
โอกาสทองล้างรัฐวิสาหกิจมีปัญหา
การแก้ปัญหายกเครื่องรัฐวิสาหกิจไทยครั้งใหญ่
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การแก้ปัญหายกเครื่องรัฐวิสาหกิจไทยครั้งใหญ่ ภายใต้การนำหัวขบวนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถูกขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ เริ่มจากการตัดลดสิทธิประโยชน์ของกรรมการรัฐวิสาหกิจ หลังจากประเดิมด้วยการตัดตั๋วบินฟรีของคณะกรรมการการบินไทยที่ได้ความสุขส่วนเกินนี้มานาน จากนั้นก็มีการขยับปรับเปลี่ยนกรรมการของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด
ล่าสุดมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ หรือซูเปอร์บอร์ด มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้า คสช.นั่งเป็นประธานเพื่อปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไทยที่มีทรัพย์สินรวมกัน 10 ล้านล้านบาท ครั้งใหญ่
การประชุมนัดแรกของซูเปอร์บอร์ดยังมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาอีก 3 ชุด คือ อนุกรรมการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจในองค์รวม มี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก เป็นประธาน อนุกรรมการกำหนดแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจของประเทศ มี อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน และอนุกรรมการกำกับและพัฒนาระบบรัฐวิสาหกิจ มี ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นประธาน
เมื่อพิเคราะห์การตั้งอนุกรรมการจะเห็นว่ามีการวางโรดแมปแก้ปัญหาของรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว ตามสไตล์ทหารที่มีเวลาบริหารประเทศไม่นาน แต่ต้องการสร้างผลงานให้คนในชาติได้นึกถึง
ดังนั้น งานของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจจึงมีความสำคัญ และให้ พล.ท.อนันตพร ที่เป็นสายตรง พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเป็นประธาน เพื่อความเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหา
สำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาต้องแก้ไขมีประมาณ 10 แห่ง อาทิ บริษัท การบินไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) องค์การคลังสินค้า (อคส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เป็นต้น
ว่ากันแล้วกลุ่มรัฐวิสาหกิจดังกล่าวมีปัญหามายาวนาน มีความพยายามแก้ไขทุกรัฐบาล มีการทำแผนแก้ปัญหากันมาต่อเนื่อง แต่ไม่มีการนำมาปฏิบัติจริง ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสทองที่จะฟื้นฟูแก้ปัญหากันอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม
ตามแผนของกระทรวงการคลัง จะมีการเรียกแผนฟื้นฟูของรัฐวิสาหกิจทั้งหมดภายใน 15 วัน มาให้อนุกรรมการกลั่นกรองเอกซเรย์ว่าเหมาะสมหรือต้องเพิ่มเติมหรือไม่ คาดว่าจะเสนอให้ซูเปอร์บอร์ดเห็นชอบได้ในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนในทางปฏิบัติทันที
หากไล่เรียงลงไปรายตัวก็จะพบว่าบางส่วนมีการเดินหน้าแก้ปัญหาไปแล้ว เช่น การบินไทย มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการเพื่อให้มีการสรรหากรรมการผู้อำนวยการ (ดีดี) คนใหม่ มาแก้ปัญหาการบินไทยที่อยู่ในภาวะขาดทุนบักโกรก เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยในอดีตที่บริษัทมีปัญหาถึงขั้นขาดสภาพคล่อง ต้องให้กระทรวงการคลังกู้เงินมาเสริมแทบไม่ทัน
ฐานะของ บริษัท การบินไทย อยู่ในภาวะย่ำแย่ในช่วงรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ หลังจากนั้นรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่งตั้ง ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เข้าไปเป็นดีดี สามารถพลิกฟื้นล้างผลขาดทุนจนมีกำไรพ้นจากวิกฤตมาได้ แต่เมื่อรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามา ก็สั่งปลดปิยสวัสดิ์ และแต่งตั้งคนของตัวเองเข้ามานั่งบริหาร จากนั้นเป็นต้นมาฐานะของการบินไทยก็ดิ่งลงเหวอีกครั้งมาถึงปัจจุบัน ปัญหาของการบินไทยจึงเป็นเรื่องการวางตัวมืออาชีพฝีมือดีเข้าไปบริหารนั่นเอง
สำหรับการฟื้นฟู ร.ฟ.ท. กรณีของคดีสะเทือนขวัญที่ผู้โดยสารถูกพนักงานของ ร.ฟ.ท.ข่มขืน ยิ่งประจานว่าการดำเนินงานของ ร.ฟ.ท.ต้องได้รับการแก้ไขเป็นการด่วน รวมทั้งผลขาดทุนสะสมนับแสนล้านบาท ผู้บริหารที่ได้ดีมาจากการใกล้ชิดนักการเมือง พนักงานที่ไม่มีคุณภาพ การบริหารทรัพย์สินที่แย่ การลงทุนโครงการใหม่ๆ ทั้งหมดมีแผนชัดว่าควรทำอย่างไร ไม่ว่าการให้ ร.ฟ.ท.บริหารแต่ระบบรางแล้วว่าจ้างบริษัทเอกชนมาบริหารการเดินรถ การตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารทรัพย์สินให้โปร่งใสและเกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อให้ ร.ฟ.ท.หลุดพ้นจากวิบากกรรมองค์กรล้าหลัง
ขณะที่ ขสมก. เป็นองค์กรที่ขาดทุนสะสมเฉียด 1 แสนล้านบาท และต้องแก้จริงจังทั้งการจัดซื้อรถใหม่ การบริหารเส้นทาง การล้างขาดทุน การให้เอกชนมาร่วมเดินรถ ซึ่งต้องแก้พร้อมกันทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาไม่ว่านักการเมืองรัฐบาลไหนจะทำอยู่เรื่องเดียว คือ ประมูลจัดซื้อรถเมล์ใหม่ เพราะหวังเงินทอนจำนวนมาก
ด้านการแก้ไขปัญหา บริษัท ทีโอที และ กสทฯ ที่ไฟกำลังลนก้น เพราะปี 2558 ทั้งสองแห่งจะหมดสัญญาสัมปทานที่ให้กับเอกชน ทำให้รายได้หลักก้อนโตของทั้งสองแห่งหายไป น่าเป็นห่วงว่าทั้งสองแห่งจะอยู่ได้อย่างไร เพราะรู้ปัญหาแต่ไม่เคยปรับตัวรองรับ
ขณะที่ อ.ต.ก. และ อคส. ที่ ณ วันนี้เห็นเป็นประจักษ์พยานฟ้องว่าทั้งสององค์กรทำงานล้มเหลวในการรับจำนำข้าวจนเกิดการทุจริตทุกรูปแบบ รวมไปถึงการแก้ไขแบงก์รัฐ ทั้งเอสเอ็มอีแบงก์และไอแบงก์ที่พบว่ามีหนี้เสียจำนวนมาก
ปัญหาทั้งหมดของรัฐวิสาหกิจเป็นเรื่องที่รู้กันมานาน มีการคิดแผนแก้ไขกันมาหลายครั้งหลายครา แต่ไม่มีการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งล้วนมีผลประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจจำนวนมหาศาล
วันนี้จึงเป็นโอกาสทองที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ที่ คสช.มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศและให้ความสำคัญกับการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่ เวลาปีกว่าของ คสช. ที่ตั้งไว้ในการบริหารประเทศอาจจะสั้นสำหรับปัญหาในรัฐวิสาหกิจที่เรื้อรังหมักหมมมานาน แต่ก็ยาวพอที่จะตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ รวมถึงการยุบรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา เพื่อคืนความสุขให้ประเทศที่ถูกสูบเลือดมานาน







