
นครบาลคุม12จุดเสี่ยง
โฆษกนครบาลเผยตำรวจเข้าคุมพื้นที่12จุดเสี่ยงในกทม.ตามแผนพิทักษ์เมืองพฤษภา53หลังทหารหลังเริ่มถอนกำลังกลับที่ตั้ง
โฆษกนครบาลเผยตำรวจเข้าคุมพื้นที่12จุดเสี่ยงในกทม.ตามแผนพิทักษ์เมืองพฤษภา53หลังทหารหลังเริ่มถอนกำลังกลับที่ตั้ง
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า บช.น.จัดทำแผนพิทักษ์เมืองพฤษภา53 เข้าดูแลความปลอดภัยในพื้นที่กทม.หลังจากที่กองกำลังทหารที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่บางส่วนได้เริ่มถอนกำลังกลับสู่ที่ตั้งไปเมื่อเวลา 18.00น. และคงเหลือกำลังทหารอยู่เฉพาะจุดตรวจร่วมตำรวจ และกทม. 5 จุดได้แก่ แยกประตูน้ำ เพลินจิต ศาลาแดง ปทุมวัน และแยกราชประสงค์ และด่านภายนอกพื้นที่อีก 7 จุด
ทั้งนี้ 12จุดเสี่ยง ที่ตำรวจนครบาลจะเข้าดำเนินการตามแผนพิทักษ์เมืองพฤษภา53 ประกอบด้วย 1.สนามบินดอนเมือง 2.สถานีรถไฟหัวลำโพง 3.สถานีรถไฟบางซื่อ 3.สถานีขนส่งหมอชิต 4.สถานีขนส่งสายใต้ 5.สถานีขนส่งเอกมัย 6.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 7.ร.พ.จุฬาลงกรณ์ 8.สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 9.ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 10.ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ 11.ถนนสีลม และ12.บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
เปิดแผนพิทักษ์เมืองพฤษภา53
1.แต่ละสถานีตำรวจ/ กองบังคับการ ต้องจัดกำลังตั้งจุดตรวจ "ว.43" รักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ จัดชุดสายตรวจตระเวนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
2.มุ่งเน้นปรากฏกายของตำรวจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน
3.กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบถ้วนพร้อมป้องกันตนเองและตอบโต้คนร้ายได้ตลอดเวลา
4.เรื่องของจุดตรวจด้านความมั่นคงต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชม.ให้สารวัตรที่มีความรู้ความสามารถ มีภาวะความเป็นหัวหน้าด่าน
5.ชุดจู่โจมเคลื่อนที่เร็วทั้งในระดับบก.และสน.ต้องมีแผนการตรวจที่ชัดเจนเน้นความเข้มการปฏิบัติช่วง 21.00-05.00 น.
6.ตำรวจต้องคอยจับตาเฝ้าระวังไม่ให้มีการรวมตัวจัดกิจกรรม/จัดชุมนุมทางการเมือง ความมั่นคงในพื้นที่เป็นอันขาด
7.ให้กองบังคับการอำนวยการแต่ละฝ่ายปรับเปลี่ยนการประกอบกำลังเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว ปฏิบัติหน้าที่โดยมีอาวุธครบมือออกไปปฏิบัติภารกิจ ณ จุดเสี่ยงที่กำหนดไว้ 12 จุด
8.รถยนต์สายตรวจ ของ บก.สปพ.ให้ปรับแผนออกตรวจในเส้นทาง ถ.วิภาวดีรังสิต ถ.พหลโยธิน ถ.ดินแดง ถ.ราชปรารภ และกำหนดจุดจอดรถสังเกตการณ์ 6 จุด คือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ,สามเหลี่ยมดินแดง,เซ็นทรัลลาดพร้าว,แยกรัชโยธิน, หน้าห้างฟอร์จูน,ถ.รัชดาภิเษก และวังสระปทุม
9.ให้ระดมรถสายตรวจจาก บช.ก.(บก.ป. และ บก.ทท.)ออกตรวจตระเวน และจอดสังเกตการณ์ในจุดที่สำคัญตามถนนสายหลักในพื้นที่ บก.น.1,5 และ 6 เช่น ถ.เพชรบุรี,ถ.สุขุมวิท,ถ.พระราม 4,ถ.พระราม 9,ถ.พระราม 3 และ ถ.สีลม เป็นต้น โดยให้ประสานการปฏิบัติกับ บก.สปพ.โดยใกล้ชิด
10.เน้นการควบคุมพื้นที่สูงข่ม บนทางด่วน ทางพิเศษ โทลล์เวย์ฯ ให้ บก.จร.จัดกำลังเฝ้าระวังป้องกันเหตุอย่างต่อเนื่องต่อไป
11.รตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่เคยเป็นพื้นที่ชุมนุมและมีการก่อเหตุ
12.ให้ประสานหน่วยงานด้านบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตลอดเวลา
13.ชุดพนักงานสอบสวนของแต่ละ สน./บก.ให้พร้อมที่สามารถรับแจ้งความหรือรับคำร้องทุกข์ อันเนื่องมาจากความเสียหายจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา
14. ให้ทุก สน.ที่มีสถานที่ที่ได้รับผลกระทบหรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์การชุมนุม ก่อความไม่สงบที่ผ่านมา
15.การบังคับใช้กฎหมายการห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาที่กำหนดโดยเคร่งครัดให้พิจารณาผ่อนผันสำหรับประชาชนผู้ประกอบการการค้า เจ้าหน้าที่บริการทางการแพทย์ สารธารณสุข ที่มีการผลัดเปลี่ยนเวร ผู้เจ็บป่วย และผู้เดินทางไปต่างประเทศ
และ16.วางกำลังคุมเข้มทั้งตั้งจุดตรวจร่วม ทั้งหมด 41 จุด และการ รปภ.สถานที่สำคัญที่เป็นพื้นที่เสี่ยงอีก 24 จุด รวมทั้งบ้านบุคคลสำคัญ และสถานที่สำคัญ
จึงขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสผู้ก่อความไม่สงบ หรือก่อสถานการณ์ ให้กับเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ทั้ง โทรศัพท์หมายเลข 191,1555







