posttoday
ปปช.เชือดยิ่งลักษณ์จำนำข้าวเจ๊ง 5 แสนล้าน

ปปช.เชือดยิ่งลักษณ์จำนำข้าวเจ๊ง 5 แสนล้าน

18 กรกฎาคม 2557

มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 7 ต่อ 0 ให้ชี้มูลความผิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว เมื่อวันที่ 17 ก.ค.นั้น จะทำให้ ยิ่งลักษณ์ ต้องไปต่อสู้กันที่ศาลแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 7 ต่อ 0 ให้ชี้มูลความผิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว เมื่อวันที่ 17 ก.ค.นั้น จะทำให้ ยิ่งลักษณ์ ต้องไปต่อสู้กันที่ศาลแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

สำหรับเหตุผลสำคัญที่ ป.ป.ช.ชี้มูล ยิ่งลักษณ์ นั้น “วิชา มหาคุณ” โฆษก ป.ป.ช. แถลงว่า ยิ่งลักษณ์ซึ่งได้กำหนดนโยบายการรับจำนำข้าวตั้งแต่ต้น และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ได้กำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกสูงกว่าราคาตามท้องตลาดเกินกว่าที่ควรคาดหมายได้ตามปกติ อันมีลักษณะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด

อีกทั้งในการดำเนินโครงการปรากฏว่าได้เกิดการทุจริตในทุกขั้นตอน ทั้งการขึ้นทะเบียนเกษตรกร การสวมสิทธิเกษตรกร โกงความชื้น โกงตาชั่ง นำข้าวมาเวียนเข้าโครงการ การลักลอบนำข้าวออกจากคลัง

ขณะที่ในส่วนของการระบายข้าวที่รับจำนำมีการใช้อิทธิพลทางการเมืองช่วยเหลือพวกพ้องให้ได้ข้าวจากโครงการไปจำหน่าย เกิดระบบนายหน้าค้าข้าว ไม่เปิดประมูลข้าวอย่างเปิดเผย

การทุจริตดังกล่าวได้ก่อให้เกิดภาระรายจ่ายของรัฐ และภาวะขาดทุนเป็นจำนวนมาก ทั้งการอุดหนุนเกษตรกรและค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น การสีแปรสภาพ การขนส่ง การเก็บรักษา แต่ยังอาจมีปัญหาข้าวเสื่อมคุณภาพ ขายข้าวขาดทุน ข้าวสูญหายจากโกดัง รัฐบาลกลายเป็นผู้ค้าข้าวรายใหญ่ ทำลายระบบการค้าข้าวโดยเสรี โรงสีและผู้ส่งออก

ขณะเดียวกันนอกจากโครงการไม่สามารถจัดหาซื้อข้าวได้เพียงพอ โรงสีในโครงการและผู้ส่งออกที่ชนะการประมูลข้าว จะมีการค้าขายที่มีข้อได้เปรียบโรงสีและผู้ส่งออกนอกโครงการ ตลอดจนราคาข้าวไทยแพงกว่าคู่แข่งในต่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยสูญเสียตลาดส่งออกที่สำคัญ

ผลจากนโยบายการรับจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ด โดยไม่จำกัดพื้นที่ผลิตและวงเงินของการรับจำนำ ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายต่อโครงการอย่างยิ่ง จากการจำนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ ตลอดจนปริมาณรับจำนำสูงเกินกว่าข้อเท็จจริง แต่คุณภาพข้าวต่ำกว่าราคาที่รับจำนำ

อย่างไรก็ดี ต่อเมื่อมีการระบายข้าวที่รับจำนำได้เกิดผลการขาดทุนเป็นจำนวนมาก และผู้ถูกกล่าวได้รับรู้ รับทราบ จากรายงานผลการผิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล และยังรับทราบว่ามีการทุจริตในทุกขั้นตอนของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว

อีกทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีชาวนาที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวนับล้านครอบครัวที่ยังไม่ได้รับเงิน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายหลายรายถึงกับฆ่าตัวตาย จึงเป็นกรณีจำเป็นที่ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะนายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณายับยั้งโครงการตั้งแต่เริ่มรับทราบว่ามีการทุจริต แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับยืนยันที่จะดำเนินโครงการรับจำนำข้าวต่อไป ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการมากขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหามีอำนาจหน้าที่โดยตรงที่จะต้องพิจารณายุติหรือยกเลิกโครงการเพื่อระงับยับยั้งมิให้เกิดการทุจริต และไม่ให้เกิดความเสียหายมากขึ้น

ถือได้ว่าเป็นสภาพความเสียหายที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศ ประมาณ 5 แสนล้านบาท การกระทำดังกล่าวจึงมีมูลความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 123/1 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะได้ส่งรายงาน เอกสารพร้อมความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 70 ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน