posttoday
กงล้อประวัติศาสตร์ (จบ)

กงล้อประวัติศาสตร์ (จบ)

20 กรกฎาคม 2557

แม้เวลาจะล่วงเลยมาเป็นเวลากว่า 50 ปี แต่เหตุผลของการยึดอำนาจของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

แม้เวลาจะล่วงเลยมาเป็นเวลากว่า 50 ปี แต่เหตุผลของการยึดอำนาจของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีความละม้ายคล้ายคลึงกันมากมาย โดยเฉพาะเหตุผลของการเกิดขบวนการทำลายความมั่นคงของชาติของคนบางกลุ่ม การจาบจ้วงและดูหมิ่นดูแคลนสถาบันพระมหากษัตริย์ การทุจริตการเลือกตั้ง การสร้างรัฐตำรวจขึ้นมาให้มีอำนาจอิทธิพลเพื่อทำลายผู้ที่เป็นศัตรูทางการเมืองของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ตลอดจนความล้มเหลวของรัฐบาลในขณะนั้นที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ไม่สามารถจะบริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จได้ในทุกด้าน

ความเหมือนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อีกประหนึ่งคือ ทันทีที่มีการยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงานถึงเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องยึดอำนาจ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่นเดียวกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ทำหนังสือกราบบังคมทูลให้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทผ่านราชเลขาธิการ แล้วราชเลขาธิการก็มีหนังสือตอบกลับมาว่า “ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ตั้งคณะที่ปรึกษาขึ้นมาคณะหนึ่งประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานที่ปรึกษา มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง การต่างประเทศ และกฎหมาย และนายทหารจำนวนหนึ่งเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศเช่นเดียวกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาให้ ม.ล.เดช สนิทวงศ์ เป็นประธานฝ่ายเศรษฐกิจ พระยาอรรถการีย์นิพนธ์ เป็นประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พล.อ.เนตร เขมะโยธิน เป็นประธานคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการวิจัยศึกษาและค้นคว้า

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2501 อีก 3 เดือนต่อมา คือวันที่ 28 ม.ค. 2502 ก็ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวจำนวน 20 มาตรา มีมาตรา 17 เป็นมาตราที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการดำเนินการบริหารหรือแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศแก่หัวหน้าคณะปฏิวัติ

จากนั้นในคืนวันที่ 3 ก.พ. 2502 จึงได้ประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 240 คน ในวันที่ 9 ก.พ. 2502 ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญก็นำความขึ้นกราบบังคมทูลถวายความเห็นต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้ที่สมควรจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามความเห็นของประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ต่อมาวันที่ 10 ก.พ. 2502 ก็มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี

ระยะเวลาของการดำเนินการภายหลังการยึดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่มีความแตกต่างกับสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 22 พ.ค. 2557 แล้วประมาณการว่าจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญการปกครองชั่วคราวภายในเดือน ก.ค.นี้ ทั้งยังแว่วข่าวว่าจะตรารัฐธรรมนูญที่คงให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่นายกรัฐมนตรี เพื่อบริหารประเทศให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยกฎหมายลักษณะเดียวกันกับมาตรา 17 ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยจะมีการแต่งตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 250 คน จากนั้นประธานสภานิติบัญญัติหรือประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญก็จะกราบบังคมทูลถวายความเห็นผู้ที่สมควรจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นที่คาดหมายว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ภายหลังเมื่อมีคณะรัฐบาลบริหารประเทศเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีประกาศรายชื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูป คณะรัฐบาลใหม่ก็จะต้องบริหารประเทศไปภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวไปจนกว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติจะร่างรัฐธรรมนูญการปกครองแผ่นดินเป็นที่เรียบร้อย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คาดการณ์ว่าการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปบ้านเมืองจะต้องแล้วเสร็จและสามารถกำหนดการเลือกตั้งได้ภายในปีครึ่ง และหากการปฏิรูปบ้านเมืองตามที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการจะให้เกิดขึ้นยังไม่แล้วเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะขอให้บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายที่จะเข้ามาแข่งขันกันในสนามเลือกตั้งเพื่อเป็นผู้บริหารประเทศ จะต้องมาร่วมกันทำสัตยาบันและให้คำมั่นสัญญาว่า จะร่วมกันปฏิรูปประเทศชาติบ้านเมืองต่อไปให้สำเร็จเสร็จสิ้นตามความมุ่งหมายของประชาชนต่อไป

กงล้อประวัติศาสตร์ (จบ)

 

การเข้ามายึดอำนาจของ คสช.ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า ด้วยความมุ่งหวังจะแก้ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่มากมายมหาศาลในบ้านเมืองให้สำเร็จลุล่วงไปเพื่อคืนความสุขให้แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า แม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศในยุโรป ดังเช่นที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เข้ามายึดอำนาจ แต่ คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้รับกำลังใจและการสนับสนุนของประชาชนคนในชาติอย่างท่วมท้น และแม้ว่าปัญหาของบ้านเมืองในขณะนี้จะมีความยุ่งยากซับซ้อนมากกว่าในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มากมายนัก อีกทั้งยากที่จะหาคนดีมีฝีมือที่ซื่อสัตย์สุจริตเปี่ยมไปด้วยจิตสำนึกสาธารณะ เข้ามาช่วยเหลือทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมืองเช่นสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่ คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องไม่ย่อท้อและเหน็ดเหนื่อยเพราะอย่างน้อยในบรรดาคณะที่ปรึกษาชุดที่ คสช.ได้ตั้งขึ้นมา อันมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานนั้น ก็ล้วนแต่เป็นคนดีมีฝีมือและพร้อมที่จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ของชาติบ้านเมืองให้เป็นไปตามความมุ่งหวังของประชาชน คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงจะต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากความรู้ความสามารถของคณะที่ปรึกษานี้ให้เต็มกำลัง ดั่งเช่นจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เคยใช้คนดีมีฝีมือซื่อสัตย์สุจริตให้มาช่วยพัฒนาประเทศจนประสบความสำเร็จมาแล้วในอดีต การเริ่มต้นแก้ปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในบ้านเมืองเวลานี้ คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้ดำเนินการไปแล้วในหลายเรื่อง ขนาดคนอย่างนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี คนดีและคนเก่งผู้มากบารมีและเป็นที่เคารพเชื่อถือในระดับนานาประเทศทั่วโลก ยังได้พูดให้การสนับสนุนการเข้ามาแก้ปัญหาของ คสช.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า ในโอกาสที่ไปแสดงปาฐกถาพิเศษเปิดการสัมมนาเรื่อง Improving Corporate Governance : Key to Advacing Thailand ว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นในภาครัฐในขณะนี้เป็นเรื่องอันตรายที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณของประเทศ ขณะที่รัฐบาลควบคุมรัฐวิสาหกิจที่เป็นถุงเงินถุงทองอย่างบริษัท ปตท. ซึ่งด้านหนึ่งมีสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ และอีกด้านหนึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งรัฐถือหุ้น 60-70% กรรมการก็มีแต่ข้าราชการที่อาศัยทำมาหากินเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจมาช้านาน ขณะนี้ยังมีรัฐวิสาหกิจลักษณะนี้อยู่อีกมาก จึงคาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐวิสาหกิจบางแห่งเพื่อทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น ... ขณะนี้มีการคอร์รัปชั่นลึกซึ้งที่เรียกกันว่า คอร์รัปชั่นทางนโยบาย เช่น รัฐบาลมีการจัดสรรงบประมาณกระทรวง ทบวง กรม และกองทัพ เพื่อโฆษณาตัวเอง ซึ่งผู้รับก็จะเป็นสื่อมวลชน สื่อก็ตกเป็นทาสไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาว่าคนกลุ่มหนึ่งได้อำนาจมากเกินไป และไม่มีการหยุดยั้ง ไม่มีการคานอำนาจ ทำให้มีการใช้อำนาจไม่ถูก เห่อเหิมไม่รู้จักพอ เข้าควบคุมรัฐวิสาหกิจ ส่งคนของตัวเองเข้าไปนั่งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ ทั้งๆ ที่ประวัติที่ผ่านมาก็ไม่ดี จึงเป็นโอกาสที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะปรับโครงสร้างอำนาจให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนให้มีการแบ่งปันอำนาจและมีความโปร่งใส เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการหลอกลวงประชาชนและต้องจัดความสำคัญระหว่างรัฐกับข้าราชการ เพราะที่ผ่านมาข้าราชการเป็นทาสของเงิน ทาสของผู้ใช้อำนาจ และท้ายที่สุดนายอานันท์ ปันยารชุน ได้กล่าวด้วยว่า ... ถึงจังหวะปิดเมืองไทยชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม แต่อย่าปิดนาน อย่าหลงอำนาจตัวเอง เป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยและ คสช.จะปราบปรามการคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง เพราะการฉ้อราษฎร์บังหลวงในระยะหลังมากขึ้นจนน่ากลัว ทั้งจากข้าราชการและนักการเมือง ศีลธรรม จริยธรรมก็ไม่มี จนสังคมไม่รู้อะไรผิดอะไรถูก

ความเห็นของนายอานันท์ ปันยารชุน จึงมีค่าควรแก่การรับฟังของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช. หากมีความมุ่งหวังจะนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตที่ดีกว่า การบริหารราชการแผ่นดินที่ได้คนดีมีความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ได้ให้อะไรกับชาติบ้านเมืองบ้าง ประวัติศาสตร์ในยุคของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ คงบอกอะไรให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มากมาย และกงล้อประวัติศาสตร์ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปก็คงจะบอกได้เช่นกันว่าผู้นำคนใดจะเลือกเส้นทางชีวิตให้ตนเองให้ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่มากมายหลายยุคหลายสมัย เส้นทางแห่งรัฐบุรุษไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด แต่ก็ไม่ได้ยากหากมีความมุ่งมั่น ทำงานเพื่อชาติด้วยความเสียสละอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ