
อปท.คาใจความโปร่งใสข้าราชการนั่งเก้าอี้สภาท้องถิ่น
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ให้งดการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต่างๆ และผู้บริหาร อปท. รวมถึงสมาชิกสภากรุงเทพมหานครไว้เป็นการชั่วคราว และให้ใช้การสรรหาแทนโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเป็นกรรมการสรรหาสมาชิก อปท. ส่วนกรณีผู้บริหาร อปท.หมดวาระก็ให้ปลัด อปท.นั้นๆ ทำหน้าที่ผู้บริหารแทนไปก่อน
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยที่มาของคำสั่งดังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ คสช.ได้เชิญเลขาธิการ กกต. และเจ้าหน้าที่ด้านการเลือกตั้งไปหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น แม้ กกต.จะเสนอว่าหากไม่มีการจัดการเลือกตั้ง อปท.ที่สมาชิกสภาหมดวาระก็จะกระทบต่อการพิจารณางบประมาณการพัฒนาท้องถิ่น แต่คณะทำงาน คสช.เห็นว่าน่าจะชะลอการเลือกตั้งท้องถิ่นไปก่อน เพราะหากเลือกตั้งก็จะได้ผู้บริหารที่เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองระดับชาติอีก รวมถึงหากมีรัฐธรรมนูญและมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับใหม่ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ อาจสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์
แต่ลึกลงไปในความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองระดับท้องถิ่นนั้น วิเคราะห์คำสั่งดังกล่าวว่า คสช.ต้องการสลายพลังของพรรคการเมือง เพราะสมาชิกและผู้บริหาร อปท.นั้นล้วนเกี่ยวพันและเป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองในระดับชาติ การกำหนดให้คณะกรรมการสรรหามาจากผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ รวมถึงผู้ที่จะได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกสภา อปท.จะต้องเป็นข้าราชการหรืออดีตข้าราชการระดับ 8 ขึ้นไปนั้น จะทำให้กลุ่มข้าราชการประจำมีอำนาจมากขึ้น เมื่อถึงเวลาการจัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นก็ยากที่ฐานการเมืองของพรรคการเมืองชุดเก่าจะกลับเข้ามาได้
ชาตรี อยู่ประเสริฐ เลขาธิการสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) แห่งประเทศไทย และรองนายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา เห็นว่าหากเป็นมาตรการชั่วคราว ท้องถิ่นก็ต้องปฏิบัติตามและต้องเข้าใจสภาพการณ์ของคำสั่ง คสช. เพราะว่าช่วงนี้ยังไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนและยังอยู่ระหว่างการเดินหน้าร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากจะปล่อยให้มีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นในช่วงนี้ หลายฝ่ายอาจมองว่าไม่เหมาะสม แต่เพื่อให้งานราชการท้องถิ่นและสภาท้องถิ่นเดินหน้าต่อไป ทั้งในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชาวบ้านในชุมชน การมีสภาชั่วคราวอาจเป็นทางออกตามสภาพบริบททางสังคมในปัจจุบัน ที่กำลังจะมีการปฏิรูปประเทศในทุกๆ ด้าน แต่ก็ขอย้ำว่าขอให้เป็นการชั่วคราวเท่านั้น
ประเสริฐ วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศบาลเมืองพระประแดง จ.สมุทรปราการ ประธานอนุกรรมาธิการด้านกฎหมาย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) ก็สะท้อนความรู้สึกแทนกลุ่มผู้บริหารเทศบาลว่าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นรากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กรรมการบริหารของ ส.ท.ท.กำลังหารือกันว่าจะเข้าพบผู้เกี่ยวข้องเพื่อขอความชัดเจน โดยเฉพาะแนวทางที่ คสช.จะคัดสรรสมาชิกสภาท้องถิ่น
ขณะที่ เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลยางตลาด อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะนายก ส.ท.ท.ก็กล่าวสั้นๆ หลังประชุมประธานเทศบาลภาคต่างๆ ว่า ขณะนี้รอสภาปฏิรูป อยากให้ประเทศเดินหน้า จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เพราะประเทศบอบช้ำมามากแล้ว และอยากให้ประเทศไทยเดินหน้าด้วยความปรองดอง
อัครา พรหมเผ่า รองนายก อบจ.พะเยา ก็ได้แสดงความห่วงใยความโปร่งใสของกระบวนการสรรหาที่อยู่ในมือข้าราชการประจำ
“การสรรหาหากได้บุคคลที่เหมาะสมจะสามารถช่วยป้องกันและแก้ปัญหาเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่นได้ แต่ที่กังวลคือกระบวนการสรรหาสุ่มเสี่ยงที่จะมีการเลือกพวกพ้องมากกว่าการสรรหาบุคคลที่เหมาะสม อาจจะทำให้ประชาชนเสียโอกาส ไม่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง” อัครา กล่าว
แม้แต่มุมมองของผู้ที่น่าจะได้ประโยชน์จากคำสั่งดังกล่าว ทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ประธานมูลนิธิสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย ก็เห็นว่าคำสั่งของ คสช.เป็นการรวบอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นไปให้ระบบราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาครับผิดชอบ ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าการดำเนินการเช่นนี้จะลดปัญหาการทุจริตได้จริงหรือไม่ เพราะตัวแทนภาคประชาชนไม่มีช่องทางในการตรวจสอบ คสช.ควรแสดงเจตนารมณ์ให้ชัดเจนถึงเหตุผลในการคัดสรรตัวบุคคลมาทำหน้าที่ แทนสมาชิกสภาท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง
ขณะที่ความเห็นของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ อัษฎางค์ ปาณิกบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.) กล่าวว่า การมอบอำนาจให้ผู้ว่าฯ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา เป็นการรวบอำนาจระบบราชการบริหารส่วนภูมิภาคอย่างเบ็ดเสร็จ การกำหนดคุณสมบัติให้ข้าราชการในระดับสูงมาเป็นสมาชิกสภา อปท. อาจจะมีวิสัยทัศน์และประสบการณ์สูงกว่า แต่ยังไม่มีตัวชี้วัดว่าจะมีความเข้าใจการทำงานเพื่อบริการสาธารณะให้ท้องถิ่นตามหลักการกระจายอำนาจได้อย่างไร
“คสช.ต้องสนใจด้วยว่าการกำกับดูแลงานของท้องถิ่นโดยกระทรวงมหาดไทยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ มีประสิทธิภาพ มีผลงานการตรวจสอบจากการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในการตรวจสอบปัญหาทุจริตอย่างจริงจังหรือไม่ ทั้งการจัดซื้อจัดจ้างที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหลีกเลี่ยงกฎหมาย ล่าสุดมีการทุจริตการสอบรรจุพนักงานท้องถิ่นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา กลไกการกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดมีความสนใจในการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ หลังจากมติของคณะกรรมการกลางพนักงานท้องถิ่นมีมติให้ยกเลิกการบรรจุแต่งตั้ง” อัษฎางค์ กล่าว







