
มั่นใจ...เศรษฐกิจไทยพลิกกลับ
บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกร.ได้ประเมินภาวะเศรษฐกิจ ในช่วงที่ผ่านมารวมถึงแนวโน้มครึ่งหลังของปีนี้ โดยเห็นว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้นตามสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลายลงภายใต้การบริหารงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่สำคัญคือต้องดำเนินนโยบายเร่งด่วนสำคัญพร้อมวางโรดแมปด้านเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรมเพื่อเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักลงทุน ขณะที่ภาครัฐต้องเร่งเบิกจ่ายงบค้างท่อพร้อมจัดทำงบประมาณปี 2558 ให้ทัน 30 ก.ย.นี้
ทั้งนี้ หากดำเนินการได้ตามข้อเสนอดังกล่าว ผนวกกับการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3-5% ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะขยายตัว 4.2% เทียบกับที่คาดว่าจะติดลบ 1% ในครึ่งปีแรก ทำให้จีดีพีรวมทั้งปี 2557 จะขยายตัว 2% และจะกลับไปขยายตัวในระดับศักยภาพได้ในปี 2558 ที่ 3.5-4.5%
“ถ้าหากเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปีเติบโตได้ 4.2% ตามที่คาด ถือเป็นการเติบโตที่สูงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะติดลบ 1% และจะถือเป็นการเทิร์น อะราวด์ของเศรษฐกิจไทย” บุญทักษ์ กล่าว
นอกจากนี้ หากสามารถเร่งรัดช่วยเหลือเอสเอ็มอีด้วยการขยายระดับการค้ำประกันความสูญเสียของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ตามที่ได้มีการเสนอคือให้มีการจัดสรรงบประมาณที่จำเป็นให้แก่ บสย. เพื่อสนับสนุนค่าธรรมเนียมที่ บสย.คิดจากผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มระดับการค้ำประกันจากเดิมที่ค้ำประกันความสูญเสียที่ 18% ให้เพิ่มเป็น 50% และเกิดการปล่อยสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นเต็มวงเงินประกันของ บสย. คือ ประมาณ 1.6 แสนล้านบาท จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก 0.5% ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะทำให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ และจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2558 ให้กลับสู่ระดับศักยภาพโดยเร็ว
สำหรับการขยายตัวของสินเชื่อในภาพรวมนั้น โดยปกติจะขยายตัวสอดคล้องกับจีดีพี กล่าวคือจะขยายตัวประมาณ 1.52 เท่าของจีดีพี ซึ่งเมื่อรวมสถานการณ์เงินเฟ้อเข้าไปแล้วก็คาดว่าทั้งปี 2557 จะขยายตัวอยู่ 810%
อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การส่งออกไทยปีนี้น่าจะขยายตัวที่ 35% โดยครึ่งหลังน่าจะขยายตัวได้ในระดับ 3.54% โดยหากสามารถรักษาระดับค่าเงินบาทไว้ในช่วงครึ่งปีหลังไม่ให้ผันผวนและอยู่ในระดับใกล้ 33 บาท/เหรียญสหรัฐ ก็จะมีผลดีต่อการส่งออกไทยในรูปของเงินบาทอย่างมาก
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากสามารถประกาศใช้ธรรมนูญปกครองชั่วคราวได้เร็วๆ นี้ ก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เพราะสร้างความชัดเจนเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ และในอนาคตจะมีการออกกฎหมายตามมาอีกหลายฉบับ ซึ่งจะทำให้การทำธุรกิจต่างๆ มีกฎกติกาที่ชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น และเมื่อมีธรรมนูญชั่วคราวมีสภา และก็จะมีรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่สามารถเข้ามาสานต่องานได้รวดเร็วกว่าปัจจุบันที่หลายเรื่องต้องรอ คสช.
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ คสช.ได้ยกให้การส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาตินั้น และได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมวางแผนกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งคาดว่าจะได้แผนออกมาเร็วๆ นี้ ซึ่งแผนนี้จะเป็นแผนแม่บทที่กระจายใช้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี สสว.เป็นเครือข่ายหลัก จากปัจจุบันที่งานการส่งเสริมเอสเอ็มอีกระจัดกระจายอยู่หลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ หรือแม้แต่งานด้านนวัตกรรมก็อยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งทำให้ยากกับการผลักดันเพราะติดปัญหาการข้ามกระทรวง แต่ครั้งนี้ คสช.เข้ามาติดตามเรื่องเอง ทำให้คาดว่าจะผลักดันแผนได้เร็วขึ้นและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว







