
เดินหน้าเรียกคืนท่อก๊าซชงคสช.ตั้งบรรษัทน้ำมัน
รสนาเรียกร้อง ปตท.คืนท่อก๊าซ เร่งแก้ข้าราชการทับซ้อนผลประโยชน์
รสนาเรียกร้อง ปตท.คืนท่อก๊าซ เร่งแก้ข้าราชการทับซ้อนผลประโยชน์
น.ส.รสนา โตสิตระกูล เครือข่ายจับตานโยบายพลังงาน กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “ข้อเสนอนโยบายปฏิรูปพลังงาน : โครงสร้าง กลไก และราคา” ว่า หัวใจสำคัญของการปฏิรูปพลังงาน คือ การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นและต้องปฏิรูปในเรื่องของกรรมสิทธิ์การใช้พลังงาน
น.ส.รสนา เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องท่อก๊าซมีความสำคัญมากต่อการปฏิรูปกรรมสิทธิ์การใช้พลังงาน เพราะคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งก่อนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจว่า ให้ทางการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) แยกออกจากท่อก๊าซออกจากกัน แต่ปัจจุบันกลับพบว่าท่อก๊าซที่อยู่ในท้องทะเลกลับยังไม่คืนให้กับทางภาครัฐ แต่คืนเฉพาะท่อก๊าซที่อยู่บนพื้นดินเท่านั้น เมื่อสอบถามข้าราชการของรัฐที่เกี่ยวข้องได้คำตอบว่า พื้นที่บนท้องทะเลไม่ใช่พื้นที่พัสดุ จึงไม่สามารถขอคืนท่อก๊าซได้
“เข้าใจว่าข้าราชการระดับสูงหลายคนมักอยู่ในบอร์ดของ ปตท. ทั้งในบริษัทแม่และบริษัทลูกเต็มไปหมด จึงไม่ก่อเกิดการต่อรองอะไรที่จะทำให้ประชาชน” น.ส.รสนา กล่าว
น.ส.รสนาตั้งข้อสังเกตว่าที่ต้องจับตามองในขณะนี้คือ จะมีการรีบถ่ายโอนบริษัทเอกชนที่มีอยู่เดิมไปยังบริษัทที่จะตั้งใหม่หรือไม่ และการเสนอเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ก่อให้เกิดคำถามว่า ทำไมถึงต้องมีการรีบเปิดสัมปทาน มีอะไรที่เคลือบแฝงหรือไม่
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา กล่าวว่า กรอบประเด็นการปฏิรูปพลังงาน มี 5 เรื่องสำคัญเพื่อเสนอต่อ คสช.มีดังนี้ 1. ตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นกลไกดูแลทรัพยากรน้ำมันและปิโตรเลียมของชาติแทน ปตท. 2.ปตท.ต้องเข้าสู่การแข่งขันในตลาดเสรีโดยไม่มีสิทธิพิเศษในฐานะรัฐวิสาหกิจในการผูกขาดอีกต่อไป
3.ห้ามมิให้ข้าราชการ ผู้มีอำนาจหน้าที่ไปมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการเป็นกรรมการ
4.ยกเลิกโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปที่ไปอิงราคาสมมติว่านำเข้าจากสิงคโปร์ ยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งปัจจุบันถูกใช้ไปในทางที่ผิดวัตถุประสงค์
5.ออก พ.ร.บ.สนับสนุนพลังงานหมุนเวียนและจัดตั้งกรรมการอิสระด้านพลังงานหมุนเวียน







