posttoday
ยกฟ้อง "ปู" ปมบริหารจัดการน้ำผิดพลาด

ยกฟ้อง "ปู" ปมบริหารจัดการน้ำผิดพลาด

16 กรกฎาคม 2557

ศาลปกครอง ยกฟ้องชาวบ้านนครปฐม ฟ้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์ บริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทำน้ำท่วมใหญ่

ศาลปกครอง ยกฟ้องชาวบ้านนครปฐม ฟ้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์ บริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทำน้ำท่วมใหญ่

ศาลปกครอง มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องคดีที่ นางสุทธิรักษ์ ทองวานิช พร้อมพวกชาวบ้านในจังหวัดนครปฐมรวม 10 ราย ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (ขณะดำรงตำแหน่ง) ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กระทรวงหมาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และกระทรวงการคลัง จากกรณีใช้อำนาจตามกฎหมาย สั่งการให้หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปิดกั้นประตูระบายน้ำ วางสิ่งกีดขวางทางน้ำ (บิ๊กแบ็ค) เป็นเหตุให้น้ำไม่ไหลไปตามทิศทางตามธรรมชาติ ทำให้น้ำท่วมขังบริเวณจังหวัดนครปฐม ทั้งยังส่งกลิ่นเน่าเหม็นและทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย พร้อมขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหาย จำนวนกว่า 3.7 ล้านบาท

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าช่วงระหว่างเดือนมิ.ย. –ต.ค. พ.ศ.2554 ประเทศไทยเกิดพายุโซนร้อนและมรสุมจำนวนหลายลูกในตอนบนของไทย รวมทั้งเกิดน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรงสร้างความเสียหายให้กับสถานที่ต่างๆ และบ้านเรือนประชาชนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งที่พักอาศัยของผู้ฟ้อง โดยมีปริมาณน้ำสะสมในเขื่อนต่างๆ อาทิ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนอื่นๆ มากที่สุดในรอบหลายปี จากนั้นผู้ถูกฟ้องพยายามระบายน้ำในระดับสูงสุดและต่ำสุดให้เหมาะสมแล้ว ขณะเดียวกันระหว่างนั้นประตูระบายน้ำบางโฉมศรีได้พังทลายลงเป็นแห่งแรก และประตูระบายน้ำแห่งอื่นๆ พังทลายลงตามมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลไหลจากภาคเหนือลงสู่ภาคกลาง รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมต่างๆถูกน้ำท่วมตามไปด้วย โดยระหว่างนั้นผู้ถูกฟ้องดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ การวางแนวกระสอบทรายขนาดใหญ่หรือบิ๊กแบ็คเป็นระยะทางยาวตั้งแต่สถานีตำรวจดอนเมืองไปจนถึงประตูระบายน้ำคลอง 2 รวมทั้งการยกระดับถนนสูง 6 เมตร

ขณะที่การวางแนวป้องกันดังกล่าวบริเวณที่พักอาศัยของผู้ฟ้องไม่ได้กระทบโดยตรงซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.นครไชยศรี และ อ.สามพราน เพราะน้ำบริเวณดังกล่าวสามารถไหลลงสู่คลองทวีวัฒนาก่อนที่จะเข้าจังหวัดนครปฐม และไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีนได้ จึงเป็นการวางแนวป้องกันน้ำฝั่งตะวันออกและเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบพื้นที่ กทม.ชั้นใน และพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ มิใช่การเลือกปฏิบัติที่จะป้องกันพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ขณะที่ผู้ถูกฟ้องได้ดำเนินการมาตรการเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบ 5,000 บาทต่อหลังคาเรือนแล้ว รวมทั้งมาตรการเยียวยาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและคำสั่งอื่นๆ

ดังนั้น การกระทำของผู้ถูกฟ้องจึงยังไม่เป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 และไม่เป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายที่กระทำล่าช้าเกินสมควร และไม่มีเหตุต้องชดใช้ค่าเสียหาย จึงพิพากษายกฟ้อง

ด้านนางอภิญญา ชูสว่าง ผู้ฟ้องคดีกล่าวว่า ในฐานะประชาชนผู้เสียหายเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ซึ่งเงินช่วยเหลือที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมเสียหายยังไม่ได้รับแต่อย่างใด รวมทั้งเห็นว่ารัฐบาลบริหารจัดการน้ำไม่ถูกต้อง ซึ่งขณะนั้นบ้านถูกน้ำท่วมสูงถึง 1.50 เมตร ภายในระยะเวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้เก็บข้าวขาวอพยพหนีออกมาไม่ทัน หากเกิดจากน้ำท่วมโดยธรรมชาติไม่น่าจะรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการสร้างแนวเสริมคันกั้นน้ำเป็นการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของรัฐบาล

ขณะที่นายไอศูรย์ วิภูอัศธาดา ผู้รับมอบอำนาจจากทนายความผู้ฟ้องคดี เปิดเผยว่า หลังจากนี้คงจะต้องปรึกษากับทนายความและผู้ฟ้องคดีอีกครั้ง ว่าจะอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท