
สัมพันธ์ทหารไทย-พม่า แน่นแฟ้น
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ เผยแพร่บทความแสดงความเห็นของ นีร์มาล กอช หัวหน้าสำนักงานประจำภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ระบุชัดว่า ขณะนี้ไทยกับพม่ากำลังกระชับความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นจนแทบไม่เหลือเค้าความเป็นศัตรูกันในอดีต โดยสัญญาณล่าสุดมีความตกลงร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศที่ฝ่ายไทยจะส่งผู้อพยพกว่า 1.3 แสนราย ที่อาศัยอยู่ค่ายผู้อพยพตามแนวชายแดนไทยพม่า กลับสู่บ้านเกิดในเร็ววันนี้
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ เผยแพร่บทความแสดงความเห็นของ นีร์มาล กอช หัวหน้าสำนักงานประจำภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ระบุชัดว่า ขณะนี้ไทยกับพม่ากำลังกระชับความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นจนแทบไม่เหลือเค้าความเป็นศัตรูกันในอดีต โดยสัญญาณล่าสุดมีความตกลงร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศที่ฝ่ายไทยจะส่งผู้อพยพกว่า 1.3 แสนราย ที่อาศัยอยู่ค่ายผู้อพยพตามแนวชายแดนไทยพม่า กลับสู่บ้านเกิดในเร็ววันนี้
ทั้งนี้ หากการเจรจาที่ยืดเยื้อมานานหลายปีประสบความสำเร็จ นับเป็นหมุดหมายที่สำคัญทีเดียว เนื่องจากผู้อพยพต้องอาศัยอยู่ในค่ายลี้ภัยมานานหลายสิบปีแล้ว ขณะที่มีเด็กที่เกิดใหม่หลายรายที่เติบโตในค่ายดังกล่าวซึ่งก่อนหน้านี้หลายฝ่ายพิจารณาว่าจะเป็นการไม่ปลอดภัยที่จะส่งบรรดาผู้อพยพกลับไปในเขตที่มีความขัดแย้งที่หนีออกมาเมื่อหลายสิบปีก่อน
กอช แสดงความเห็นว่า การหารือที่คืบหน้าเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและแนบแน่นระหว่างรัฐบาลทหารไทยและรัฐบาลทหารพม่า โดยเห็นได้ชัดจากกรณี พล.อ.อาวุโส มินอองหล่าย ผู้บัญชาการกองทัพอากาศพม่า ระบุว่า กรณีที่กองทัพไทยทำการควบคุมอำนาจรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ระหว่างการเดินทางเยี่ยม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เมื่อวันที่ 4 ก.ค. หลังจากนั้นนายพลจากทั้งสองประเทศได้กอดกัน ซึ่งนับเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ
กรณีดังกล่าวทำให้แทบนึกภาพไม่ออกถึงการเป็นศัตรูกันในอดีต ที่พม่ารุกรานไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อ 250 ปีก่อน ถึงแม้ว่าประวัติศาสตร์ที่มีพม่าเป็นข้าศึกจะเป็นสิ่งที่คนไทยยังคงจดจำ ทว่ากรณีดังกล่าวนับเป็นเรื่องของอดีต
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันทั้งกองทัพระหว่างทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นต่อกัน โดยในปี 1997 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น มีนโยบายสานสัมพันธ์กับพม่า ถึงแม้ว่าประเทศที่ปกครองด้วยรัฐบาลทหารจะถูกประเทศซีกโลกตะวันตกคว่ำบาตรก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีบรรดานายทหารระดับสูงคนอื่นๆ ของไทยและพม่าที่ต่างล้วนมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นระหว่างกัน
ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพบริเวณชายแดน ซึ่งถึงแม้จะเป็นอิสระจากนโยบายของส่วนกลาง ทว่าไทยกับพม่าได้ประสานความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นด้านการปราบปรามยาเสพติด การลักลอบขนส่งทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาความขัดแย้งกับชนกลุ่มน้อย







