posttoday
บุกยื่นหนังสือทหาร เคลียร์ปมสปสช.-สธ.

บุกยื่นหนังสือทหาร เคลียร์ปมสปสช.-สธ.

18 กรกฎาคม 2557

รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยารับตกใจข้อขัดแย้ง 2 หน่วยงานสุขภาพ เตรียมชง"ประยุทธ์"แก้ปัญหา

รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยารับตกใจข้อขัดแย้ง 2 หน่วยงานสุขภาพ เตรียมชง"ประยุทธ์"แก้ปัญหา

วันที่ 18 ก.ค. น.ส.บุญยืน ศิริธรรม อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม และอดีตกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือต่อ พล.ร.ต.นพดล เรืองสมัย รองหัวหน้าสำนักงานฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแก้ปัญหา หลัง นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกหนังสือไม่ให้เจ้าหน้าที่สธ.ทุกคนร่วมประชุม หรือกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เนื่องจากคิดว่าเป็นการออกคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง และส่งผลกระทบต่อหน่วยบริการ และประชาชน

น.ส.บุญยืน กล่าวอีกว่า  ทราบดีว่า สธ.ระบุว่าต้องการให้มีการปฏิรูประบบก่อน จึงจะสามารถให้เจ้าหน้าที่เข้าประชุมร่วมกับสปสช.ได้ อย่างไรก็ตาม หนังสือดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ที่เหลือระยะเวลาอีกเพียง 3 เดือน รวมถึงทำให้คณะกรรมการ 3 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการบริหารระดับจังหวัด ซึ่งมี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขานุการ 2.คณะกรรมการควบคุมคุณภาพ และ 3.คณะกรรมการเยียวยาตามมาตรา 41 ไม่สามารถเดินหน้าได้ โดยเฉพาะคณะกรรมการเยียวยาฯ ซึ่งมีผู้ได้รับความเสียหายจากการบริการจำนวนหนึ่ง ต้องใช้กลไกนี้ในแก้ปัญหา

น.ส.บุญยืน กล่าวอีกว่า พล.ร.ต.นพดล ทราบปัญหาแล้ว และรู้สึกตกใจ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดย พล.ร.ต.นพดลระบุว่าจะรีบนำเสนอเรื่องนี้ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.โดยเร็ว

ขณะที่ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดสธ. ได้ประชุมร่วมกับ นพ.พีระพล สุทธิวิเศษศักดิ์ รองเลขาธิการ สปสช. เพื่อแก้ปัญหาการบริหารงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2557 ใน 3 ประเด็นใหญ่ ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของหน่วยบริการบางพื้นที่ 2.การใช้เงินงบประมาณตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินท้วงติง สปสช. และ3.การพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ผู้ป่วยมะเร็ง

 นพ.วชิระ กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องของหน่วยบริการบางพื้นที่ เช่น อยู่ห่างไกล หรือจังหวัดเล็ก ที่ได้รับงบประมาณรายหัวน้อย ขณะที่ถูกหักไปใช้เป็นเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่กว่า 60% เท่ากับพื้นที่อื่น ทำให้งบในการจัดบริการไม่เพียงพอ โดยสธ.และสปสช. จะพิจารณานำงบที่ยังเหลือ 2 ส่วน วงเงิน 1,560 ล้านบาทมาแก้ไขปัญหา ได้แก่ 1.งบเงินเดือนที่สธ.กันไว้ปรับเกลี่ยในระดับเขต 3% ของเงินเดือนทั้งหมด ประมาณ 360 ล้านบาท และ 2.งบเงินเดือนทั้งหมดที่รวมอยู่ในงบของสปสช. ซึ่งจากการประมาณของสธ. และสปสช. ในช่วงต้นปีงบประมาณ 2557 ยอดเงินอยู่ที่ 6.1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาข้อมูลจริง ณ ปัจจุบัน พบว่าใช้จริงเพียง 5.9 หมื่นล้านบาท เหลือเงินส่วนต่างอยู่ที่สำนักงบประมาณประมาณ 2,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 60% เป็นงบเงินเดือนของ สธ. 1,200 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนของลูกจ้างชั่วคราวที่รอบรรจุเป็นข้าราชการ 7,547 ตำแหน่ง แต่ในปีนี้ยังไม่ได้รับการบรรจุตามแผน ได้มอบให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ร่วมกับสปสช. จัดทำข้อมูลเสนอสำนักงบประมาณ เพื่อนำเงินส่วนนี้กลับมาจัดสรรให้กับหน่วยบริการนำไปใช้จัดบริการให้กับประชาชนต่อไปตามนโยบายบริการที่ดีกว่า

ขณะที่ การใช้เงินงบประมาณรายหัวตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินท้วงติง สปสช. ได้แก่ งบค่าเสื่อมในปีงบประมาณ 2556 ที่เหลือ 100 กว่าล้านบาท และงบปี 2557 ประมาณ 1,000 ล้านบาท นพ.วชิระ กล่าวว่ งบส่วนนี้จะใช้ในการจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ สิ่งก่อสร้างทดแทนของเดิมที่ชำรุด แต่มีการนำไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ เช่น ก่อสร้างอาคาร บ้านพักใหม่ แนวทางแก้ไขจะให้ทุกแห่งปรับแผนการใช้เงินให้ถูกต้องตามระเบียบการใช้เงิน โดยงบค่าเสื่อมในปี 2556 ให้ทุกเขต ทุกจังหวัดดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนส.ค.นี้ หากติดขัดในรายการก่อสร้างให้ปรับเป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ทดแทน แล้วแจ้งแผนให้สปสช.จัดโอนเงินไป

ส่วนงบปี 2557 ให้ดำเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 ก.ย. 2558 สำหรับเงินในบัญชี 6 และ 7 ที่จัดส่งให้จังหวัดเพื่อใช้ในการจัดทำแผนงาน/โครงการส่งเสริมป้องกันโรค และบริหารจัดการภายในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ในส่วนบัญชี 6 ให้ผูกพันงบประมาณในแผนงาน/โครงการให้เสร็จภายในกันยายน 2557 และใช้ให้หมดภายในกันยายน 2558 โดยให้มีทีมนักบัญชี ทั้งสปสช.และกระทรวงฯ ร่วมกันวางแผนดำเนินงาน ส่วนบัญชี 7 จะส่งไปให้จังหวัดเช่นเดิม แต่ปรับให้ถูกต้องตามระเบียบเป็นบัญชีของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยใช้ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ  

นพ.วชิระกล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่ 3 การพิจารณาสิทธิประโยชน์เพิ่มรายการยารักษามะเร็งใหม่ ในปีงบประมาณ 2558 ที่ประชุมยังไม่ได้หารือกัน เนื่องจากเรื่องนี้จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการชุดสิทธิประโยชน์และคณะอนุกรรมการการเงินการคลัง ก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดสปสช. ดังนั้นผู้ป่วยมะเร็งทุกคนยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนในปี  2557

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69