posttoday
มองจากเกาะเบอร์มิวดาเรื่องน้ำ

มองจากเกาะเบอร์มิวดาเรื่องน้ำ

16 กรกฎาคม 2557

เบอร์มิวดาเป็นหมู่เกาะเล็กๆ โดดเดี่ยวท่ามกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ห่างจากแผ่นดินที่ใกล้ที่สุดคือรัฐแคโรไลนาเหนือของสหรัฐอเมริกา 1,030 กม.

เบอร์มิวดาเป็นหมู่เกาะเล็กๆ โดดเดี่ยวท่ามกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ห่างจากแผ่นดินที่ใกล้ที่สุดคือรัฐแคโรไลนาเหนือของสหรัฐอเมริกา 1,030 กม.

เป็นหนึ่งในดินแดนโพ้นทะเลที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งของสหราชอาณาจักรอังกฤษ ไม่เรียกว่าอาณานิคมคงเพราะประเทศนี้มีรัฐบาลของตนเองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะมีก็แต่ผู้ว่าการเป็นประมุขที่เป็นตัวแทนพระราชินีอังกฤษ

ด้วยพื้นที่รวม 53.3 ตร.กม. และประชากรประมาณ 60,000 คน เบอร์มิวดามีรายได้ต่อหัวสูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ภาคส่วนที่สร้างรายได้สูงสุดคือธุรกิจประกันภัย ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์กลางของโลก ทำให้มีการจ้างงานและธุรกิจบริการต่อเนื่อง รองลงมาคือการท่องเที่ยวแบบ High End ซึ่งมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จุดแข็งของการท่องเที่ยวที่นี่คือ อากาศที่สบาย ภูมิประเทศ ทะเล ท้องฟ้าที่สวยงาม นกและกบต้นไม้ที่ร้องประสานกันอย่างไพเราะยามค่ำคืน

สิ่งที่น่าประทับใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่นี่ คือสถาปัตยกรรมหลังคาบ้านที่ออกแบบบ้านให้สอดรับกับสภาพแวดล้อม ในเรื่องของการรับสภาพพายุเฮอริเคน และการบริหารน้ำที่เป็นระบบแบบพึ่งพาตนเอง หลังคาบ้านเมืองนี้เป็นสีขาว สวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ ทำด้วยหินปูนตัดเป็นแผ่นเรียงกันเป็นชั้นๆ เป็นเหลี่ยมลดหลั่นลงมา มีหน้าจั่วเป็นหยักโค้งพลิ้ว มีมุขจัตุรัสเล็กที่มียอดเป็นลูกกลมสีขาว เรียกว่า บัตเตอรี่ แผ่นหินมุงหลังคาหนักและถูกปูเรียงอย่างแน่นหนา กำแพงบ้านส่วนใหญ่ก็เป็นหินแบบเดียวกัน ทำให้ยืนหยัดได้เมื่อถูกพายุเฮอริเคนกระหน่ำ ซึ่งมักเข้ามาเต็มๆ ทุก 56 ปี ความจริงเกาะนี้ก็มีความเสี่ยงทุกปีเพราะตั้งอยู่ในแนวเฮอริเคน แต่ความที่เกาะเล็กมากจึงมักโดนปลายๆ เป็นส่วนใหญ่ หินปูนตัดมาจากภูเขาบนเกาะนี้เป็นสีขาว แต่มีการลงพลาสเตอร์และทาสีขาวซ้ำเพื่อรักษาความสะอาด แลดูสวยงามไม่ว่าแสงจะส่องแบบไหน บ้านส่วนใหญ่ลงทุนดูแลหลังคาให้ขาวผ่องตลอดเวลา เพื่อให้ได้น้ำสะอาดไว้อุปโภคบริโภค ที่นี่แทบไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมและก็อยู่ไกลจากประเทศอื่น จึงมีน้ำฝนบริสุทธิ์ น้ำก๊อกจากทุกห้องในบ้านสามารถดื่มได้ ไม่ต้องต้มหรือกรองแต่อย่างใด แต่นานๆ ทีก็จะเจอบางบ้านที่หลังคาเลอะเทอะ คงเพราะการบำรุงรักษาไม่ได้บัญญัติเป็นกฎหมาย กฎหมายกำหนดให้ทุกบ้านกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้เอง แบบก่อสร้างต้องมีถังน้ำฝนใหญ่อยู่ใต้บ้านเป็นพื้นที่กว้างพอๆ กับตัวบ้าน ลึกเป็นเมตรๆ นับว่าเก็บได้มากโขเทียบกับเมืองไทย ที่เรามักมีแค่ตุ่มใส่น้ำฝนเอาไว้ดื่ม บางบ้านมีแท็งก์เหล็ก ถ้าต่างจังหวัดบางแห่งก็อาจมีพออุปโภคได้บ้างเล็กน้อย แต่ปัจจุบันไม่ค่อยเห็นแล้วถ้าไม่มีประปาก็มักนิยมใช้น้ำบาดาลกัน

70% ของอาคารบ้านเรือนในเบอร์มิวดามีน้ำพอใช้ตลอดปีจากระบบกักเก็บน้ำฝนของตนเอง

ในเขตที่ประชากรหนาแน่นหรือมีโรงแรมใหญ่ซึ่งมีน้อยมาก บางแห่งน้ำไม่พอใช้ รัฐจึงมีระบบจำหน่ายน้ำเสริม เป็นการให้ใบอนุญาตหรือสัมปทานให้เอกชนทำ พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ต้องการน้ำเพิ่มจะซื้อน้ำจากรถที่มาส่ง พื้นที่ส่วนน้อยเท่านั้นที่มีระบบประปา ซึ่งเพิ่งเริ่มมาได้เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดเป็นการใช้สำหรับการเพิ่มเติม (Top Up) เท่านั้น ทุกอาคารต้องเก็บน้ำไว้ใช้เอง น้ำจากรถขายในราคา 90 เหรียญสหรัฐต่อ 90 แกลลอนสหรัฐ (ตัวเลขไม่เป็นทางการ) ทั้งนี้ บริษัทส่งน้ำซื้อน้ำใต้ดินจากรัฐบาลในราคาเพียง 12 เหรียญสหรัฐ บางแห่งเป็นน้ำจากโรงบำบัดน้ำเสีย บางแห่งเป็นน้ำจากทะเล ที่นี่ไม่มีแม่น้ำลำธาร คนไม่นิยมทำบ่อเก็บน้ำเพราะไม่ต้องการเสี่ยงเพาะพันธุ์ยุง ส่วนอ่างเก็บน้ำก็คงทำไม่ได้ เพราะพื้นที่มีจำกัดมาก

ถ้าเป็นบ้านเราอาจมีการสร้างกระแสปลุกระดมมวลชนได้ว่าน้ำแพงมาก ถูกค้ากำไรเกินควรได้ แต่คนเบอร์มิวดายอมรับราคานี้ เพราะมีความเข้าใจว่าธุรกิจต้องมีค่าใช้จ่ายและมีกำไรบ้าง เช่น จ้างคนขับ ค่าน้ำมัน (ซึ่งที่นี่แพง) ลงทุนสร้างและซ่อมบำรุงรถกับถัง เป็นต้น ที่สำคัญการขายน้ำเป็นระบบที่มีการแข่งขันกันระหว่างหลายๆ บริษัท ผู้บริโภคจึงสบายใจได้ว่าราคามีความเป็นธรรม นอกจากนี้ หากครัวเรือนของตนมีระบบกักเก็บน้ำที่ดี และ/หรือมีการใช้น้ำอย่างประหยัด ก็อาจแทบไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำมาใส่เพิ่มในถังก็ได้ มองจากเบอร์มิวดาจะเห็นว่าบริหารภาครัฐอย่างการขนส่งและจำหน่ายน้ำ ที่ปล่อยให้เอกชนทำนั้นประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่ารัฐบาลทำเอง เพราะลูกจ้างรัฐมักไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ต้นทุนการผลิตจะสูงและราคาจำหน่ายจะยิ่งแพง

แต่เมื่อให้เอกชนทำรัฐก็ต้องมีการกำกับดูแลคุณภาพ และจัดให้มีการแข่งขัน หากไม่สามารถแข่งขันได้ เช่นกรณีระบบประปาที่เป็นการผูกขาดโดยธรรมชาติเพราะต้องลงทุนสูง ก็ต้องกำกับดูแลราคาให้ดี วิธีคุมราคาดีคือจัดโครงสร้างให้มีทางเลือก เช่น สามารถซื้อน้ำจากรถส่งแทนได้ หรือดีที่สุดคือ ครัวเรือนพัฒนาระบบที่ใช้ประโยชน์จากน้ำฝนธรรมชาติมากที่สุดและสามารถพึ่งตนเองได้

ข่าวล่าสุด

Roblox ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ AI สร้างเกมบนสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ

Roblox ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ AI สร้างเกมบนสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ