
ภาษี2มาตรฐาน
รัฐบาลตั้งท่าจะให้สิทธิประโยชน์กับบริษัทที่เข้ามาตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคในประเทศไทย หรือ ROH มานานแล้ว เพราะเห็นว่าการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาตั้งสำนักงานในประเทศไทย ก็จะทำให้มีการนำเงินทุนเข้ามาในประเทศ พร้อมทั้งนำเข้าแรงงานและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาถ่ายทอดให้คนไทย
ประเภทของการให้บริการสำหรับการตั้ง ROH คือ ธุรกิจการบริหารงานทั่วไป การวางแผนทางธุรกิจและการประสานงานทางธุรกิจ ธุรกิจจัดการวัตถุดิบและชิ้นส่วน ธุรกิจวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ธุรกิจด้านการสนับสนุนด้านเทคนิค ธุรกิจการส่งเสริมด้านการตลาดและการขาย ธุรกิจด้านการบริการงานบุคคลและการฝึกอบรมในภูมิภาค ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการเงิน ธุรกิจการวิเคราะห์และวิจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ธุรกิจจัดการและควบคุมสินเชื่อ และธุรกิจให้การสนับสนุนอื่นๆ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศ
ประเด็นเรื่องการนำเข้าเงินทุนและผลประโยชน์ที่พอจะได้บ้างนั้น ไม่มีใครขัดข้องอะไร แต่ที่เป็นข้อสงสัยและถกเถียงกันในขณะนี้ก็คือ กระทรวงการคลังได้ให้สิทธิประโยชน์มากมายกับบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ โดยกระทรวงการคลังจะยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 15 ปี ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้ที่ได้รับจากต่างประเทศจากการให้บริการของ ROH และจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียง 10% จากรายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีรายได้ ROH เกิน 50% ก็สามารถได้รับสิทธิ
นอกจากนี้ สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานใน ROH ก็จะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 15% เป็นเวลา 8 ปี โดย ROH ต้องมีรายได้เกิน 50% โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2553
ธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่อนปรนเงื่อนไขและการดำเนินธุรกรรมเงินตราสกุลต่างประเทศของ ROH ให้มีความง่ายมากขึ้น เช่น อนุญาตให้โอน กู้หรือยืมเงินสำหรับธุรกิจในเครือเป็นเงินตราต่างประเทศ โดยไม่ต้องแปลงเป็นเงินบาทซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังได้ลดงานด้านเอกสารที่เคยขอจากบริษัทต่างๆ รวมถึงลดระยะเวลาในการพิจารณาขอรับสิทธิพิเศษลงอีกด้วย
รมช.คลัง ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ภาคภูมิใจที่ได้ประกาศว่า สิทธิพิเศษที่ประเทศไทยมอบให้กับการเข้ามาตั้ง ROH ที่เป็นแพ็กเกจที่จูงใจมากที่สุดในภูมิภาค ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เอกชนไทยช้ำใจยิ่งขึ้นไปอีก เพราะประกอบอาชีพในประเทศตัวเอง ต้องเสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย และแทบจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์
ฃคาดว่าในปีแรกจะมีผู้มาใช้สิทธิไม่ต่ำกว่า 100 ราย จากเดิมที่เงื่อนไขเก่าใช้มา 10 ปี มีผู้มาใช้สิทธิไม่ถึง 100 ราย
รมช. คลัง กล่าวว่า เพื่อให้บริษัทสามารถเข้าเกณฑ์เป็น ROH จะมีการผ่อนปรนให้บริษัทสามารถทยอยตั้งบริษัทในเครือ หรือ สาขาในต่างประเทศ 3 แห่ง ภายใน 5 ปี และจะทำให้การทำงานง่ายขึ้นด้วยการลดขั้นตอนที่เกิดจากระบบราชการ และกฎระเบียบที่ไม่เอื้อประโยชน์รวมถึงแรงจูงใจด้านสิทธิประโยชน์ภาษีมากขึ้น
สำหรับประเภทของการให้บริการสำหรับการตั้ง ROH ประกอบด้วย ธุรกิจการบริหารงานทั่วไป การวางแผนทางธุรกิจและการประสานงานทางธุรกิจ ธุรกิจจัดการวัตถุดิบและชิ้นส่วน ธุรกิจวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ธุรกิจด้านการสนับสนุนด้านเทคนิค ธุรกิจการส่งเสริมด้านการตลาดและการขาย ธุรกิจด้านการบริการงานบุคคลและการฝึกอบรมในภูมิภาค ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการเงิน ธุรกิจการวิเคราะห์และวิจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ธุรกิจจัดการและควบคุมสินเชื่อ และธุรกิจให้การสนับสนุนอื่นๆ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศ
นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะให้การสนับสนุนมาตรการนี้ ด้วยการผ่อนปรนเงื่อนไขและการดำเนินธุรกรรมเงินตราสกุลต่างประเทศของ ROH ให้มีความง่ายมากขึ้น เช่น อนุญาตให้โอน กู้หรือยืมเงินสำหรับธุรกิจในเครือเป็นเงินตราต่างประเทศ โดยไม่ต้องแปลงเป็นเงินบาทซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังได้ลดงานด้านเอกสารที่เคยขอจากบริษัทต่างๆ รวมถึงลดระยะเวลาในการพิขจารณาขอรับสิทธิพิเศษ และอื่นๆ ลงอีกด้วย
เดิมถ้านักลงทุนต่างประเทศไม่มาตั้ง ROH เราก็เก็บภาษีเขาไม่ได้อยู่แล้ว แต่การสร้างแรงจูงใจทำให้เขาเข้ามา เราก็เก็บภาษีเขาได้" นายสถิตย์ กล่าว
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช. กล่าวว่า การเข้ามาตั้ง ROH ของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ จะสร้างประโยชน์อย่างมากกับไทย เพราะจะมีผู้บริหารต่างชาติที่มีรายได้สูงย้ายเข้ามาในไทย ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น รวมถึงการจับจ่ายใช้สอย และซื้อสินค้าที่เก็บได้เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการท่องเที่ยวของไทย เนื่องจากจะมีการจัดงานระดับนานาชาติในเมืองไทยมากขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทนั้นๆ จะมีการเดินทางไปมากับสำนักงานภูมิภาคอยู่ตลอดเวลา
นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ประโยชน์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการมี ROH ในไทย จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับพนักงานคนไทยได้ก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในระดับภูมิภาค มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความรับผิดชอบสูงขึ้นด้วย
อะไรเลยนอกจากรีดภาษีเพิ่มขึ้น หากจะให้สิทธิประโยชน์กับต่างชาติมากมายขนาดนี้ก็น่าจะหันมามองเอกชนไทยบ้าง แค่ขอลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงนิดหน่อยรัฐบาลยังไม่ให้เลย
รัฐบาลได้คิดหรือเปล่าว่า มาตรการนี้อาจสร้างปัญหาสองมาตรฐานทางภาษี ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการในประเทศ







