตลอดมาก็เพื่อจะให้บ้านเมืองไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจน เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ไม่ได้ก่อเกี่ยวกับพวกต่างชาติและยุโรปหรือว่าฝรั่ง เพราะประชาธิปไตยแบบไทยๆ นั้น คือประชาธิปไตยที่อยู่ในกระบวนการความคิดที่ว่า เราต้องเคารพศักดิ์และสิทธิของกันและกัน ไม่ใช่ประชาธิปไตยมีสิทธิอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคารพผู้ใหญ่ อันนี้จะมาบอกเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ประชาธิปไตยที่แท้จริง คือ ต้องเคารพศักดิ์และสิทธิของกันและกัน”

“อยากฝาก คสช.อีกว่า อย่าเพิ่งรีบร้อนผลีผลามทำอะไร เพราะว่าปัญหาขณะนี้ถูกสะสมมาเป็นเวลา 10 ปี จะใช้เวลาแค่ปีสองปีแก้ไขย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้าเป็นไปได้ใช้เวลาให้เยิ่นเย้อออกไปเป็น 3 ปี 5 ปี ได้ไหม ก่อนที่จะมีกระบวนการเลือกตั้งเกิดขึ้น ถามว่าเพื่ออะไร ก็เพื่อให้พวกหนอนบ่อนไส้เฉาตายไปก่อน หรือให้แพ้ภัย หมดเรี่ยวแรงไป ก่อนคุยเรื่องกระบวนการเลือกตั้ง แล้วถามว่าสังคมจะอยู่ได้อย่างไร คุณก็จะต้องพิสูจน์ฝีมือ ทำให้สังคมไทยยอมรับว่า คนไทยอยู่กับ คสช.แล้วมีความสุข ไม่ใช่คนไทยอยู่กับ คสช.แล้วทุกข์ คสช.ต้องพิสูจน์ตัวเอง”

หลวงปู่พุทธะอิสระสรุปว่า การทำงานของ คสช.ที่ผ่านมาเกือบ 2 เดือน มีแนวทางหลายเรื่องที่ตรงกับความคิดของตนเอง ทั้งในเรื่องศีลธรรม ตัวอย่างเช่นกระบวนการคิด ในสภาศีลธรรมมันจะตรงกันหมด แม้กระทั่งเรื่องการศึกษา มีวิชาประวัติศาสตร์ วิชาการเมือง วิชาศีลธรรม หน้าที่พลเมืองศีลธรรม

“คล้ายๆ กับที่เราเขียนไว้ในสภาศีลธรรมคุณธรรมแห่งชาติ แม้แต่เรื่องพลังงาน เขาก็ประกาศออกมาชัดว่าต้องศึกษาอีกยาว ยังหาข้อยุติไม่ได้ เพราะข้อมูลต่างๆ มันขบมันกัดกัน ต้องใช้การศึกษา แต่บ้านเมืองต้องเดินต่อไป ก็เอาคนที่ชำนาญงานตั้งขึ้นมาก่อน แต่ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ ตามไปสืบค้นดูแล้วหาวิธีแก้ไข ยังต้องมีการปฏิรูปกันต่อไป เรื่องของชาวนาเขาก็พูดไว้ชัดว่า จะหาวิธีการลดต้นทุนการผลิต หาวิธีจัดโซนนิ่งเกษตร ซึ่งเราก็เขียนไว้อยู่ในสภาชาวนาและเกษตรกร รวมทั้งยุ้งฉางชุมชน มันตรงกับสภาชาวนาที่เราเขียนหมด”

“ท้ายที่สุดการปฏิรูปจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากยังมีนักการเมืองที่พยายามล็อบบี้ข้าราชการไม่ให้นำเรื่องลงสู่ภาคประชาชน จึงได้เชิญคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมาคุยเรื่องนักการเมืองไปเรียกเก็บส่วยทางหลวงชนบท เวลานี้ ป.ป.ช.มีความสำคัญอย่างมากที่จะป้องกันไม่ให้มีคนทุจริตชาติ” หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท