
เตือน35จังหวัดรับมือรามสูร
เสี่ยงท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากน่านฝนตกไม่หยุดดินสไลด์ปิดทางเข้าออก
เสี่ยงท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากน่านฝนตกไม่หยุดดินสไลด์ปิดทางเข้าออก
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนเหนืออีสานตะวันออก รับมือฝนถล่มน้ำป่าหลากดินโคลนถล่มวันที่ 17-21 ก.ค.นี้
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ได้ประสาน 35 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ 9 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ภาคกลาง 4 จังหวัด ภาคตะวันออก 4 จังหวัด และภาคใต้ 8 จังหวัด ให้จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ช่วงวันที่ 17-21 ก.ค.นี้
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ช่วงวันดังกล่าวลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับพายุรามสูรบริเวณทะเลจีนใต้ คาดว่าจะขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของประเทศจีน และปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกเพิ่มขึ้น สำหรับประชาชนผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด รวมถึงหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติจะได้อพยพหนีภัยทันท่วงที
ทั้งนี้ ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขา ในพื้นที่หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
พ.อ.จตุรภัทร วงศ์ศรีเผือก ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 อ.ปัว จ.น่าน กล่าวว่า ทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 เร่งนำเครื่องจักรกลหนักและรถแบ็กโฮเข้าเปิดเส้นทางเข้าออกของหมู่บ้านน้ำว้า หมู่ 6 ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ แต่เป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากฝนตกไม่หยุดทำให้ดินอุ้มน้ำไว้จนชุ่มและได้สไลด์ลงมาเรื่อยๆ จนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านดังกล่าวถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมาแล้ว 8 วัน
นายกิตติ ธูปศรี หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลก เร่งขึ้นบินทำฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้งกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง หลังจากได้รับการร้องขอจากประชาชนว่าขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนจากสภาวะภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
นายกิตติ กล่าวอีกว่า ระยะนี้แม้ จะมีฝนตกลงมาบ้าง แต่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอต่อประชาชนที่มีอาชีพทางการเกษตร โดยเฉพาะปัญหาที่พบมากที่ จ.เพชรบูรณ์ บางอำเภอ และที่ จ.พิจิตร ทั้งจังหวัด ซึ่งในแต่ละวันจะบินโปรยสารเคมี ประกอบด้วยโซเดียมคลอไรด์ แคลเซียมออกไซด์ และน้ำแข็งแห้ง รวมจำนวน 280 กิโลกรัม วันละ 46 เที่ยว เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้านแล้วยังเร่งเติมน้ำเข้าเขื่อน โดยเฉพาะเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนสิริกิติ์ที่ระดับน้ำมีน้อยในช่วงนี้







