
ขนส่งถก‘ประจิน’คุมน้ำหนักบรรทุกทำต้นทุนพุ่ง10%
ผู้ประกอบการขนส่งสินนัดถก “ประจิน” 17 ก.ค.นี้ หลังลดน้ำหนักบรรทุกเหลือ 50.5 ตัน ขู่ขนส่งเพิ่ม 10%
ผู้ประกอบการขนส่งสินนัดถก “ประจิน” 17 ก.ค.นี้ หลังลดน้ำหนักบรรทุกเหลือ 50.5 ตัน ขู่ขนส่งเพิ่ม 10%
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และสมาคมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการการขนส่งสินค้าเตรียมประชุมหารือในวันที่ 16 ก.ค. 2557 เพื่อหาข้อเสนอแนะอุปสรรคเกี่ยวกับปัญหาธุรกิจขนส่ง เพื่อเสนอให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. รับทราบในวันที่ 17 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญคือ กรณีกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ได้เริ่มประกาศใช้พิกัดน้ำหนักรถบรรทุกใหม่เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2557 เป็นไม่เกิน 50.5 ตัน จากเดิม 58 ตัน ทำให้ผู้ประกอบการเป็นห่วงว่าการลดน้ำหนักบรรทุก ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งและเที่ยววิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือน พ.ย. 2557-เม.ย. 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลิตผลทางการเกษตรออกสู่ตลาดจำนวนสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบและราคาสินค้าในภาพรวมเพิ่มขึ้น
“ขณะนี้แม้ไม่มีการปรับราคาค่าขนส่งสินค้า แต่ได้แจ้งไปยังลูกค้าแล้วว่า ต่อไปค่าขนส่งสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้นอีก 10% จากผลกระทบที่รัฐควบคุมพิกัดน้ำหนักรถบรรทุก ซึ่งในอนาคตอาจต้องมีการปรับราคาค่าขนส่งแน่นอน เพราะปกติรถคันหนึ่งสามารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ได้ 2 ตู้ ตอนนี้บรรทุกเหลือเพียงตู้เดียวเท่านั้น และหากรัฐยังไม่มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการขนส่งสินค้าจำเป็นต้องปรับค่าขนส่ง ซึ่งกระทบอีกหลายทอดรวมถึงกระทบต่อราคาสินค้าด้วย” นายยู กล่าว
นายยู กล่าวว่า ที่ผ่านมาการขนส่งสินค้าในแต่ละปีจะมีรถวิ่งประมาณ 1 ล้านเที่ยววิ่ง แต่เมื่อลดน้ำหนักบรรทุกลง 7.5 ตัน/เที่ยว จะทำให้เที่ยววิ่งเพิ่มขึ้นเป็นปีละประมาณ 1.4 ล้านเที่ยววิ่ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น
นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลผลกระทบจากผู้ประกอบการที่บรรทุกน้ำหนักสินค้าเกินกว่ากำหนด 50.5 ตัน คาดว่าในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ น่าจะสามารถสรุปสถิติเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลของผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการบรรทุกน้ำหนัก เบื้องต้นยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดกระทำผิด
อย่างไรก็ตาม คาดว่าก่อนการเปิดประชาคมอาเซียนจะต้องมีการหารือเรื่องนี้อย่างละเอียด เพราะกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่ใช้พิกัดน้ำหนักรถบรรทุกไม่เกิน 38 ตัน แต่ไทยกำหนดน้ำหนักที่ 50.5 ตัน ซึ่งหากมีการขนส่งข้ามแดนไทยจะต้องลดน้ำหนักบรรทุกที่ด่านชายแดน ซึ่งทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นอีกมาก







