
บึ้ม2จุดกลางเมืองยะลาสูญกว่า 10 ล.
ตำรวจลงพื้นที่เหตุบึ้ม 2 จุดกลางเมืองยะลา ประเมินความเสียหายราว 10 ล้านบาท
ตำรวจลงพื้นที่เหตุบึ้ม 2 จุดกลางเมืองยะลา ประเมินความเสียหายราว 10 ล้านบาท
พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จว.ยะลา นายวิทยา พานิชพงศ์ รองผวจ.ยะลา พร้อมผู้เกี่ยวข้อง เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุภายในโชว์รูมรถยนต์มาสด้า ของบริษัท ศรีบุตรคอปอเรชั่น จำกัด พร้อมสอบถามพนักงานและผู้ที่อยู่ขณะเกิดเหตุเพื่อประมวลความเป็นไปได้ เนื่องจากโชว์รูมดังกล่าวประสบเหตุเป็นครั้งที่ 4 แล้ว เบื้องต้นมีการประเมินความเสียหายราว 10 ล้านบาท พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือทางบริษัทเร่งซ่อมแซมให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว หลังจากเจ้าหน้าที่เยียวยาจังหวัดมาสอบถามและตรวจสอบความเสียหายแล้ว
ผบก.ภ.จว.ยะลา กล่าวว่า เหตุระเบิดครั้งนี้นับเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นช่วงการจัดงานสมโภชศาลหลักเมืองยะลาและงานกาชาด ซึ่งเป็นงานประจำปีด้วย โดยเมื่อปี 2551 และ 2552 ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดในช่วงจัดงานเช่นกัน ดังนั้นในปีนี้ ทางจังหวัดจึงเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น กลุ่มคนร้ายก็ยังมีเป้าหมายในการก่อเหตุ ทั้งในงานและนอกบริเวณจัดงาน เมื่อไหร่ที่เจ้าหน้าที่ล้า กลุ่มคนร้ายจะลงมือทันที มีทั้งการยิงเข้าใส่และลอบวางระเบิด เหตุในครั้งนี้ เป็นพื้นที่รอบนอกบริเวณการจัดงาน คนร้ายไม่สามารถลักลอบนำระเบิดข้ามาได้ ส่วนการติดตามสืบหาตัวคนร้ายนั้น ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ พร้อมกับนำภาพวงจรปิดจากกล้องหลายตัวมาปะติดปะต่อกัน พยายามหาพยานบุคคลหรือพยานหลักฐานอื่นๆ มาประกอบด้วย
ด้าน พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท. กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เรียก พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผบ.ฉก.11 ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ มาให้ข้อมูลพร้อมภาพประกอบจากวงจรปิด เพื่อนำมาประมวลเหตุการณ์ ส่วนการตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นจะเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางให้เกิดความปลอดภัยกับชุดที่เข้าไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ และพื้นที่ที่เกิดเหตุบ่อยครั้ง อย่างที่โชว์รูมมาสด้าแห่งนี้ จะต้องมีการตรวจสอบว่า เพราะสาเหตุใดที่กลุ่มคนร้ายต้องการมาก่อเหตุในจุดนี้ และหลายครั้งมาแล้ว ซึ่งต้องตรวจสอบด้วยว่า เบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นอย่างไร โดยต้องรอผลการประชุมที่จะสรุปออกมาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเรื่องการติดตามคนร้ายนั้น กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากวงจรปิด หรือหลักฐานอื่นๆ คงไม่ช้าจะได้สรุปว่าคนร้ายเป็นกลุ่มไหน เพื่อออกหมายจับกันต่อไป ส่วนมาตรการในการตรวจตรารถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จะเข้ามาก่อเหตุในเขตเมืองนั้น เจ้าหน้าที่มีความรัดกุมพอสมควรแล้ว แต่ต้องยอมรับว่า พวกคนร้ายใช้ความพยายามสูง ซึ่งผู้รับผิดชอบจะต้องมีมาตรการที่เข้มข้นมากกว่านี้ โดยเฉพาะรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ต้องมีการจับกุมดำเนินอย่างเด็ดขาดต่อไป
เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา ที่สภ.เมืองยะลา พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเพื่อเร่งสอบสวนเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุด ที่บริเวณถนนรวมมิตรเขตเทศบาลนครยะลาเมื่อวานนี้ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้พบเศษชิ้นส่วนของโทรศัพท์ยี่ห้อโนเกียรุ่น 1100 พร้อมซิมโทรศัพท์ของทรูที่คนร้ายใช้จุดชนวนระเบิดจุดที่สอง บริเวณหน้าร้านถ่ายรูป 07 ยะลา โดยพบว่าซิมโทรศัพท์ดังกล่าวถูกซื้อมาจากจังหวัดปัตตานี และซิมชุดนี้ถูกซื้อมาพร้อมกันทั้งหมด 50 หมายเลข โดยหมายเลขทั้งหมดกำลังอยู่ในการติดตามว่า มีการเปิดใช้บริการแล้วหรือไม่
นอกจากนั้น ยังพบว่าหนึ่งในหมายเลขกลุ่มเดียวกัน ถูกนำมาใช้จุดระเบิดที่แผงขายน้ำข้างร้านช้าง 2 เขตเทศบาลนครยะลา เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุระเบิดหน้าร้านช้าง 2 แล้ว ชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านที่จำหน่ายซิมชุดดังกล่าว พร้อมกับพนักงานในร้าน 3 ราย มาดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง โดยเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนอาจจะมีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุลอบวางระเบิดเมื่อวานนี้







