
กนง.และกนส.ห่วงสมดุลภาคการคลัง
กนง.-กนส.ห่วงสมดุลภาคการคลัง หลังรายจ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
กนง.-กนส.ห่วงสมดุลภาคการคลัง หลังรายจ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.)ว่า ที่ประชุมมีความเห็นว่า ในระยะต่อไป แม้สถานการณ์การเมืองที่ชัดเจน จะทำให้เสถียรภาพเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินกลับมามีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังเห็นว่าต้องติดตามความชัดเจนและความรวดเร็วของนโยบายภาครัฐ
"ที่ประชุมมองว่าความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินระยะยาว ที่สำคัญประการหนึ่งมาจากภาคการคลังที่มีความไม่สมดุลระหว่างรายได้และรายจ่ายที่มีแนวโน้มมากขึ้น รวมทั้งกิจกรรมนอกงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การปรับโครงสร้างเพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคการคลังมีความจำเป็นมากยิ่งขึ้น"รายงานข่าวระบุ
สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน กนง.และกนส.เห็นว่า ได้รบผลกระทบบ้าง จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา โดยรายได้ของภาครัวเรือนและภาคธุรกิจปรับลดลง และเริ่มเห็นคุณภาพสินเชื่อสินเชื่ออุปโภคบริโภคด้อยลง แต่ผลกระทบยังไม่กระจายในวงกว้างจนเป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากระบบธนาคารพาณิชย์มีผลการดำเนินงานที่ดีมีความมั่นคง เงินกองทุนสูง ถึงสินเชื่อจะชะลอไปบ้างตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังขยายตัวสนับสนุนภาคเศรษฐกิจจริง
อย่างไรก็ดี หลังการเปลี่ยนทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนปรับดีขึ้น และคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในระยะต่อไป จากการใช้จ่ายภาครัฐและเอกชน ซึ่งก็ยอมรับว่าการเมืองที่ผ่านมากระทบต่อภาคการท่องเที่ยว เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเซียที่อ่อนไหวต่อสถานการณ์ทางการเมือง







